WARRIX ฝ่าวิกฤต Q2/2568 รายได้ 317 ล้านบาท พร้อมแผนฟื้นฟูธุรกิจครึ่งปีหลัง

P/E 20.57 YIELD 12.26 ราคา 1.80 (0.00%)

โอเคครับ ยินดีครับ นี่คือสรุปเนื้อหาการประชุม Oppday จากไฟล์เสียงที่ได้รับ โดยมีเป้าหมายเพื่อรวบรวมใจความสำคัญและประเด็นสำคัญต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท Warrix อย่างละเอียดและครบถ้วนครับ

WARRIX ฝ่าวิกฤต Q2/2568 รายได้ 317 ล้านบาท พร้อมแผนฟื้นฟูธุรกิจครึ่งปีหลัง

1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):

ในไตรมาสที่ 2 ปี 2568 WARRIX มีรายได้รวม 317 ล้านบาท ลดลง 4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 9% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ส่วน 6 เดือนแรกของปีนี้ รายได้รวมอยู่ที่ 647 ล้านบาท ลดลง 5% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 143 ล้านบาท ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 11% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ส่งผลให้กำไรสุทธิ (Net Profit) ติดลบ 21 ล้านบาท ลดลง 994% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 224% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน ได้แก่ ยอดขายที่ไม่เป็นไปตามแผน โดยเฉพาะช่องทาง Project Sales และ Modern Trade นอกจากนี้ ยังมีการตั้งสำรองสินค้าด้อยค่า 7.31 ล้านบาท ซึ่งกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM)

2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):

WARRIX มองเห็นโอกาสในการเติบโตในครึ่งปีหลัง โดยมีกลยุทธ์หลักดังนี้:

  1. Key Activation: สนับสนุนสโมสรฟุตบอลท้องถิ่นและจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายมากขึ้น
  2. Product Growth: เปิดตัวเสื้อทีมชาติใหม่, แบรนด์ใหม่ Fit Junction Apparel, และรองเท้ากีฬา
  3. Market Expansion: ขยายช่องทางจำหน่ายไปยัง Hypermarket, Department Store, และ Online

บริษัทตั้งเป้าที่จะเติบโตในตลาดมาเลเซียและจีน โดยการเปิด Shop เพิ่มเติมและร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่น

3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):

WARRIX กำลังเผชิญกับความเสี่ยงและความท้าทายหลายด้าน ได้แก่:

  • การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดเสื้อผ้ากีฬา
  • ผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
  • ความผันผวนของต้นทุนการผลิตและค่าขนส่ง
  • การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันไปซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น

4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):

WARRIX มีแผนการรับมือกับความเสี่ยงและแก้ไขปัญหาดังนี้:

  • ปรับโครงสร้างภายในและกระจายทีมขาย Project Sales เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
  • เน้นการขายสินค้า Classic และ Collection ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น
  • บริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด
  • พัฒนาช่องทาง Online และ Omnichannel เพื่อเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น
  • เพิ่มความหลากหลายของสินค้าและบริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):

WARRIX มองว่าแนวโน้มธุรกิจในอนาคตยังคงเติบโตได้ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก:

  • การเติบโตของตลาดกีฬาและไลฟ์สไตล์
  • การขยายตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน
  • การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ
  • การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับสินค้ากีฬา

บริษัทมีวิสัยทัศน์ที่จะเป็นแบรนด์ไทยที่สามารถส่งออกได้ในระดับโลก โดยมุ่งเน้นการสร้าง Innovation และ Sustainability

6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session):

[เริ่ม Q&A Session นาทีที่ 33:17]
  • แนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งปีหลัง: คาดว่าจะดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรกไม่น้อยกว่า 50% โดยเน้น Key Activation, Product และ Market Expansion
  • เป้ายอดขายปี 2568: ตั้งเป้าเติบโตจากปีที่แล้ว 10-15%
  • SG&A ที่เพิ่มขึ้น: มาจากค่าใช้จ่ายพนักงานขาย, คลังสินค้า และค่าใช้จ่ายออนไลน์ที่เติบโตขึ้น
  • ผลกระทบจากการย้ายคลังสินค้าและการตั้งสำรองสินค้า: ผลกระทบจบตั้งแต่ Q2 แล้ว ครึ่งปีหลังไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนนี้แล้ว
  • การจัดการสินค้าคงเหลือและสินค้าล้าสมัย: สินค้าอายุไม่เกิน 2 ปีมี 75-80% สินค้าล้าสมัยมีสัดส่วนน้อยมาก เน้นขายใน Outlet และกระจายตามร้านค้า
  • การเติบโตของช่องทางออนไลน์ใน Q3: คาดหวังการเติบโตที่ดีขึ้น มีปัจจัยบวกจากคลังสินค้าและการทำงานของทีม IT
  • การเพิ่มค่าคอมมิชชั่นของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ: เน้นควบคุมค่าใช้จ่าย, เพิ่มกำไรขั้นต้น, และปรับปรุงเว็บไซต์ให้ลูกค้ากลับมาซื้อโดยตรง
  • แผนการเพิ่มยอดขายช่องทางเครดิต: แบ่ง Tier ของร้านค้าและดูแลแตกต่างกัน, เน้นการขาย Project Sales ที่หลากหลายขึ้น และใช้ Data ในการ Retarget ลูกค้า
  • การเพิ่มบุคลากร: จะเพิ่มในส่วนของฝ่ายขาย หากมีการขยายจุดขายมากขึ้น
  • ผลกระทบจากทีมฟุตบอลในกัมพูชายกเลิกการใช้เสื้อ: มีผลกระทบน้อยมาก เป็นการหยุดใช้แบรนด์ชั่วคราว
  • แผนการชะลอการเปิด Shop เพิ่ม: ลดจำนวนการเปิด Shop ลง เน้น Hypermarket ที่เป็นลักษณะชั่วคราว (Pop-up)
  • แผนการลงทุนครึ่งปีหลัง: ไม่มีแผนการลงทุนก้อนใหญ่เพิ่มเติม เน้นใช้ระบบภายในบริษัท
  • สัดส่วนสินค้าที่ผลิตจากจีนและนำเข้า: สินค้า High Max จะเริ่มใน Q4 ส่วนสินค้ารองเท้าก็มีนำเข้าจากจีน สัดส่วนยังน้อย
  • ความสามารถในการทำกำไรครึ่งปีหลัง: จะสูงกว่าครึ่งปีแรก เพราะมีสินค้า High Margin เช่น สินค้าทีมชาติและรองเท้า
  • อัปเดตยอดขาย High Max: ทำได้ดีกว่าแผนที่วางไว้
  • แผนการลงทุนด้านเทคโนโลยีใหม่: มีการ Implement อยู่เรื่อยๆ โดย CTO เน้นลดการทำงาน เพิ่ม Efficiency ให้พนักงาน
  • แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ: จะมีเสื้อราคา 100-200 บาท เป็นสินค้าที่นำมา Clearance สินค้าอายุเกิน 1 ปีก็เริ่มทำโปรโมชั่นแล้ว
  • การสู้กับสินค้าที่มาจากจีน: เน้นเรื่องแบรนด์, Distribution Channel, คุณภาพ และ Sourcing สินค้าราคาเหมาะสมจากจีน

สรุป

WARRIX เผชิญกับความท้าทายในไตรมาสที่ 2 ปี 2568 แต่ยังคงมองเห็นโอกาสในการเติบโตในครึ่งปีหลัง โดยมีแผนการปรับปรุงประสิทธิภาพ, เพิ่มความหลากหลายของสินค้าและบริการ, และขยายตลาดไปยังต่างประเทศ บริษัทมุ่งมั่นที่จะเป็นแบรนด์ไทยที่สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก โดยเน้นการสร้าง Innovation และตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

โพสต์ล่าสุด