https://aio.panphol.com/assets/images/community/15629_D07175.png

SPALI กำไรปี 68 ร่วง 35% เหลือ 4 พันล้าน!

P/E 7.44 YIELD 8.16 ราคา 18.40 (0.00%)

ไฮไลท์สำคัญ

SPALI กำไรสุทธิปี 2568 ลดลง 35% เหลือ 4,015.03 ล้านบาท จาก 6,189.54 ล้านบาทในปีก่อนหน้า เนื่องจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 23% โดยเฉพาะการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอาคารชุดที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

รายได้และกำไรที่ลดลง

รายได้รวมปี 2568 อยู่ที่ 24,772.16 ล้านบาท ลดลง 23% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีรายได้รวม 31,984.70 ล้านบาท รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 7,103.03 ล้านบาท โดยสัดส่วนรายได้จากบ้านและทาวน์เฮ้าส์อยู่ที่ 79% และอาคารชุด 21% สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอาคารชุด เนื่องจากปี 2568 มีโครงการอาคารชุดที่สร้างเสร็จและครบกำหนดโอนกรรมสิทธิ์เพียง 1 โครงการ ขณะที่ปี 2567 มีถึง 5 โครงการ

นอกจากนี้ สัดส่วนการโอนกรรมสิทธิ์แนวราบที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 12% คิดเป็น 497.61 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารคิดเป็น 15.4% ของรายได้รวม ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 13.4% ในปีก่อนหน้า เนื่องจากการลดลงของรายได้รวม

ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้าและบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 86% คิดเป็น 336.68 ล้านบาท เนื่องจากการร่วมค้าและบริษัทร่วมในประเทศออสเตรเลียมีรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการเพิ่มขึ้นจากโครงการใหม่ที่ลงทุนเพิ่มในปี 2567 ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2% คิดเป็น 16.05 ล้านบาท กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานเท่ากับ 2.09 บาทต่อหุ้น ลดลงจาก 3.17 บาทต่อหุ้นในปีก่อนหน้า

หนี้สินและการลงทุน

อัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Gearing Ratio) อยู่ที่ระดับ 62% ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 สูงขึ้นจากระดับ 54% ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 เนื่องจากการขยายการลงทุนของกลุ่มบริษัทฯ

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมียอดสัญญาที่ลูกค้าซื้อบ้านและ/หรืออาคารชุดพักอาศัยแล้วแต่ยังไม่ถึงกำหนดโอนให้ลูกค้า 13,566 ล้านบาท โดยคาดว่าจะสามารถทยอยโอนให้ลูกค้าและรับรู้เป็นรายได้ในปี 2569 จำนวน 7,345 ล้านบาท และส่วนที่เหลือ 6,221 ล้านบาทในอีก 3 ปีถัดไป

สรุป

SPALI ประสบปัญหาจากรายได้การโอนกรรมสิทธิ์อาคารชุดที่ลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าการร่วมค้าในออสเตรเลียจะมีผลกำไรที่ดีขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากการลดลงของรายได้หลักได้ การขยายการลงทุนส่งผลให้หนี้สินเพิ่มขึ้น แต่ยังมี Backlog ที่รอรับรู้รายได้ในอนาคต

โพสต์ล่าสุด