https://aio.panphol.com/assets/images/community/16633_B73AD1.png

WINMED ปี 2568: กำไรยังอยู่ที่ 15.1 ล้าน แต่จุดเปลี่ยนคือ “การลงทุนเพื่ออนาคต” ที่ไม่ใช่แค่ตัวเลข

P/E 28.32 YIELD 1.44 ราคา 0.87 (0.00%)

WINMED ปี 2568: กำไรยังอยู่ที่ 15.1 ล้าน แต่จุดเปลี่ยนคือ “การลงทุนเพื่ออนาคต” ที่ไม่ใช่แค่ตัวเลข

บริษัทวินเนอร์ยี่เมดิคอลจำกัด (มหาชน) หรือ WINMED ปิดงบประมาณ พ.ศ. 2568 ด้วยภาพรวมที่น่าจับตา: รายได้รวมยังคงอยู่ที่ 673 ล้านบาทเท่ากับปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิยังคงอยู่ที่ระดับ 15.1 ล้านบาท แม้จะไม่เติบโต แต่จุดสำคัญคือ บริษัทไม่ได้หยุดนิ่ง — มันกำลังเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจจากผู้เล่นในตลาดสินค้าคงทน (Commoditized) มาเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมสุขภาพที่มีเป้าหมาย “ศูนย์ผู้เสียชีวิตจากมะเร็ง” โดยเฉพาะในกลุ่มเต้านมและปากมดลูก ซึ่งสะท้อนผ่านการลงทุนใน Mobile Blood Unit, พาร์โทรเจนอินแอคทิเวชัน (PI) และระบบ AI สำหรับตรวจมะเร็งเต้านม — ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่แผนกลยุทธ์ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ต้องใช้เวลาและเงินทุนจำนวนมาก

"เราไม่ได้เลือกเติบโตเร็ว เพราะอยากเติบโต — เราเลือกเติบโตอย่างมีรากฐาน เพราะต้องแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น เลือดขาดแคลน และการเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองที่ยังห่างไกล"

รายได้จากกลุ่ม Medical Product ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ โดยอยู่ที่ 623 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 92.5% ของรายได้รวม ขณะที่ Consumer Product มีรายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 23.7 ล้านบาทในปีก่อน มาอยู่ที่ 28.56 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 4.86 ล้านบาท) แม้จะยังเป็นส่วน Non-Core ที่ขาดทุนรวม 50 ล้านบาท แต่บริษัทตั้งเป้าหมายว่าจะขยายฐานผู้บริโภคผ่านการลงทุนด้านการตลาดและระบบดิจิทัล โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงอายุ 30–50 ปี ที่มีแนวโน้มสูงในการเข้ารับบริการตรวจคัดกรอง

"กำไรที่ลดลงไม่ใช่ผลจากขาดทุนจริง แต่เป็นผลจากการปรับโครงสร้างรายได้ตาม IFRS 15 — เราเปลี่ยนจากแบบเช่าเครื่อง มาเป็นแบบจ่ายต่อการตรวจ (per-use) ซึ่งแม้รายได้รวมไม่เปลี่ยน แต่ต้องปรับรูปแบบการรับรู้"

ทั้งนี้ บริษัทมีแผนลงทุนอย่างจริงจังในเทคโนโลยีใหม่ โดยเฉพาะระบบ AI สำหรับตรวจมะเร็งเต้านม ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนการวินิจฉัยและเพิ่มความแม่นยำได้ถึง 30% เมื่อเทียบกับวิธีดั้งเดิม นอกจากนี้ พาร์โทรเจนอินแอคทิเวชัน (PI) ในเกล็ดเลือด ก็เริ่มได้รับการยอมรับจากสภาคาชาติไทย ทำให้มีการขยายการใช้งานในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่ต้องการการฟื้นฟูเลือดอย่างเร่งด่วน

"เราไม่ได้ลงทุนเพราะอยากขยายงาน — เราลงทุนเพราะต้องแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น เลือดขาดแคลน และการเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองที่ยังห่างไกล"

ในด้านการขยายตลาด บริษัทมีแผนขยายสัญญา MOU กับองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เพื่อเพิ่มจำนวนจังหวัดที่เข้าร่วมโครงการตรวจ HPV จากปัจจุบันที่มีอยู่บางแห่ง มาเป็นอย่างน้อย 10–15 จังหวัดภายในปี 2569 โดยคาดว่าจะสามารถดึงผู้เข้ารับบริการกลับมาเติบโตได้หลังจากช่วงหยุดชะงักในปีก่อนหน้า ขณะเดียวกัน โครงการคาราวานตรวจสุขภาพที่เน้นเข้าถึงพื้นที่ห่างไกล ก็เริ่มเห็นผล โดยมีผู้เข้ารับบริการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมและปากมดลูกรวมแล้ว 4.8 ล้านรายในปีนี้ และเป้าหมายคือเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 6–7 ล้านรายภายในปี 2569

"การได้รับมาตรฐาน ISO และ GDP ไม่ใช่แค่เอกสาร — มันคือกุญแจสำคัญในการเข้าถึงโครงการภาครัฐและโรงพยาบาลชั้นนำ"

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • กำไรสุทธิยังอยู่ที่ 15.1 ล้านบาท แต่ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น — บริษัทจะควบคุมต้นทุนอย่างไรใน Q1 2569?
    บริษัทเน้นการควบคุมค่าใช้จ่ายใน Back Office และลงทุนในระบบ AI เพื่อลดต้นทุนระยะยาว โดยเฉพาะในกระบวนการวินิจฉัยและจัดส่งโลหิต
  • มีแผนขยายงานหรือเพิ่มทุนไหม?
    ไม่มีแผนออกหุ้นกู้หรือเพิ่มทุน เนื่องจากบริษัทมีเครดิตดีและธุรกิจมีความน่าเชื่อถือสูง
  • การได้รับมาตรฐาน ISO และ GDP ส่งผลต่อการประมูลงานใหม่อย่างไร?
    ช่วยเสริมศักยภาพในการเข้าถึงตลาดภาครัฐและโรงพยาบาล โดยเฉพาะในโครงการตรวจคัดกรองมะเร็งที่ต้องผ่านเกณฑ์ความปลอดภัยสูง
  • การตรวจ HPV กับ อบจ. จะเติบโตมากขึ้นไหม?
    มีแผนขยายสัญญา MOU เพิ่มเติมอย่างน้อย 10–15 จังหวัด และคาดว่าจำนวนผู้เข้ารับบริการจะกลับมาเติบโตหลังจากช่วงหยุดชะงักในปีก่อน
  • PI จะเติบโตอย่างไรในปีนี้?
    ได้รับการอนุมัติจากสภาคาชาติไทยให้ใช้พลูเพล็ดเล็ตสำหรับทำ PI ในปี 2568 ส่งผลให้มีการเพิ่มขึ้นของ Supply และบริษัทจะขยายการให้บริการไปยังโรงพยาบาลที่ต้องการใช้งาน
  • รายได้กลุ่ม Medical Product จะเติบโตไหม?
    เป้าหมายคือเพิ่มขึ้นจาก 623 ล้านบาท เป็นอย่างน้อย 650 ล้านบาทภายในปี 2569 โดยเน้นการขยายโครงการตรวจสุขภาพและ Mobile Blood Unit

WINMED อาจไม่ใช่หุ้นที่เติบโตเร็วในปีนี้ แต่มันคือหุ้นที่ “กำลังสร้างอนาคต” — โดยใช้ตัวเลข 673 ล้านบาท 15.1 ล้านบาท และ 4.8 ล้านราย เป็นจุดเริ่มต้นของความหวังที่ใหญ่กว่าตัวเลขเหล่านั้น

โพสต์ล่าสุด