https://aio.panphol.com/assets/images/community/13028_3DE5A4.png

PTTGC: KGI ปรับลดราคาเป้าหมายปี 2569 เหลือ 23.50 บาท แม้ผลประกอบการ Q3/25 จะดีขึ้น

P/E -100.00 YIELD 2.02 ราคา 24.70 (0.00%)

KGI ยังคงคำแนะนำ "Neutral" สำหรับ PTTGC แต่แนะนักลงทุนโยกไปลงทุนในหุ้นโรงกลั่นเพื่อรับประโยชน์จากส่วนต่างราคา Jet Oil และ Diesel ที่แข็งแกร่ง

ไฮไลท์สำคัญ

PTTGC รายงานผลขาดทุนสุทธิ 2.9 พันล้านบาทใน Q3/25 ฟื้นตัวจากผลขาดทุนสุทธิ 1.93 หมื่นล้านบาทใน Q3/24 และ 3.6 พันล้านบาทใน Q2/25 อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการยังต่ำกว่า Bloomberg consensus 6% และ KGI คาดการณ์ไว้ 9% KGI ปรับลดราคาเป้าหมายปี 2569 ลงเหลือ 23.50 บาท จากเดิม 25.00 บาท อิงตาม EV/EBITDA ที่ 7.75 เท่า เพื่อสะท้อนการปรับลดประมาณการกำไร

ผลประกอบการ Q3/25 ฟื้นตัว แต่ยังต่ำกว่าคาด

การฟื้นตัว YoY มาจากการไม่มีรายการขาดทุนจากการด้อยค่าของ Vencorex และ PTT Asahi Chemical (PTTAC) เหมือนใน Q3/24 การปรับตัวดีขึ้น QoQ มาจาก i) กำไรครั้งเดียว 594 ล้านบาทจากการซื้อคืนหุ้นกู้สหรัฐฯ และ ii) ขาดทุนจากสต็อกสินค้าลดลง GRM ของตลาดเพิ่มขึ้น 6% QoQ เป็น 5.6 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล จากส่วนต่างราคา Jet Oil และ Diesel ที่แข็งแกร่งขึ้น อย่างไรก็ตาม กำไรจากธุรกิจโอเลฟินส์ลดลง QoQ เนื่องจากราคา HDPE, LLDPE และ LDPE อ่อนตัวลง

ข้อสังเกต

KGI ปรับลดประมาณการกำไรของ PTTGC สำหรับปี 2568F จากขาดทุนสุทธิ 1.05 หมื่นล้านบาท เป็นขาดทุนสุทธิ 1.23 หมื่นล้านบาท และปรับลดประมาณการปี 2569F ลง 22% เป็นกำไรสุทธิ 4.0 พันล้านบาท เนื่องจาก i) ส่วนต่างราคา HDPE, LLDPE, LDPE และ PP ที่ลดลง และ ii) อัตราการใช้กำลังการผลิตโอเลฟินส์และอะโรเมติกส์ที่อ่อนตัวลง PTTGC มีแผนปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น 50 วัน ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน ซึ่งอาจจำกัดประโยชน์จากส่วนต่างราคาโรงกลั่นที่แข็งแกร่งในปัจจุบัน

สรุป

KGI คงคำแนะนำ "Neutral" สำหรับ PTTGC แต่แนะนำให้นักลงทุนเปลี่ยนไปลงทุนในหุ้นโรงกลั่นเพื่อรับประโยชน์จากส่วนต่างราคา Jet Oil และ Diesel ที่แข็งแกร่ง โดยอิงจาก i) การแบนการส่งออก Diesel บางส่วนของรัสเซีย ii) ความต้องการ Diesel ตามฤดูกาลที่สูงในฤดูหนาว และ iii) มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ต่อ Lukoil และ Rosneft ความเสี่ยงที่สำคัญคือ ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ, GRM และส่วนต่างราคาปิโตรเคมี

โพสต์ล่าสุด