เจาะลึกผลประกอบการ PCE ปี 2568 ไตรมาส 2: โอกาสและความท้าทายในตลาดน้ำมันปาล์ม

P/E 11.60 YIELD 7.35 ราคา 2.04 (0.00%)

เจาะลึกผลประกอบการ PCE ปี 2568 ไตรมาส 2: โอกาสและความท้าทายในตลาดน้ำมันปาล์ม

1. **ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):**

ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568 ของ PCE มีรายได้รวม 11,174 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน (Year-on-Year) และเพิ่มขึ้น 106% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (Quarter-on-Quarter) EBITDA อยู่ที่ 218 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.3% YoY และ 189.2% QoQ กำไรสุทธิอยู่ที่ 134 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.9% YoY และ 379% QoQ

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบคือ ราคาน้ำมันปาล์มดิบที่ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่กลางไตรมาส 1 ถึงต้นไตรมาส 2 ทำให้ margin แคบลง แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น ปริมาณผลปาล์มดิบออกสู่ตลาดมากขึ้นถึง 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่ demand ในประเทศลดลง 3.13% เนื่องจากการปรับสูตรผสมไบโอดีเซลของภาครัฐ

อย่างไรก็ตาม การส่งออกเติบโตขึ้น 14.46% เนื่องจากราคาน้ำมันปาล์มในประเทศสามารถแข่งขันได้ และอินโดนีเซียปรับเพิ่ม export tax ทำให้ไทยแข่งขันได้มากขึ้น นอกจากนี้ ไทยยังถูกจัดอยู่ในกลุ่ม low risk ในเรื่องของ EUDR ทำให้มีต้นทุนต่ำกว่ามาเลเซียและอินโดนีเซีย

2. **โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):**

บริษัทมองเห็นโอกาสในการขยายตลาด (Market Expansion) โดยเฉพาะในกลุ่ม New Market Segment มีการลงทุนเพิ่มในโรงสกัด มีการพัฒนา New Product อย่างต่อเนื่อง และมี Future Collaboration กับ Strategic Partner เช่น ISF และการก่อตั้งบริษัท Nith Thai นอกจากนี้ ตลาดอินเดียยังมีความต้องการน้ำมันปาล์มสูงอย่างต่อเนื่อง

กลยุทธ์หลักคือการเพิ่ม Margin Enhancement โดยการลงทุนในโรงสกัดใหม่ (คาดว่าจะ Operate ในไตรมาส 4) และการพัฒนาน้ำมันพรีเมียมเกรดร่วมกับพันธมิตรญี่ปุ่น

3. **ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):**

ความเสี่ยงหลักคือ ความผันผวนของราคาน้ำมันปาล์มดิบ ปริมาณผลปาล์มที่ออกสู่ตลาดมากเกินไป และนโยบายของภาครัฐที่มีผลต่อความต้องการใช้ในประเทศ นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และอินเดีย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการนำเข้าน้ำมันถั่วเหลือง

4. **วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):**

บริษัทมีการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน โดยการจอง Forward ไม่ต่ำกว่า 90% ของสัญญา มีการปรับปรุง GP โดยรวมภาพกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาพิจารณา และมีแผนการลงทุนในโรงสกัดเพื่อลดต้นทุนและเพิ่ม Margin ในระยะยาว

นอกจากนี้ บริษัทมุ่งเน้นการขยายตลาดส่งออก และการพัฒนาน้ำมันพรีเมียมเกรดเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า

5. **แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):**

บริษัทคาดการณ์ว่าปริมาณผลปาล์มและน้ำมันปาล์มจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว บริษัทมีเป้าหมายที่จะเพิ่ม Margin ให้อยู่ในระดับ 5-6% โดยการลงทุนในโรงสกัด การพัฒนาน้ำมันพรีเมียมเกรด และการขยายตลาดต่างประเทศ

บริษัทให้ความสำคัญกับ ESG และมุ่งสู่การเป็น Palm Bio Complex โดยเน้น Biomass, Biorefineries, และ Circular Economy Integration

6. **ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session): [นาทีที่ 43:51]**
  • **การบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน**
    • คำถาม บริษัทมีแผนการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนหรือความผันผวนของตลาดการเงินในช่วงไตรมาส 3 อย่างไรบ้าง
    • คำตอบ บริษัทมีการจอง Forward อย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 90% ทุกครั้งที่มีการเปิดสัญญา แม้ในช่วงที่ USD แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง บริษัทก็ยังมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 130 ล้านบาท
  • **ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวังในไตรมาส 3**
    • คำถาม ในช่วงไตรมาส 3 มีปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้างที่บริษัทต้องระวังและจัดการโดยเฉพาะ
    • คำตอบ ปัจจัยเสี่ยงหลักคือ ปริมาณผลปาล์มและน้ำมันปาล์มที่ออกสู่ตลาดลดลง แต่ demand ในตลาดโลกยังมีความต้องการต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยังมีความผันผวนจากสงครามการค้าและ tariff ระหว่างสหรัฐฯ และอินเดีย
  • **สาเหตุที่ Gross Profit Margin ลดลง**
    • คำถาม ทำไม PCE ถึงเป็นบริษัทเดียวในกลุ่มน้ำมันปาล์มที่ Gross Profit Margin ลดลง
    • คำตอบ หากเทียบกับกลุ่มโรงสกัดเป็นหลัก บริษัทอาจมี GP น้อยกว่า แต่ PCE มีความครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ทำให้มีการบริหารความเสี่ยงและ leverage ที่ดีกว่า
  • แผนการจัดการต้นทุนและเพิ่มอัตรากำไร
    • คำถาม บริษัทมีแผนการจัดการต้นทุนในไตรมาส 3 อย่างไร เพื่อรักษษหรือเพิ่มอัตรากำไร
    • คำตอบ บริษัทมีแผนระยะยาวในการเพิ่ม Margin โดยการตั้งบริษัทร่วมกับญี่ปุ่น การทำน้ำมันพรีเมียมเกรด และการลงทุนในโรงสกัด (คาดว่าจะขึ้นโรงสกัดเพิ่ม 1 โรงในไตรมาส 4 และอีก 1 โรงในปีหน้า)
  • ผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ๆ ที่น่าสนใจในไตรมาส 3
    • คำถาม เรามีการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ๆ ที่บริษัทเปิดตัวในไตรมาส 3 มีอะไรบ้างที่น่าสนใจ
    • คำตอบ มีการเริ่มส่งออกกะลาปาล์มภายใต้ GGL (Green Gold Label) ซึ่งทำให้ขายได้ในราคาที่พรีเมียมขึ้น และได้รับการรับรอง ESG ที่ดีขึ้น

โดยสรุป PCE ยังคงมุ่งมั่นที่จะเติบโตอย่างยั่งยืน โดยการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาด และการให้ความสำคัญกับ ESG เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว

โพสต์ล่าสุด