บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
GFC โชว์ผลประกอบการ Q2/2568 พร้อมลุยขยายฐานลูกค้า AEC และแผนธุรกิจปี 2569
P/E 20.76 YIELD 8.93 ราคา 2.80 (0.00%)
GFC โชว์ผลประกอบการ Q2/2568 พร้อมลุยขยายฐานลูกค้า AEC และแผนธุรกิจปี 2569
1. **ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):** *ผลประกอบการไตรมาส 2/2568 บริษัทมีรายได้จากการบริการ 90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8 ล้านบาท หรือ 9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2567 แต่ทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2568 คาดการณ์รายได้น่าจะผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว และไตรมาส 3 น่าจะปรับตัวขึ้นเล็กน้อย
*รายได้จากการให้บริการครึ่งปีแรก 180 ล้านบาท ลดลง 11 ล้านบาท หรือ 5.76% เมื่อเทียบกับปี 2567 สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของ Fix Cost ในปี 2568 เช่น ค่าเสื่อมราคา ค่าสาธารณูปโภค และค่าใช้จ่ายพนักงาน
*กำไรขั้นต้นไตรมาส 2/2568 อยู่ที่ 37.04 ล้านบาท ลดลง 2.03 ล้านบาท หรือ 5.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2567 และเพิ่มขึ้น 0.24 ล้านบาท หรือ 0.65% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2568 อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 41.32% ลดลง 6.25% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2567 แต่เพิ่มขึ้น 0.64% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2568
*กำไรสุทธิไตรมาส 2/2568 อยู่ที่ 7.06 ล้านบาท ลดลง 10.41 ล้านบาท หรือ 59.59% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2567 และเพิ่มขึ้น 1.31 ล้านบาท หรือ 21.78% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2568 อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 7.87% ลดลง 11.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2567 และเพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2568
*สินทรัพย์รวม ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2568 อยู่ที่ 673.16 ล้านบาท ลดลง 52.44 ล้านบาท หรือ 7.23% เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนธันวาคม 2567 สาเหตุหลักมาจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด เนื่องจากการจ่ายชำระหนี้ค่าเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงหนี้จากการปรับปรุงอาคารสาขาพระราม 9
*หนี้สินรวม ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2568 อยู่ที่ 89.15 ล้านบาท ลดลง 34.84 ล้านบาท หรือ 28.10% เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนธันวาคม 2567 สาเหตุหลักมาจากการจ่ายชำระหนี้ค่าเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงหนี้จากการปรับปรุงอาคารของสาขาพระราม 9
*ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2568 อยู่ที่ 584.01 ล้านบาท ลดลง 17.6 ล้านบาท หรือ 2.93% เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนธันวาคม 2567 สาเหตุหลักมาจากการจ่ายเงินปันผลในช่วงไตรมาส 2/2568
2. **โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):** *การขยายธุรกิจ (Expansion Business Unit): บริษัทมีแผนที่จะขยายธุรกิจทั้งในรูปแบบ Organic และ Inorganic โดยเน้นการเพิ่ม Utilization ของพื้นที่ในแต่ละสาขา โดยเฉพาะสาขาพระราม 9
*การร่วมทุน (Joint Venture): บริษัทเปิดกว้างสำหรับการร่วมทุนกับธุรกิจที่น่าสนใจ เช่น คลินิกทันตกรรม คลินิกจัดฟัน หรือคลินิกศัลยกรรม เพื่อเสริมสร้างการเติบโต
*การขยายธุรกิจใน AEC: บริษัทมีแผนที่จะขยายธุรกิจไปยังประเทศในกลุ่ม AEC
*นวัตกรรมและเทคโนโลยี (Innovation & Technology): บริษัทมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มอัตราความสำเร็จในการรักษา
*การตลาดเชิงกลยุทธ์ (Strategic Marketing): บริษัทเปิดกว้างสำหรับ Agent จากต่างประเทศ และเน้นการทำการตลาดในทุก Platform ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
*กฎหมายสมรสเท่าเทียม: บริษัทมองว่ากฎหมายสมรสเท่าเทียมจะเป็นโอกาสในการเพิ่มฐานลูกค้า และได้มีการจัดสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้
3. **ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):** *การเพิ่มขึ้นของต้นทุนคงที่ (Fixed Costs): การเพิ่มขึ้นของค่าเสื่อมราคา ค่าสาธารณูปโภค และค่าใช้จ่ายพนักงาน อาจส่งผลกระทบต่อกำไร
*สถานการณ์การเมืองที่ไม่แน่นอน: สถานการณ์การเมืองที่ไม่แน่นอนอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
4. **วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):** *การเพิ่ม Utilization ของพื้นที่: บริษัทมีแผนที่จะเพิ่ม Utilization ของพื้นที่ในแต่ละสาขา โดยเฉพาะสาขาพระราม 9 โดยการจัดสัมมนาและกิจกรรมต่าง ๆ
*การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี: บริษัทมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มอัตราความสำเร็จในการรักษา
*การทำการตลาดเชิงกลยุทธ์: บริษัทเน้นการทำการตลาดในทุก Platform ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
5. **แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):** *บริษัทคาดการณ์ว่ารายได้ในไตรมาส 3/2568 จะปรับตัวขึ้นเล็กน้อย และจะพยายามรักษาระดับรายได้ให้ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา โดยอาจมีบวกลบนิดหน่อยประมาณ 3-5%
*บริษัทมั่นใจในการเติบโตในระยะยาว และมีแผนที่จะเพิ่ม Utilization ของทุกสาขา พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ และใช้เครื่องมือและ Platform ต่าง ๆ เพื่อสร้างการเติบโต
6. **ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session):** เริ่มต้น นาทีที่ 34:36 * **Q: แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2568 เมื่อเทียบ Q on Q กับ Y on Y จะเติบโตไหม เพราะอะไร?** * A: แนวโน้ม Q3 คาดว่าจะโตขึ้นเล็กน้อย ค่อยๆ โต (ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป) ไม่ได้โตมาก อาจจะเพราะความมั่นใจในเรื่องต่างๆ มากขึ้น เศรษฐกิจนิ่งขึ้นด้วย ปีนี้เป็นปีม้าด้วย (อาจจะมีผล) แนวโน้มทั้งปี Maintain ค่อนข้างเดิม อาจจะมีเติบโตไม่มากก็น้อย กำไรอาจจะไม่ได้มาก เพราะมีค่าเสื่อม (ต้องทำการบ้านตรงนี้) จะต้อง Utilize เพิ่มเติม สาขาพระราม 9 มีการจัดสัมมนา * **Q: แนวโน้มในเรื่องของ Agency แล้วก็ลูกค้าต่างประเทศ เป็นอย่างไรบ้าง?** * A: Agency เปิดรับมาตลอด มีเซ็นไปบ้างแล้ว (อยู่ในช่วงดำเนินการ) สาขาพระราม 9 มีลูกค้าที่เป็นต่างชาติประมาณ 5% GFC มีความครองตลาดในลูกค้าคนไทยอยู่แล้ว (ขอบคุณมาก) Word of Mouth บอกต่อกันไป บอร์ดมีการเน้นในทุก Platform (ทั้งในไทยและต่างประเทศ) ที่เป็นที่นิยมใช้ในต่างประเทศต่างๆ ไม่ได้เน้นที่จีนอย่างเดียว เพราะจีนมีปัญหาภายใน ความไม่มั่นใจผู้บริโภค อาจจะมีเทรด หรืออาจจะเป็น Opportunity ถ้าลูกค้าต้องการความสะดวกสบายก็อาจจะออกมาข้างนอกเช่นกัน มองไปที่เพื่อนบ้าน AEC เช่น เวียดนาม หรือกัมพูชา มีการพูดคุยอยู่หลากหลาย * **Q: สาขาอุบลเป็นอย่างไรบ้าง? ผลการดำเนินงานเป็นยังไง ดีหรือไม่ดี?** * A: สาขาอุบลได้รับการตอบรับดีมาก เพราะชื่อเสียงคุณหมอฐิติมา (เราด้วย) ให้บริการพี่น้องชาวอุบล และจังหวัดรอบข้างเช่น บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ สุรินทร์ ติดต่อ GFC อุบลได้ มี Facebook เรียบร้อย สาขาอุบลที่ผ่านมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ สามารถเรียกได้ว่ามีการตอบรับตั้งแต่แรกๆ เดือนแรก 2 เดือนแรกที่เปิดทำการ ปัจจุบันก็ดีกว่าในตอนตั้ง Budget ไว้ตลอด รองรับพี่น้องชาว สปป. ลาว หรือกัมพูชาแล้วแต่ มีช่วงนี้ที่มีสะดุดไปบ้าง แต่ก็ยังคงมีความต่อเนื่องและเติบโต สาขาอุบลทำได้หลากหลาย ปรึกษาเรื่องสูตินรีเวชไปด้วยได้ * **Q: มองเป้ารายได้ของปี 2568 เป็นอย่างไรบ้าง? แล้วก็เรามีแผนธุรกิจในอนาคตเป็นยังไงบ้าง?** * A: พยายาม Maintain รายได้ให้ใกล้เคียงปีที่ผ่านมา อาจจะมีบวกลบนิดหน่อยประมาณ 3-5% (กำไรก็ต้องยอมรับว่ามีค่าเสื่อมตรงนี้อยู่) ถ้าใครเป็น FC เข้าใจ ค่าเสื่อม กระแสเงินสดเราไม่ได้ไปไหน ถ้าดูที่ EBITDA Margin จะเห็นว่าเราอยู่ที่ 25% ตัวเลขนี้จริงๆ ก็เป็นตัวเลขที่เกิดขึ้นจากการที่ค่าเสื่อมเกิดขึ้นของสาขา (แล้วก็เป็นเกิดขึ้นของธุรกิจที่ลงทุนใหม่ทุกอย่าง) ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม หรือโรงพยาบาลใหญ่ ก็ต้องผ่านเฟสนี้ถ้าใครคิดว่ามองการเติบโตของ GFC ได้ชัดเจนผ่าน EBITDA Margin จะเข้าใจว่ามันยังมีการเติบโตแฝงอยู่ข้างใน ยังมั่นใจในการที่จะสร้างในปี 2569 ก็คงวางแผนในการที่จะ Utilize ทุกสาขาให้ชัดเจนให้มากขึ้น มีเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยเติมเต็ม (ทำให้ Success Rate ได้ดีขึ้น) ก็จะต้องใช้เครื่องมือแล้วก็ทุก Platform ทุกอย่าง เพื่อที่ทำให้ตัว GFC ของเรามีการเติบโตเช่นเดิม * **Q: ปัจจุบันสถานการณ์การเมืองที่ไม่ชัดเจนเนี่ย มีผลกระทบต่อ GFC ไหมครับ? แล้วถ้ามีผลกระทบ มีผลกระทบอย่างไรบ้าง เป็นบวกหรือลบครับ?** * A: ไม่ยุ่งกับการเมืองใดๆ คงไม่น่าจะกระทบกับเรา (ไม่น่าจะมีผลกระทบ Negative) ถ้าเกิดว่ามีความมั่นคงมั่นใจมากขึ้น ในเรื่องของการเมือง ก็อาจจะทำให้เกิดความมั่นใจในผู้บริโภคเช่นกัน ความมั่นใจในผู้บริโภคก็จะมั่นใจในการที่จะสร้างครอบครัวก็น่าจะมาเป็นลูกค้าเพิ่มเติม * **Q: สำหรับ GFC ปัจจุบันเรามีการตรวจแลปจากข้างนอกหรือเปล่า?** * A: ปัจจุบันมีอัตรากำลัง โดยเฉพาะของตัว Genomic (GSM) เรา Serve ของภายในเราอยู่ * **Q: ปัจจุบันคนมีลูกน้อยลง ไม่ทราบว่าจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจเราอย่างไร?** * A: คำถามนี้ดี หลายๆ คนเข้าใจว่าไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยน อาจจะมีลูกช้าลง อาจจะยังไม่มีลูกช่วงนี้ (หรือบางคนอาจจะมีสัตว์เลี้ยง) ที่จริง อยากจะบอกว่าคำถามนี้ อาจจะอยู่ในพวก Generation ที่อาจจะอยู่ในช่วงสร้างครอบครัวแรกๆ อาจจะยังไม่ผ่านเรื่องของเวลาชีวิต เมื่อผ่านไป (จากประสบการณ์ส่วนตัวของผม) ก็จะมีเพื่อนๆ หลายคนเหมือนกัน คือช่วงแรกๆ คิดว่าไม่มี (แต่พอผ่านไปเห็นงานเลี้ยงรุ่น หรือว่าจะเป็นเรื่องของการรวมญาติครอบครัว เห็นการที่เห็นหลานๆ หรือลูกเพื่อนๆ วิ่งไปวิ่งมา) ก็รู้สึกว่าอยากมีแล้ว แต่ตอนนั้นเวลามันก็จะผ่านไปแล้ว อาจจะต้องมาพึ่งพากระบวนการทางเทคโนโลยี เราก็มีบริการฝากไข่ โดยเฉพาะฝากไข่ (ในอาการที่อายุน้อยๆ เช่น 30 นิดๆ) จะสามารถใช้บริการตรงนี้ได้ แล้วพอ 5 ปีผ่านไปหรือ 7 ปีผ่านไป อาจจะต้องการมีตรงนั้นเราก็สามารถที่จะเรียกได้ว่า เอาไข่ที่เราฝากไว้มาใช้ได้ เป็นการวนกลับมาในการใช้กระบวนการ IVF ICSI อีกครั้ง ธุรกิจเราก็คล้ายๆ กับหลายๆ ประเทศ อาจจะมีอัตราการเกิดไม่เยอะ (แต่เช่นกันก็มีไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปในแนวนี้เหมือนกัน) และพอถึงจุดหนึ่งก็ต้องการสุดท้ายก็ต้องมาพึ่งพาเทคโนโลยีเพิ่มเติมเหมือนกัน * **Q: Capacity แต่ละสาขาเป็นอย่างไร แล้วมีแนวโน้มอย่างไรบ้าง?** * A: พระราม 3 อยู่ที่ประมาณ 50-60% พระราม 9 ไม่เกิน 20% อุบล 10% ยังมี Capacity เหลือเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต คิดว่าอนาคตยังเติบโตไปได้อีกเยอะ (จึงเติมตรงนี้เพื่อรองรับในอนาคต) * **Q: กฎหมายอุ้มบุญที่จะมีผลต่อสาขาเรา ได้หรือไม่ได้ ว่าจะสามารถช่วยเพิ่มรายได้ให้กับการลงทุนได้ประมาณเท่าไหร่?** * A: อาจจะไม่ได้ขึ้นกับปัจจัยเราฝ่ายเดียว สิ่งที่เราควบคุมได้คือ ถ้ากฎหมายผ่านขึ้นมา GFC เองเนี่ยก็คิดว่าเราน่าจะมีการตั้งรับตรงนี้อยู่แล้ว แล้วก็พยายามจะเป็นผู้นำ (เริ่มให้ข้อมูลในกลุ่มที่มีโอกาสจะเป็นลูกค้าตรงนี้แล้ว ตั้งแต่เมื่อเดือน 2 เดือนก่อนแล้ว) ถ้าเกิดสมมุติว่าต้องการจะปรึกษาเรื่องนี้ ก็สามารถติดต่อมาที่ Call Center เราได้ อาจจะมีการเติบโตขึ้นประมาณ 10-20% พอถึงจุดหนึ่งที่คิดว่าสามารถ Impact กับเรื่องของรายได้ไหม (เราก็มั่นใจว่าน่าจะมีการเติบโต) อาจจะไม่เฉพาะแค่เรา GFC แต่คิดว่าอาจจะเติบโตกระจ่ายไปทุกๆ ศูนย์ ถือว่าค่อนข้างใหญ่ แล้วก็มาก น่าจะเกิดการเติบโตเป็น Curve ได้แบบค่อนข้างชัดเจนกับทุกๆ ศูนย์รวมทั้ง GFCสรุปได้ว่า GFC ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการเพิ่ม Utilization ของพื้นที่ การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี การทำการตลาดเชิงกลยุทธ์ และการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว