https://aio.panphol.com/assets/images/community/16316_63448E.png

เอ็นซีเฮ้าส์ซิ่ง (NCH) เดินหน้าพลิกโฉมธุรกิจสู่ “ชุมชนยั่งยืน” พร้อมเป้ารายได้ปี 2568 ทะลุ 11,300 ล้านบาทจาก Backlog

P/E -100.00 YIELD 0.00 ราคา 0.40 (0.00%)

เอ็นซีเฮ้าส์ซิ่ง (NCH) เดินหน้าพลิกโฉมธุรกิจสู่ “ชุมชนยั่งยืน” พร้อมเป้ารายได้ปี 2568 ทะลุ 11,300 ล้านบาทจาก Backlog

บริษัท เอ็นซีเฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ NCH ประกาศเดินหน้าเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2568 โดยตั้งเป้าหมายให้ปีนี้คือ “ปีแห่ง Longivity” หรือการพัฒนาโครงการที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ชีวิตตลอดวงจรชีวิต ตั้งแต่เด็กจนถึงวัยเกษียณ ด้วยแนวคิด Green, Smart และ Well Living ที่ผสานกับนวัตกรรม IoT และระบบควบคุมคุณภาพอากาศ PM2.5 โดยร่วมมือกับ Panasonic และกระทรวงพลังงาน เพื่อสร้างบ้านที่ไม่เพียงอยู่อาศัยได้ แต่ยังดูแลสุขภาพผู้อยู่อาศัยได้อย่างต่อเนื่อง

“เราไม่ได้ขายบ้าน แต่เรากำลังสร้างชุมชนที่ยั่งยืน ที่คนสามารถเติบโตไปพร้อมกับโครงการนี้ได้ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต”

ผลการดำเนินงานในไตรมาส 4 ปีงบประมาณ 2568 สะท้อนความคืบหน้าอย่างชัดเจน โดยมูลค่า Backlog หรือมูลค่าโครงการที่ยังไม่โอนทั้งหมดอยู่ที่ **11,300 ล้านบาท** จากการพัฒนาโครงการทั้งหมด 13 แห่ง ซึ่งถือเป็นฐานรายได้หลักในระยะยาว พร้อมกับยอด Presale Revenue ที่สูงถึง **2,490 ล้านบาท** และยอด Transfer Revenue ที่อยู่ที่ **1,350 ล้านบาท** แม้จะต่ำกว่าปีก่อนหน้า แต่ยังคงรักษาเสถียรภาพได้ในภาวะตลาดชะลอตัว

“เรายอมรับว่า Reject Rate สูงถึง 40–45% ในบางช่วง แต่เรากำลังลดลงเหลือ 30% โดยใช้มาตรการ Screen ลูกค้าร่วมกับธนาคารชั้นนำ เช่น ไทยพาณิชย์ ออมสิน และเคแบงค์”

แม้จะเผชิญความท้าทายจากภาวะผู้บริโภคชะลอตัวและกลัวการกู้เงิน ทำให้ยอดปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) สูงถึง **40–45%** ในบางช่วง แต่บริษัทได้ปรับกลยุทธ์อย่างเฉียบขาด โดยลดเป้าหมายการโอน (Transfer Revenue) เหลือเพียง **69% ของเป้าหมายปีก่อน** และเน้นการพัฒนาโครงการระดับบนในราคา **7–15 ล้านบาท** เช่น บ้านฟ้ากรีเนอรี่ และบ้านฟ้าแกรนด์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการปฏิเสธสินเชื่อ พร้อมเปิดตัวแคมเปญระบายสต็อกบ้านพร้อมโอนมูลค่า **500 ล้านบาท** ในช่วงเดือนมีนาคม–เมษายน ด้วยการลดราคาตรงและดีลพิเศษ

“เราไม่ได้แข่งขันด้วยราคา แต่แข่งด้วยคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน และนวัตกรรมที่แท้จริง”

ในด้านโครงสร้างรายได้ บริษัทยังคงพึ่งพา Core Business หรือการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวราบและแนวสูง ซึ่งคิดเป็น **95%** ของโครงการทั้งหมด และมีมูลค่ารวมพัฒนามาแล้วถึง **48,000 ล้านบาท** พร้อมเปิดตัวธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพ เช่น ธุรกิจบริหารชุมชน (NCPM) และบริการชุมชน (QIM) ธุรกิจ Wellness ผ่านบริษัท Siri Arun และธุรกิจสปอร์ต NC Regen ที่พัฒนาศูนย์ออกกำลังกายขนาดใหญ่ 2 แห่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนขยายรายได้จาก Non-Core Business ให้ถึง **10–15%** ภายในปี 2569

“มูลค่า Backlog 11,300 ล้านบาท คือฐานที่แข็งแกร่งที่สุดของเราในปีนี้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจให้ยั่งยืน”

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • Reject Rate ปัจจุบันอยู่ที่เท่าไหร่ และมีแผนลดลงไหม? ใช่ อยู่ที่ **40–45%** ในบางช่วง แต่บริษัทมีแผนลดลงเหลือประมาณ **30%** โดยใช้มาตรการ Screen ลูกค้าร่วมกับธนาคารชั้นนำ เช่น ไทยพาณิชย์ ออมสิน และเคแบงค์ พร้อมจัดทำโครงการ “โรงเรียนการเงิน” เพื่อเสริมความมั่นใจให้ผู้ซื้อ
  • มียอดพรีเซลและโอนเป้าหมายปีนี้เท่าใด? เป้าหมายยอดพรีเซลอยู่ที่ **80%** ของเป้าหมายทั้งปี ส่วนยอดโอน (Transfer Revenue) อยู่ที่ **69%** ของเป้าหมายปีก่อน
  • มีแผนพัฒนาโครงการระดับบนหรือไม่? ใช่ มีแผนพัฒนาโครงการระดับบนในราคา **7–15 ล้านบาท** โดยเฉพาะในโซนเหนือ เช่น บ้านฟ้ากรีเนอรี่ และบ้านฟ้าแกรนด์
  • มีแคมเปญระบายสต็อกหรือไม่? ใช่ มีแผนระบายสต็อกบ้านพร้อมโอนมูลค่า **500 ล้านบาท** ในช่วงเดือนมีนาคม–เมษายน
  • มีแผนเปิดโครงการใหม่หรือไม่? ใช่ มีแผนเปิดตัว **2 โครงการใหม่** ในปีนี้ โดยเน้นโซนกรุงเทพฯ และพัทยา มูลค่ารวมประมาณ **2,000 ล้านบาท
  • มีผลกระทบจากสถานการณ์โลกหรือไม่? มีผลกระทบจากความตึงเครียดระหว่างประเทศ แต่บริษัทมี Strategic Partners กับ SCG และผู้ผลิตวัสดุหลัก เพื่อล็อกราคาไว้ล่วงหน้า
  • มีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานชุมชนหรือไม่? ใช่ มีการร่วมกับเทศบาลจัดตั้งระบบอินฟราโครงสร้าง เช่น ไฟจราจร ระบบส่งน้ำ และการบริหารจัดการชุมชน โดยเฉพาะในโซนเหนือ
  • มีแผนพัฒนาโครงการภายใต้แนวคิด Well Living หรือไม่? ใช่ มีแผนเปิดตัวโครงการทาวน์ชิพ “Well Living” ในบ้านพระปรีรมย์ โดยผสมผสานองค์ประกอบ Green, Smart, Wellness และ Longivity
  • มีแผนลดเงินปันผลหรือไม่? ใช่ ลดการจ่ายเงินปันผลเพื่อรักษาสภาพคล่อง เนื่องจากบริษัทมุ่งเน้นการเตรียมโครงสร้างธุรกิจและตั้งรับสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัว
  • สภาพคล่องของบริษัทเป็นอย่างไร? ดีมาก โดยมี Current Ratio = **3.36** และ D/E Ratio = **0.63** แสดงถึงความมั่นคงทางการเงิน

ทั้งหมดนี้คือภาพรวมของ NCH ในปี 2568 ที่ไม่ใช่แค่การขายบ้าน แต่คือการวางรากฐานให้กับ “ชุมชนแห่งอนาคต” ด้วยข้อมูลตัวเลขที่หนักแน่น และกลยุทธ์ที่ชัดเจน แม้ตลาดจะชะลอตัว แต่โครงสร้างธุรกิจที่เปลี่ยนไปอย่างมีระบบ ทำให้ NCH ไม่ใช่เพียงผู้รับผลกระทบ แต่คือผู้นำการเปลี่ยนแปลงในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย

โพสต์ล่าสุด