บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
เจาะลึกผลประกอบการ DCC ปี 2568 ไตรมาส 2: กลยุทธ์ปรับตัวในตลาดผันผวน
P/E 11.44 YIELD 6.58 ราคา 1.22 (0.00%)
เจาะลึกผลประกอบการ DCC ปี 2568 ไตรมาส 2: กลยุทธ์ปรับตัวในตลาดผันผวน
สรุปผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 และ 6 เดือนแรกของปี 2568 ของบริษัท ไดนาสตี้ เซรามิค จำกัด (มหาชน) หรือ DCC โดยมีรายละเอียดดังนี้
- ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):
รายได้จากการขายในไตรมาสที่ 2 ปี 2568 อยู่ที่ 1,574 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการขายในประเทศ (96%)
รายได้จากการขายในประเทศส่วนใหญ่มาจากสาขาของบริษัททั่วประเทศ (กว่า 200 แห่ง), Modern Trade และ Traditional Trade
การขายต่างประเทศ (4%) ส่วนใหญ่อยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่าและลาว
เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (ไตรมาสที่ 1 ปี 2568) รายได้รวมลดลง 15% ตาม Seasonality
เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ของปีที่แล้ว (ปี 2567) รายได้ลดลง 11%
รายได้รวม 6 เดือนแรกของปี 2568 อยู่ที่ 3,424 ล้านบาท ลดลง 9% เมื่อเทียบกับปี 2567
- โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):
บริษัทให้ความสำคัญกับสินค้ากลุ่ม Medium to High (กระเบื้องเซรามิกขนาดใหญ่และกระเบื้องพอร์ซเลนทุกขนาด) ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูง
กระเบื้องบุผนังขนาดใหญ่ (30x50 ซม.) ได้รับความนิยมสูงในพื้นที่ห้องน้ำและห้องครัว
บริษัทมีพื้นที่ให้เช่าสำหรับพันธมิตรคู่ค้าและผู้ที่สนใจในสาขาที่กําลังก่อสร้างใหม่ และพื้นที่คลังสินค้า
รายได้ค่าเช่ามีแนวโน้มที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
- ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):
ปริมาณการขาย (Sale Volume) ในไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ 9 ล้านตารางเมตร ลดลง 17% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 13% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ของปี 2567
สัดส่วนการขาย Mass to Medium ยังคงสูง (71%) แต่บริษัทกำลังผลักดันให้สัดส่วน Medium to High เพิ่มขึ้น
กำไรก่อนภาษี ดอกเบี้ย และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) ในไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ 483 ล้านบาท ลดลง 14% จากไตรมาสที่ 1 และลดลง 11% จากไตรมาสที่ 2 ของปีที่แล้ว
กำไรสุทธิในไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ 230 ล้านบาท ลดลง 19% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
- วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):
บริษัทมีการปรับราคาขายและจัดโปรโมชั่นให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น
บริษัทให้ความสำคัญกับการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตที่โรงงาน
บริษัทลงทุนในพลังงานทดแทน (เช่น พลังงานแสงอาทิตย์) และการรีไซเคิล
บริษัทควบคุมค่าใช้จ่ายทางการเงินและหนี้สินสุทธิให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
- แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):
บริษัทมีงบลงทุนคงที่ 760.5 ล้านบาท สำหรับการจัดหาที่ดิน, การก่อสร้างสาขาใหม่, และการปรับปรุงสาขาปัจจุบัน
บริษัทมีการลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) ตามสาขาที่มีพื้นที่หลังคา
บริษัทคํานึงถึงความคุ้มค่าในการลงทุนเป็นหลัก เพื่อสร้างผลตอบแทนและกําไรอย่างยั่งยืน
- ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session): เริ่มต้น นาทีที่ 43:35
- DCC มีการขายไปกัมพูชามากหรือไม่?
การขายไปต่างประเทศส่วนใหญ่อยู่ที่พม่าและลาว กัมพูชาน้อยมาก (ไม่ถึง 1%)
- ภาวะตลาดไม่ดีทำให้ DCC มีปริมาณขายลดลงใน 2Q68 อีกทั้งสัดส่วนสินค้า Medium-High ใน 2Q68 ก็ไม่ต่างจาก 1Q68 เหตุใด DCC จึงสามารถเพิ่มราคาขายในงวด 2Q68 ได้เป็น 160 บาท จาก 157 บาทในงวด 1Q68?
บริษัทมีจุดแข็งคือการขายปลีกผ่านสาขาของบริษัท ทำให้การปรับราคามีผลทันที และสัดส่วนสินค้า Medium to High ของบริษัทก็มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น
- DCC กลับมาจ่ายเงินปันผล Pay Out Ratio 100% จะมีการลงทุนชะลอซื้อที่ดินเพื่อเปิดสาขาใหม่หรือไม่?
การลงทุนของบริษัทยังคงคํานึงถึงหลักการความคุ้มค่าในการลงทุนเป็นหลัก เพื่อการสร้างผลตอบแทนและกําไรอย่างยั่งยืน
โดยสรุป, DCC เผชิญกับความท้าทายจากสภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย แต่ยังคงมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน, การปรับกลยุทธ์ด้านราคา, และการลงทุนในธุรกิจที่ยั่งยืน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว