TISCO โชว์ผลงานครึ่งปีแรกปี 2568 กำไรลดลงเล็กน้อย แต่ยังคงแข็งแกร่ง

P/E 13.41 YIELD 6.89 ราคา 112.50 (0.00%)

TISCO โชว์ผลงานครึ่งปีแรกปี 2568 กำไรลดลงเล็กน้อย แต่ยังคงแข็งแกร่ง

สวัสดีค่ะ ขอต้อนรับเข้าสู่งาน Set Opportunity Day ของบริษัท Tisco Financial Group จำกัด มหาชน งวดครึ่งปีแรกของปี 2568 ค่ะ วันนี้เราได้รับเกียรติจากท่านผู้บริหาร คุณชาตรี จันทรังาม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายควบคุมการเงินและบริหารความเสี่ยง จะมาร่วมให้ข้อมูลกับเรา ทั้งในด้านของกลยุทธ์และมุมมองทางธุรกิจนะคะ ส่วนดิฉัน ธีรพัทธู ศรีหนากถา กุลค่ะ นักลงทุนสัมพันธ์ โดยวันนี้ค่ะ เราจะมาสรุปผลประกอบการนะคะ สำหรับครึ่งปีแรกของปี รายได้จากการดำเนินงานที่อ่อนตัวลง 1.7% ค่ะ และการเพิ่มขึ้นของ ECL หรือว่าค่าใช้จ่ายสำรองค่ะ

ตัว Net Interest Income นะคะ หรือรายได้ดอกเบี้ยสุทธิค่ะ ลดลง 1.9% year on year ค่ะ ตรงนี้ก็มาจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยค่ะ รวมถึงผลจากมาตรการ "คุณสู้เราช่วย" นะคะ โดยมาตรการ "คุณสู้เราช่วย" ค่ะ จะเป็นมาตรการช่วยเหลือที่ธนาคารนะคะ ก็ทำร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย ในการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย แล้วก็ลูกหนี้ SME ผ่านการลดค่า งวด และลดภาระดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 3 ปีค่ะ

ส่วน Non-Interest Income นะคะ หรือว่ารายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย ลดลง 1.4% year on year ค่ะ ตรงนี้มาจากกำไรจากเงินลงทุนนะคะ ที่มีการ Mark to Market เข้าในงบกำไรขาดทุนทุกๆ งวดค่ะ

ภาพรวมนะคะของสัดส่วนรายได้ของสินเชื่อเราค่ะ จะเห็นว่ารายได้ที่เป็น Net Interest Income นะคะ มีสัดส่วนอยู่ที่ 70% ค่ะ ส่วนอีก 30% นะคะ จะเป็นรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย หรือว่า Non-Interest Income ค่ะ ในกลุ่มของ Non-Interest Income ค่ะ จะเห็นว่าธุรกิจที่เป็น แบงค์แอสชัวรันซ์นะคะ ประกอบไปถึง 12% ของรายได้ค่ะ และอีก 12% เป็นกลุ่มที่เป็นตลาดทุน หรือว่า Capital Market ค่ะ

สำหรับฝั่งของค่าใช้จ่ายนะคะ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานค่ะ อ่อนตัวลง 4% ค่ะ ตรงนี้ก็มาจากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายของบริษัทนะคะ ในภาวะที่เศรษฐกิจยังคงอ่อนตัวอยู่ค่ะ ส่วนค่าใช้จ่ายสำรองนะคะ หรือว่า ECL ปรับเพิ่มขึ้นมาจากปีที่แล้วค่ะ จาก 680 ล้าน มาเป็น 944 ล้านบาทนะคะ ถ้าดูเป็น Credit Cost นะคะ อัตราจะเพิ่มขึ้นจาก 0.6% มาเป็น 0.8% ค่ะ ตรงนี้ก็เป็นไปตามแผนการปรับสำรองกลับเข้าสู่ปกติของเรานะคะ หรือว่า Normalize Level ค่ะ

จากกำไรสะสมที่ลดลงนะคะ ก็ทำให้ ROE ในปี ในงวดของครึ่งปีแรกนี้นะคะ ก็อ่อนตัวลงมา มาอยู่ที่ 15.5% ค่ะ

ค่ะ ถัดไปนะคะ ในส่วนของ Balance Sheet เรามาดูกันในส่วนของสินเชื่อ แล้วก็เงินฝากค่ะ สินเชื่อของกลุ่ม Tisco นะ คะ ณ สิ้นเดือน 6 อยู่ที่ 235,500 ล้านบาทค่ะ เติบโต 1.4% นะคะ เมื่อเทียบกับสิ้นปีที่แล้วค่ะ การเติบโตในช่วงของปีนี้นะคะ หลักๆ มาจากพอร์ตที่เป็นสินเชื่อบริษัทขนาดใหญ่ค่ะ หรือว่า Corporate Loan ค่ะ เอิ่ม สำหรับ Loan Breakdown หรือว่าสัดส่วนของ Loan ของเรานะคะ จะเห็นว่า Tisco เรายังคงเป็นธนาคารที่ทำธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเป็นหลักนะคะ สินเชื่อรายย่อย หรือ Retail เนี่ย มีสัดส่วนอยู่ที่ 66% หรือว่า เรียกง่ายๆ ว่าประมาณ 2 ใน 3 ของทั้งหมดนะคะ และในกลุ่มนี้เนี่ย เป็น High Purchase หรือว่าเช่าซื้อเนี่ย อยู่ที่ประมาณ 42% ค่ะ

จำนำทะเบียนนะคะ จากที่เติบโตมาในช่วงหลายๆ ปี ให้หลังมาเนี่ย ก็สัดส่วนก็เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 18% ค่ะ ในปีนี้การเติบโตของ Corporate Loan นะคะ ก็ทำให้สัดส่วน Corporate เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกันค่ะ มาอยู่ที่ 28% ส่วน SME ค่ะ สัดส่วนอยู่ที่ 5.5% ค่ะ

ทางฝั่งของเงินฝากและเงินกู้ยืมค่ะ เติบโตในอัตราเดียวกันกับสินเชื่อเลยนะคะ ที่ 1.4% year to date ค่ะ สิน เอิ่ม เงินฝากนะคะ ล่าสุดอยู่ที่ 215,000 ล้านบาทค่ะ โดย อ่า ตัว Source of Fund ของ Tisco เรานะคะ หลักๆ ก็จะเป็นเงินฝากประจำค่ะ หรือว่า เทอม Deposit นะ คะ มีอัตราส่วนถึง 84% ค่ะ คาซ่าอยู่ที่ 13.6% และ บงกะรันเจอร์ เพียงแค่ 2.4% ค่ะ

ในรายละเอียดของพอร์ตสินเชื่อนะคะ สินเชื่อที่เติบโตมาดังที่กล่าวไปแล้ว จะมาจากพอร์ตที่เป็น Corporate หรือว่าสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ค่ะ 6 เดือนแรกเนี่ย เติบโตได้ถึง 7.3% year to date ค่ะ การเติบโตตรงนี้นะคะ ก็ Tisco เรายังคงมุ่งเน้นการเติบโตในกลุ่มที่เรามีความเชี่ยวชาญนะคะ ซึ่งก็จะประกอบไปด้วยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจโรงงานไฟฟ้าค่ะ

สำหรับพอร์ต Retail นะคะ 6 เดือนแรกเนี่ย ลดลงเล็กน้อยค่ะ 0.5% year to date ค่ะ สาเหตุนะคะ ก็มาจากการชะลอตัวของพอร์ตเช่าซื้อรถใหม่นะคะ ที่ยังคงอ่อนตัวตามยอดขายรถยนต์ในประเทศค่ะ ยอดขายรถยนต์ในประเทศของเรานะคะ 6 เดือนแรกนะคะ ลดลงจากปีที่แล้วประมาณ 1.7% ค่ะ อย่างไรก็ดีค่ะ ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาเนี่ย เราเริ่มเห็นสัญญาณบวกนะคะ ที่กลับมาดีขึ้นในกลุ่มที่เป็นตลาดรถยนต์นั่งค่ะ ก็ยอดขายรถยนต์ของเรานะคะ ที่เป็นกลุ่ม New Car เนี่ย ก็เริ่มกระเตื้องกลับมาได้ในช่วง 2-3 เดือนหลังนี้ค่ะ

สำหรับธุรกิจจำนำทะเบียนค่ะ ในปีนี้ชะลอตัวลงเช่นเดียวกันค่ะ เนื่องมาจากว่าเราก็เพิ่มความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อใหม่นะคะ ในภาวะที่หนี้ครัวเรือนยังคงเปราะบางอยู่ค่ะ กลุ่มสินเชื่อที่ Tisco ยังคงสามารถเติบโตได้ในช่วงที่ผ่านมานะคะ ก็จะเป็นตัว High Purchase รถมือสอง แล้วก็ High Purchase มอเตอร์ไซค์ค่ะ ตรงนี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเติบโตสินเชื่อในกลุ่ม High Yield ของเราค่ะ

สำหรับสินเชื่อ SME ค่ะ อ่อนตัวลง 3.1% year to date มาจากกลุ่มที่เป็น Auto Dealer นะ คะ ก็ตรงนี้ก็จะเป็นผลกระทบเดียวกันกับตลาดรถยนต์ภายในประเทศเช่นเดียวกันค่ะ ขอเจาะไปที่ตลาดที่เป็นสมหวังนะคะ ธุรกิจสมหวังของเรา หรือว่าจำนำทะเบียนเราที่ปล่อยผ่านสาขาสมหวังเงินสั่งได้ ตรงนี้นะคะ 6 เดือนแรกยังคงเติบโตได้อยู่นะคะ 3.2% year to date พอร์ตล่าสุดนะคะ อยู่ที่ 33,500 ล้านบาทค่ะ เราก็พยายามขยายการเติบโตนะคะ ในกลุ่มที่เป็นสาขาเดิมที่เราเคยเปิดไปเมื่อ 2-3 ปี ที่ผ่านมาค่ะ โดยในปีนี้นะคะ แผนการเติบโตนะคะ จะเน้นไปที่สาขาเก่า โดยเราชะลอการเปิดสาขาใหม่ ออกไปก่อนนะคะ เพื่อควบคุมทางด้านของต้นทุน และก็ไปเพิ่มประสิทธิภาพของสาขาเดิมให้ดียิ่งขึ้นค่ะ สาขาสมหวังก็ ในปีนี้ยังคงเท่าเดิมกับปีที่แล้วนะคะ อยู่ที่ 800 กับอีก 8 สาขาค่ะ

ในรายละเอียดของ Net Interest Income หรือว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิค่ะ ครึ่งปีแรกค่ะ ลดลงไป 1.9% year on year ค่ะ โดยในส่วนของรายได้ดอกเบี้ยนะคะ ลดลงในปีนี้เนี่ย มาจากการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยค่ะ ซึ่งตอนนี้นะคะ เราก็อยู่ในช่วงของดอกเบี้ยขาลงค่ะ เอิ่ม ดอกเบี้ยเนี่ยเริ่มลงมาตั้งแต่เมื่อไตรมาส 4 ของปีที่แล้วนะคะ จวบจนถึงปัจจุบันเนี่ย กนง. เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมามีการปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มอีก 1 ครั้ง รวมทั้งสิ้นตอนนี้ลดไปแล้ว 4 ครั้งนะคะ ดอกเบี้ยนโยบายลดลงมาจาก 2.5% นะคะ ตอนนี้เหลืออยู่ที่ 1.5% ค่ะ

ประกอบกับเรื่องของมาตรการ "คุณสู้เราช่วย" นะคะ ดังที่กล่าวไปแล้วว่าเรามีการช่วยเหลือลูกหนี้ในกลุ่มนี้นะคะ เอิ่ม เรามีการลดดอกเบี้ยไปให้นะคะ เป็นระยะเวลา 3 ปี ให้แก่ลูกหนี้รายย่อย แล้วก็ลูกหนี้ SME ค่ะ ก็เลยทำให้ประกอบกันแล้วเนี่ย รายได้ในส่วนของดอกเบี้ยเราก็อ่อนตัวลงมาในช่วงนี้ค่ะ จากวัฏจักรของดอกเบี้ยขาลงนะคะ ต้นทุนทางการเงินของเราก็ลดลงเช่นเดียวกันค่ะ เพียงแต่ว่าการ Reprice ของดอกเบี้ยเงินฝากนะคะ จะใช้เวลามากกว่าการลดลงของ Yield ค่ะ ทำให้ในส่วนของ Spread แล้วก็รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ หรือ NII ของเราเนี่ย อ่อนตัวลงในช่วงนี้นะคะ ก็จะเห็นว่าตัว NIM ของเราก็ปรับลดลงมา เมื่อเทียบกับปีที่แล้วค่ะ

สำหรับรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย หรือว่า Non-Interest Income ค่ะ ลดลง 1.4% year on year นะคะ สาเหตุหลักมาจากตัว Trading Gain ค่ะ หรือว่ากำไรจากเงินลงทุนที่เรามีการ Mark to Market นะคะ Value ของ Investment ตรงนี้เนี่ย ก็อ่อนตัวลงมา เมื่อเทียบกับปีที่แล้วค่ะ นอกจากนี้ค่ะ ธุรกิจที่เป็น บล.นะคะ อ่อนตัวลงค่ะ Brokerage and IB ค่ะ รวมกันเนี่ย ลดลง 21% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วค่ะ ธุรกิจ บล.เนี่ย อ่อนตัวลงตาม Volume ตลาดนะคะ ที่ยังคงอ่อนแออยู่ในท่ามกลางความผันผวนรอบด้านนะคะ ส่วน IB เนี่ย ปีที่แล้วเรามี Deal เข้ามานะคะ ที่เป็น Underwriting IPO พอปีนี้นี่ไม่มี ค่า รายได้ตรงนี้นะคะ ก็เลยอ่อนตัวลงค่ะ

ส่วนธุรกิจที่เราเติบโตได้นะคะ จะเป็นธุรกิจธนาคารพาณิชย์ และธุรกิจ Asset Management ค่ะ Banking Fee ค่ะ year on year เติบโตได้ 4.7% ค่ะ มาจากทั้งรายได้ของการปล่อยสินเชื่อนะคะ รวมทั้งค่า Fee ของ Bank Assurance หรือว่านายหน้าประกันภัยของเราที่ฟื้นตัวจากปีก่อนหน้าค่ะ ในปีนี้ดังที่กล่าวไปแล้วนะคะ ว่าช่วงหลังมาเนี่ย ยอดขายรถใหม่นะคะ New Car เนี่ย เริ่มฟื้นตัวกลับมาค่ะ เพราะฉะนั้นธุรกิจ Bank Assurance ของเราที่ทายกับธุรกิจนี้นะคะ ก็เริ่มฟื้นตัวเช่นเดียวกันค่ะ ส่วนธุรกิจ Asset Management นะคะ ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่องค่ะ year on year ปีนี้เพิ่มขึ้นมา 5.4% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วค่ะ การเติบโตนะคะ เป็นไปได้ดี โดยเฉพาะในกลุ่มของ Provident Fund นะคะ บลจ. Tisco เรายังคงได้รับความไว้ วาง ใจจากลูกค้ามาโดยตลอดค่ะ และเราก็ยังคงสามารถรักษา Market Share ของ Provident Fund เป็นอันดับ 1 ของอุตสาหกรรมอยู่ค่ะ

ค่ะ มาต่อกันที่ Asset Quality นะคะ หรือว่าคุณภาพสินทรัพย์ค่ะ NPL ของเรา ณ สิ้นเดือน 6 นะคะ อยู่ที่ 5,668 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 77 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปีที่แล้วค่ะ เอิ่ม การเพิ่มขึ้นของ NPL นะคะ ก็มาจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงเปราะบางค่ะ รวมถึงหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงด้วยนะคะ NPL Ratio ของเราก็เลยขยับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.41% ค่ะ ในช่วงปีที่ผ่านมานะคะ เราก็ดำเนินนโยบายในการระมัดระวังในการให้สินเชื่อใหม่ค่ะ รวม ถึงเราติดตามทวงถามหนี้นะคะ อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น แล้วก็มีการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้อย่างตรงจุดนะคะ ทั้งมาตรการของเราเอง แล้วก็มาตรการที่ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทยด้วยค่ะ จากกระบวนการทั้งหมดของเรานะคะ ก็เลยทำให้ NPL ที่เพิ่มขึ้นมาเนี่ย ยังอยู่ในกรอบที่คาดไว้ แล้วก็อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ค่ะ

นอก จากมาตรการในการดูแลเรื่องของคุณภาพสินทรัพย์แล้วเนี่ย มาตรการเรื่องของการตั้งสำรองนะคะ เราก็ยังคงดำเนินไปด้วยความรอบคอบ แล้วก็รัดกุมค่ะ Corporate Ratio ของเรานะคะ ยังคงอยู่สูงเพียงพอที่จะรองรับความเสี่ยงในอนาคต Corporate Ratio อยู่ที่ 154.8% ค่ะ

สำหรับระดับเงินกองทุนค่ะ BIS Ratio ของเรานะคะ ณ สิ้นไตรมาส 2 นะ คะ อยู่ที่ 20.6% เทียร์วันอยู่ที่ 18.6% ค่ะ โดยทั้ง 2 ตัวนะคะ ยังคงอยู่ในระดับสูง แข็งแกร่ง และก็สูงเกินเกณฑ์ ขั้นต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทยค่ะ

สำหรับจำนวนพนักงาน และสาขาค่ะ ในปีนี้ค่ะ จำนวนพนักงานลดลงไป 160 คนนะคะ ล่าสุดมีจำนวน 5,630 คนค่ะ ในขณะที่การเปิดสาขาใหม่ ก็มีการชะลอตัวออกไปก่อนนะคะ สาขายังคงคงที่ อยู่ที่ 860 สาขาค่ะ เป็นสมหวัง 808 สาขา แล้วก็ธนาคารอยู่ที่ 52 สาขาค่ะ

สำหรับผลประกอบการก็มีเพียงเท่า นี้นะคะ ยังไงขอส่งต่อให้ท่านคุณชาตรี สำหรับ Q&A ต่อค่ะ

ครับ ก็ก่อนจะเข้าตอบคำถามที่ มีการส่งเข้ามากันเรื่อยๆนะครับ ก็ก็อยากจะสรุปภาพผลประกอบการ ในช่วงครึ่งปีแรกนะครับ ว่า ที่ผ่านมา ในในภาพรวมแล้วเป็นยังไงบ้างนะครับ โดยรวมเนี่ยก็ผลกำไรเราก็อ่อนตัวลงไปเล็กน้อยนะครับเทียบกับปีที่แล้ว period เดียวกันก็ประมาณสัก 5-6% นะครับ จะเห็นว่าปัจจัยหลักๆเนี่ย ท็อปล์ไลน์เองก็มีแรงกดดัน อย่างอ่อนๆนะครับคือสินเชื่อเนี่ยถึงแม้จะเติบโตได้นิดหน่อยนะครับแต่ Net Interest Income เนี่ยมีการลดลงเล็กน้อยนะครับ ส่วนนี้ถึงแม้ว่า Course of Fund จะมีการปรับตัวลงเนี่ย พวกรายได้จากฝั่งขา Yield low Yield ต่างๆเนี่ยก็ปรับลดลงด้วยนะครับ จาก ดาวน์เวฟพวก Floating ที่ปรับลงมาและอีกส่วนหนึ่งซึ่งก็ต้องเรียกว่ามีนัยยะสำคัญเหมือนกันกับภาพของรายได้ดอกเบี้ยในช่วงที่ผ่านมาก็คือเรื่องของโปรแกรมคุณสู้เราช่วยนะครับที่ทางธนาคารเรานะครับตอบสนองกับนโยบายของรัฐเนี่ยออกมาช่วยในการช่วยเหลือลูกหนี้นะครับที่เข้าโครงการนะครับในส่วนนี้เองดอกเบี้ยนะครับให้กับลูกหนี้ที่เข้าโครงการไปจำนวนหนึ่งนะครับทำให้ตัว NII เนี่ยปรับตัวลดลงนะครับถึงแม้ว่าเรามีโค้ชโลสอ่อนๆแล้วก็ Course of Fund ก็ปรับตัวลงลงด้วยนะครับอันนี้ก็จะเป็นเหตุผลนึง ในส่วนของ Non Interest Income เนี่ยก็อาจจะได้รับเรียกว่าปัจจัยกดดันจากเรื่องของฟรี income ที่เกี่ยวกับ Capital Market ซะส่วนใหญ่นะครับเพราะว่าครึ่งปีแรกนี่ก็ค่อนข้างจะยังแย่อยู่นะครับโดยโดยเฉพาะธุรกิจที่เก็บเกี่ยวกับตลาดทุนนะครับพวกรายได้จากการซื้อขายหลักทรัพย์อะไรพวกนั้นก็ยังลดลงอยู่นะครับเพราะฉะนั้นท็อปล์ไลน์เนี่ยก็จะปรับตัวลดลงประมาณสัก 2% นะครับPP ของเราเนี่ยยัง maintain อยู่ได้นะครับเท่ากับปีที่แล้วแต่รายก็ก็ตามตัวที่ทำให้ Net Profit เนี่ยปรับตัวลดลงก็คือจะเห็นได้ชัดว่ามาจาก ECL ที่เพิ่มขึ้นนะครับ ส่วนหนึ่งก็อาจจะเป็นเพราะว่ากลยุทธ์ที่เราเพลเทรดไปที่ high yield businesses มากขึ้นเขาเอาว่าในใน long เทอม trend เนี้ยสัดส่วนของ Port High Yield เราเพิ่มขึ้นเรื่อยๆนะครับจนมาล่าสุดเนี่ยขึ้นมาจนเกือบ 30% นะครับเพราะฉะนั้นก็ก็ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายพวก Credit Course เนี่ยต้องสูงขึ้นตามขึ้นมาด้วยนะครับอย่างไรก็ตามส่วนหนึ่งเนี่ยก็เป็นเพราะว่าในปีก่อนๆหน้าเนี่ยปี 2003 แล้วก็ 2004 นะครับเราค่อนข้างตั้งสำรองต่ำกว่าภาวะปกติอยู่นะครับเนื่องจากว่ามีสำรองส่วนเกินที่ตั้งไว้เกินค่อนข้างเยอะตั้งแต่สมัยยุค Covid นะ ครับ อันนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ ECL อย่าง ไรซะคงต้องมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นนะครับ แล้วก็เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติใน ในปีนี้นะครับ อย่างที่ เราเคยได้ๆให้ guidance ไปล่วงหน้าแล้วนะครับ ก็โดยรวมถึงแม้ว่า Net Profit จะอ่อนตัวลงแต่ว่า ROE ก็ยังสามารถ maintain ได้อยู่ในระดับที่เกินกว่า 15% นะครับ อันนี้ก็เป็นภาพสรุปโดยรวมสำหรับผลประกอบการ ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนะครับ ทีนี้ก็จะขอเข้าเรื่องของคำถามที่เข้ามานะครับก็มีอยู่ค่อนข้างเยอะเหมือนกันนะครับเดี๋ยวไล่ๆตอบไป มองดอกเบี้ยจะลดอีกกี่ครั้งนะครับ ก็อันนี้เราเพิ่งลดกันมาอีกครั้งนึงนะครับ ด้วยภาวะเศรษฐกิจทั่วๆไปก็เราก็ยังมองว่ามันค่อนข้างที่จะเปราะบางอยู่นะครับแล้วก็หนี้ครัวเรือนที่สูงแล้วก็ไม่มีเรื่องของ catalyst อะไรเข้ามาใหม่ๆนะครับก็มองว่าคงต้องมีเรื่องของการลดดอกเบี้ยเพิ่มอีกนะครับเอาค่ากลางๆก็อาจจะสัก 2 ครั้งนะครับภายในปีนี้ถึงต้นปีหน้านะครับแต่จะมีครั้งที่ 3 หรือเปล่านี่ก็ยังไม่แน่ใจนะครับเพราะว่าจริงๆต่างประเทศก็เริ่มมีปัจจัยกดดันกันมากขึ้นแล้วก็เศรษฐกิจอเมริกาเองก็ยังค่อนข้างจะ strong อยู่นะครับถ้ามี inflation มา push เนี่ยการลดดอกเบี้ยของของของฝั่งต่างประเทศเนี่ยอาจจะช้าลงนะครับทำให้ไม่แน่ใจว่าจะไปถึง 3 ครั้งหรือเปล่าแต่คิดว่า 2 ครั้งนี่น่าจะถึงอันนี้จากที่ research เราคาดการณ์ไว้นะครับโดยปกติเราจะได้รับผลประโยชน์บ้างนะครับจากจากจากการที่ดอกเบี้ยนโยบายลดลงนะครับก็เรียกว่าบ้างก็แล้วกันแต่ก่อนอาจจะมีมากกว่านี้นะครับแต่ๆยังมีอยู่นะครับเพราะว่าแต่ก่อนนี้ลดบุ๊กตอนที่ peak เราเนี่ย Fix เรดโลนเราไปถึง 80% ของ Port นะครับ ปัจจุบันนี้มันลดลงมาแต่เขายังอยู่เป็นส่วนใหญ่ของ Port นะครับอยู่ที่ประมาณสัก 65% คร่าวๆนะครับ เพราะฉะนั้นถ้า Course of Fund ลงเนี่ยตามตามอัตราดอกเบี้ยตลาดเนี่ยก็ๆจะพวกๆ Fix Rate Asset พวกนี้มันไม่ได้ repace ไปด้วยกันก็จะได้ประโยชน์บ้างนะครับ คร่าวๆก็ถ้าทุก 50 ถ้าๆๆทุกเอิ่มเอิ่ม50 สตางค์ก็อาจจะ translate ไปสู่ spreader ที่อาจจะเพิ่มขึ้นมาสัก 20-25 สตางค์นะครับอันนี้ก็เป็นค่าเฉลี่ยระยะยาวแล้วกันนะครับแต่ว่าในรายละเอียดในบางช่วงเวลาเนี่ยก็ต้องดูรายละเอียดของของมันนะครับว่าประเภทเนี่ยมันๆเปลี่ยนแปลงไปได้รวดเร็วแค่ไหนนะครับแล้วก็ในบางช่วงเวลาก็จะมีปัจจัยอื่นเข้ามา กระทบด้วยนะครับอย่างเช่นปีนี้เองเนี่ยจริงๆ Spread ควรจะเริ่มปรับตัวสูงขึ้นนะครับแต่ว่าในไตรมาสหนึ่ง เอ้ยไตรมาส 2 ที่ผ่านมาเนี่ยก็มีผลกระทบของเรื่องของของรายการคุณสู้เราช่วยนะครับทำให้ Yield มีการปรับตัวลงค่อนข้างเยอะนะครับจากๆแคมเปญตัวนี้นะครับ เป้าหมาย NPL เท่าไหร่นะครับก็อาจจะมีการเทรนอัพได้อีกเล็กน้อยนะครับแต่น่าจะเป็นอย่างค่อยๆเป็นค่อยๆไปอันนี้ก็เป็นไปตามกลยุทธ์ที่เราเรียกว่ากระจายนะฮะหรือว่าปรับ mix ของ Port Loan เนี่ยไปที่ทรัพย์สินพวกที่ High Yield มากขึ้นนะครับ High Yield ก็แน่แหละๆก็จะมาด้วยความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้นนะครับเพราะฉะนั้น NPL ก็จะ trend up อยู่นะครับแต่ว่าจะเห็นได้ซึ่งๆอันนี้ก็จะ reflect มาจากคำถามบางคำถามที่เข้ามานะครับว่าอัตราเร่งของการขยายไปที่ไปที่เอิ่มสินเชื่อ High Yield เนี่ยก็ๆลดลงนะครับถึงแม้อย่างจะเป็นกลยุทธ์ระยะยาวอยู่เนี่ยเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันนี้มันค่อนข้างเปราะบางค่อนข้างมากนะครับเราก็จะมีความระมัดระวังมากขึ้นนะครับนโยบายการปล่อยสินเชื่อก็จะเข้มงวดขึ้นบางส่วนนะครับทำให้โกรสตรงนั้นก็จะๆช้าลงนิดหน่อยนะครับเพราะฉะนั้นก็มองว่า NPL คงมีการปรับตัวขึ้นได้นะครับแต่ว่าน่าจะอยู่ในระดับที่เราสามารถควบคุม เอ่อไม่ให้กระโดดขึ้นอย่างๆเร่งตัวมากเกินไปนะครับก็น่าจะเป็น Trend Trend อัพคล้ายๆเดิมนะครับสำรองก็คง trend up เหมือนกันนะครับแต่ไม่ใช่ในอัตราที่เร่งตัวนะครับส่วนหนึ่งของการเพิ่มขึ้นของสำรองปีนี้อย่างที่เรียนไปแล้วว่ามาจาก การจากภาวะต่ำผิดปกติในปีก่อนๆหน้านะครับก็ต้องเรียกว่าในไตรมาส 2 เนี่ยอัตราการตั้งสำรองนะจะใกล้ภาวะปกติแล้วนะครับอาจจะมีการเพิ่มสูงกว่านี้ได้เล็กน้อยนะครับในช่วงครึ่งปีหลังของปีแต่ก็ใกล้กับเข้าสู่ภาวะปกติหรือระดับปกติที่ควรจะเป็นสำหรับเรานะครับอย่างไรก็ตามก็ต้อง Note ไว้นิดนึงว่าในๆภาวะนโยบายบัญชีปัจจุบันเนี่ยการตั้งสำรองก็อาจจะมีความผันผวนขึ้นๆลงๆได้ในแต่ละไตรมาสนะครับซึ่งๆอันนี้ก็จะเป็นไปตามปัจจัยต่างๆที่เข้ามากระทบนะครับ โอเคคำถามข้อถัดไปมีคำถามว่าทำไมถึงยังโต Used Car และมอเตอร์ไซค์นะครับเช่าซื้อ มอเตอร์ไซค์แต่ชะลอจำนำทะเบียนในขณะที่หลายแบงค์ไม่โตแล้วในช่วงนี้นะครับ อันนี้ก็ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจนิดนึงนะครับอาจจะต้องพูดแยกกันเป็นแต่ละ Port นะครับ Used Car เองเนี่ยเข้าใจว่าหลายแบงค์ที่ทำกันเยอะๆที่ผ่านมาเนี่ยต้องชะลอตัวลงหยั่งมากเนื่องจากว่าในในภาวะสถานการณ์ปี 2 ปีที่ผ่านมาเนี่ยมีเขาเรียกว่ามี crisis เล็กๆในแง่ของราคารถมือสองนะครับทำให้ NPL ของธุรกิจ Used Car เนี่ยมันมันเพิ่มสูงขึ้นมากนะฮะ จนทำให้หลายๆที่อาจจะต้องชะลอตัวเรื่องของการเติบโต แต่ในส่วนของเราเนี่ยจริงๆเราๆโตแต่ว่าโตช้าๆมาตลอดนะครับ พอดีตัวเลขในหน้านี้อาจจะไม่ได้แสดงให้เห็นจริงๆ Port Used Car ของเราเนี่ยมันมีอยู่แค่ 10,000 กว่าล้านหมื่นต้นๆเองนะครับก็เป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างน้อยเทียบจากสินสุสินเชื่อรวมนะครับแค่ประมาณสัก 5% เท่านั้นเองนะครับไอ้ที่บอกว่าโตเนี่ยสมมุติว่าเราโตปีละ 10% มันคือแค่ 1,000 ล้านนะครับมันมาจาก base ที่ต่ำมากนะครับทั้งนี้ก็เพราะว่าเราค่อนข้างที่จะ selective ในการเติบโตตรงนี้นะครับเพราะฉะนั้นโมเมนตัมในการเติบโตของเรามันน่าจะเป็นการพยายามเข้าไปหาตลาดที่เราเข้าได้นะครับในในภาวะที่ถึงแม้ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นเนี่ยมันมีจุดไหนที่เรายังพอเข้าได้มากขึ้นนะครับแต่ว่าเราไม่ได้ขยาย อื่นๆมามากมายนะครับเป็นการแค่เพิ่มขึ้นในใน Base ที่ต่ำของตัวเราเองเท่านั้นเองนะครับไม่ได้มากมายอะไรนะครับ มอเตอร์ไซค์เนี่ยมี development ที่แตกต่างไปนะครับธุรกิจมอเตอร์ไซค์ของเราก็จริงๆถ้าย้อนกลับไปเมื่อประมาณต้นปีที่แล้วเนี่ยได้รับผลกระทบจากเรียกว่ากฎหมายที่ออกมา cap อัตราดอกเบี้ยสูงสุดใหม่นะครับของทั้งๆอุตสาหกรรมนะครับจากเดิมที่เคยเอ่อมีอัตราดอกเบี้ยสูงเกินไม่เรียกว่าไม่มี cap ก็แล้วกันนะครับลงมา cap แค่ประมาณสัก 20-23 ที่ถึง 25% เนี่ยก็ได้รับๆรับผลกระทบกันไปทั่วๆนะครับ แต่ความแตกต่างของเราก็คือว่าเราค่อนข้างที่จะปรับตัวค่อนข้างเร็วกับเรื่องของ Rate ใหม่แล้วเราก็พยายามเรียก ว่าปรับนโยบายการ Underwrite สินเชื่อให้สอดคล้องกับ environment นะฮะหรือระดับของอัตราดอกเบี้ยสูงสุดใหม่ อย่างรวดเร็วนะครับ ในขณะที่ตลาดเนี่ยผมต้องเรียกว่าเนื่องจากการแข่งขันของ Player ต่างๆที่พยายามที่จะรักษา Market Share เนี่ยยังค่อนข้างไปเน้นเรื่องของแคมเปญที่ Aggressive ในการขายนะครับเมื่อเทียบกับ Interest Rate ระดับใหม่ที่เขาออกมานะครับ ซึ่งทำให้หลายๆที่ที่ผมเข้าใจว่าก็ๆเนื่องจากว่าระดับ priceing มันมันอาจจะไม่ค่อยเหมาะสมเนี่ยก็จะได้รับผลกระทบใน ช่วงเวลาถัดมานะครับแต่เนื่องจากว่าเราเนี่ยปรับตัวไปตั้งแต่ตอนต้นๆนะครับ เอ่อเราก็เลยไม่ได้รับผลกระทบจริงๆคุณภาพสินสินเอ่อสินทรัพย์ของ Port มอเตอร์ไซค์เนี่ยค่อยๆปรับตัวดีขึ้นทีละเล็กทีละน้อยมาตลอดนะครับก็เป็นโมเมนตัมอะไรที่เราสามารถ Carry on ได้พูดง่ายๆก็คือเราค่อยๆโตแต่ว่าโตได้เรื่อยๆก็แล้วกันนะครับจริงๆถ้าเทียบเอิ่ม เรื่องของยอดขายรถมอเตอร์ไซค์ถึงแม้จะอ่อนตัวลงแต่ว่าไม่ได้ตกอย่างพวกฮาบเหมือนรถยนต์ในช่วงปีที่ผ่าน หลายๆปีที่ผ่านมานะครับ เพราะฉะนั้นจริงๆแล้ว Demand ของสินเชื่อเช่าซื้อมอเตอร์ไซค์เนี่ยยังมีอยู่ค่อนข้างมากนะครับถ้าถ้าเรียกว่าคุณคุณก่อตลาดให้อยู่เนี่ยก็ยังสามารถขยายธุรกิจได้เรื่อยๆนะครับเพียงแต่ว่า ธุรกิจมอเตอร์ไซค์นี่เป็นธุรกิจที่ความเสี่ยงสูงดังนั้นถ้าเกิดว่าปล่อยไม่สอดคล้องกับความเสี่ยงเนี่ยก็จะเสียหายได้ได้ง่ายนะครับเพราะฉะนั้นเราค่อนข้างจะระมัดระมังระวังมาตลอดก็ก็เลยสามารถประคับประคองอยู่ได้ซึ่งจริงๆตอนนี้ก็ๆเริ่มกลับมามีโมเมนตัมในการเติบโตที่ดีขึ้นนะครับ ในส่วนของจำนำทะเบียนเนี่ยอันเนี้ยแตกต่างกันนะครับตรงที่ว่าจากโปรไฟล์ที่เรา monitor กันเองของภายในเนี่ยมันๆ show sign ว่า NPL นะฮะของธุรกิจจำนำเนี่ยถ้าๆเรายังโตใน Speed เดิมเนี่ย NPL อาจจะขึ้นนะครับในระดับที่เราไม่อยากจะเห็นนะครับเราก็เลยแตะเบรคไว้ก่อนเพื่อที่จะควบคุม NPL ให้กลับมาอยู่ในระดับที่เราต้องการนะครับก็จริงๆก็คือเริ่มแตะเบรคมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วนะฮะจนถึงปัจจุบันนี้นะครับก็เรียกว่ายังมีการเติบโตอยู่แต่ชะลอตัวลงนะครับจะเห็นว่าปีที่แล้วเนี่ยเราโตตั้ง 14% แต่ว่าครึ่งปีแรกของปีนี้โตแค่ประมาณ 3% สำหรับธุรกิจสมหวังนะครับก็sacrifice ตรงนั้นเพราะว่าสภาวะเศรษฐกิจต่างๆมันค่อนข้างดูเปราะบางนะครับอย่างไรก็ตามตอนนี้เราก็เห็นไซน์ที่ดีขึ้นเหมือนกันในเชิงของคุณภาพสินทรัพย์ที่สามารถควบคุมได้ดีขึ้นนะครับสามารถเริ่มเห็นความๆนิ่งของของของของคุณภาพสินทรัพย์ใน Port นี้มากขึ้นเพราะฉะนั้นเนี่ยก็ๆเรียกว่าถ้าถ้าพร้อมเราก็อาจจะเล่นการเติบโตขึ้นมาใหม่นะครับแต่ว่า ณ ปัจจุบันนี้ยังๆระมัดระวังอยู่นะครับ โอเค อ่า เพราะ ฉะนั้นทิศปี ปีหน้า Tisco จะติดเติบโตไปทางไหนนะครับก็ๆจริงๆก็คล้ายๆเดิมคือใน Port สินเชื่อต่างๆเนี่ยเราๆก็จะดูโอกาสแล้วก็ความเสี่ยงในแต่ละ area ว่าจุดไหนมีๆเติบโตไปได้เราไม่ค่อย Fixate กับ Market Share ว่าจะต้องโตตรงไหนหรือๆว่าบรรลุอะไรตรงไหนเป็นพิเศษนะเราค่อนข้างที่จะ Fixate กับ เอ่อเรียกว่าความเหมาะสมของการปล่อยสินเชื่อว่าตรงไหนให้อัตราผลตอบแทนที่เหมาะสมกับความเสี่ยงที่ๆเป็นนะครับเพราะฉะนั้นจะเห็นว่า mix ในการเติบโตของแต่ละ area ในแต่ละปีนี้ก็จะแตกต่างไปนะครับ แต่ถ้ามอง Trend รวมๆนะฮะก็ corporate ยังน่าจะมีโมเมนตัมในการเติบโตได้เอ่อประมาณนึงนะครับถึงแม้จะชะลอตัวน่าจะชะลอตัวลงกว่าปีนี้นะครับเพราะว่า demand เรื่องของ investment ต่างๆน่าจะๆลดลงนะครับแต่ว่ายังพอ sustain ได้อยู่ในขณะที่เอ่อฝั่ง Retail เนี่ยจริงๆเอิ่ม ตัวใหญ่ที่ถึงแม้จะลดลงเนี่ยแต่ยังเป็นสัดส่วนใหญ่ของ Port ของเราก็คือธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ใหม่เนี่ยจริงๆแล้วมันมี Trend ที่ดีขึ้นนะครับซึ่งๆอันนี้ก็อาจจะไป relate กับคำถามหลังๆที่เข้ามานะครับพวกเรื่องตลาดรถยนต์อะไรพวกนี้เนี่ยต้องเรียกว่าเอิ่มถ้ามองใน Cycle ใหญ่ๆเนี่ยยอดขายรถยนต์ตกลงมาเยอะมากนะครับแต่ตั้งแต่ Q2 เริ่ม Q2 เป็นต้นมาเนี่ยมันเริ่มมีอาการ rebound เล็กๆนะครับอันนั้นก็คาดหวังว่า bottom มันอาจจะผ่านไปแล้วนะครับ เอ่อ เพราะ ฉะนั้น เอ่อ มาดูในรายละเอียดของ Port เนี่ยจริงๆแล้ว Port สินเชื่อรถยนต์ใหม่ในช่วง เอ่อไตรมาสที่ผ่านมาเนี่ยมีการเรามีการเร่งการเติบโตขึ้นมาได้ดีทีเดียวนะครับโดยโดยโดยรวมเนี่ย Port สินเชื่อรถยนต์ใหม่ในไตรมาสที่ผ่านมาไม่ได้ติดลบซักเท่าไหร่เพราะว่าเราเร่งกันบุ๊ค New โลนเอ่อเข้ามาได้ประมาณนึงนะครับในขณะที่ยอดขายรถถึงแม้จะยัง soft อยู่แต่ก็ขึ้นมาจาก bottom นะฮะในช่วงไตรมาส 1 แล้วก็สิ้นปีที่แล้วนะครับนี้ก็อาจจะเป็นสัญญาณว่าถ้าเกิดว่าเอ่อ bottom มันผ่านไปแล้วเนี่ยตลาดรถยนต์อาจจะเริ่ม rebound ช้าๆนะครับถึงแม้ว่าเศรษฐกิจมันจะยังคงไม่ดีอยู่เนี่ย เอ่อแต่ว่าเอิ่ม demand เรื่องของการเอ่อซื้อรถอะไรพวกนี้มันอาจจะเริ่มกลับมาดีขึ้นนะครับในช่วงครึ่งปีหลังแล้วก็ถ้าเอ่อถ้ายาวไปถึงปีหน้าได้เนี่ยอันนี้ก็น่าจะเป็นการ Support เอ่อการเติบโตของสินเชื่อเอ่อฝั่งรถยนต์ใหม่ได้นะครับ งั้นเอ่อในภาพรวมเนี่ยก็คงยังเอ่อเน้นการเติบโตในทุกๆด้านอย่างที่ผ่านมานะครับเน้นเรื่องของการขยายไปที่ High Yield มากขึ้นนะครับแต่อย่างไรก็ตามพวกสินเชื่อที่มันเป็น Low Risk นะฮะอาจจะ low Yield หน่อยเนี่ยอาจจะได้รับความสนใจในการขยายมากกว่าในช่วงเวลานี้เพราะว่าเศรษฐกิจมันค่อนข้างเปราะบางนะครับเอ่อในขณะที่เอิ่มสภาพแวดล้อมเรื่องของอัตราดอกเบี้ยอาจจะให้เรากล้าที่จะเร่งตัวเรื่องของเอิ่มสินเชื่อที่มีเอ่อคุณภาพสูงแล้วก็เอ่อ Yield อาจจะต่ำนิดนึงมากขึ้นในช่วงนี้นะครับเอิ่มอันนั้นก็คือฝั่งสินเชื่อนนะครับส่วนในฝั่งฝั่งเอ่อพวกฟรี income ก็แน่นอนเอ่อ Capital Market ก็คงๆขึ้นกับภาวะตลาดแต่ว่าเราคงพยายามเร่งการสร้างฟรี income จากสามารถ recurrence ต่อไปได้เช่น Asset Management นะครับแล้วก็ Bank Assurance ซึ่งเอ่อในปีที่ผ่านมาก็แสดงว่าเอ่อมีการเติบโตที่สามารถเอ่อสร้างได้อยู่เอ่อประมาณนึงนะครับอันนี้ก็จะเป็นตัวที่พยายามเอ่อเร่งการเติบโตในครึ่งปีหลังของปีนี้แล้วก็ต่อไปในปีหน้านะครับ พันผลจะเท่าเดิมไหมก็เอาตอบได้แค่ว่าก็พันผลก็ขึ้นอยู่กับผลกำไรนะครับว่าแต่ละปีทำได้เท่าไหร่นะครับแต่สิ่งที่อาจจะตอบได้ก็คือว่าเอิ่มในในภาวะที่สินเชื่อเอิ่ม ไม่ๆได้มีความคาดหวังเยอะว่าจะเติบโตมากนักนะครับแล้วก็ BIS Ratio ยังอยู่ในระดับสูงนะครับแบบนี้เนี่ยเอ่อผลกำไรที่สร้างมาก็เราก็ไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องเก็บไว้เพื่อที่จะสร้างฐานของเงินกองทุนเพิ่มขึ้นมากนักนะครับเพราะว่าเอ่อการเติบโตของสินเชื่อไม่ๆได้แรงนะครับเอ่อแล้วก็เงินระดับเงินกองทุนเนี่ยยังค่อนข้างสูงอยู่นะครับก็ระดับ 20% นี่ก็ยังเกินเกินกว่าความจำเป็นอยู่เยอะนะครับ เพราะฉะนั้นเอ่อก็อาจจะตอบได้ว่าเราเรายังสามารถ maintain นโยบายการจ่ายเงินปันผลอัตราอัตราการจ่ายเงินปันผลในระดับที่สูงได้แต่ว่าเอ่อเรื่องของว่าจะจ่ายเท่าไหร่ก็คงขึ้นอยู่กับผลประกอบการในแต่ละเอ่อปีนะครับ ธุรกิจบริหารความมั่งคั่งนะครับมีอะไรแตกต่างจากคู่แข่งนะครับ ก็อ่าถ้าๆจะเน้นว่ามีความแตกต่างจากคู่แข่งยังไงจริงๆอาจจะไม่ใช่จุดแตกต่างที่เอ่อๆต่างกันในเชิง product เพราะทุกๆแบงค์ทุกธนาคารก็มี product ที่ค่อนข้างที่จะเอ่อๆครบวงจรกันอยู่นะครับแต่ว่าเอ่อเราเนี่ยเอ่อมีๆเอ่อความเน้นในการเอ่อadvice ลูกค้าในแง่ของเอ่อ holistic advisory ก็คือการมองการวางแผนเอ่อการเงินอย่างครบวงจรในทุกๆด้านเอ่อให้กับลูกค้าในในเรียกว่าในทุกๆ segment นะ ครับ อย่างครบถ้วนนะครับ Holistic เอ่อซึ่งนอกจากเรื่องของการสร้างความมั่งคั่งในเอ่อๆเรียกว่า life stage ต่างๆเนี่ยอะไรที่เอ่อเพิ่มเข้ามานะครับในการมององค์รวมให้กับลูกค้านะครับก็คือเรื่องของเอิ่มการ incorporate เรื่องของ product ประกันภัยนะครับซึ่งจะดูเอ่อ Wealth ในๆๆในภาวะที่มันต้องการ protection มีเรื่องอะไรอีกที่เอ่อลูกค้าที่ๆๆที่ควรจะต้องมองนะครับในภาพรวมนะครับนอก จากนั้นก็คือเรื่องของการ incorporate Retirement planning เข้ามาให้กับลูกค้านะครับเพราะฉะนั้นเอ่อๆสังคมเอ่อประเทศไทยกำลังเข้าสู่เข้าสู่สังคมสูงวัยนะครับเพราะฉะนั้นเรื่องของการวางแผนเกษียณเนี่ยก็มีความสำคัญที่จะเอ่อๆเรียกว่าส่งมอบเอ่อคำแนะนำให้กับลูกค้าในๆๆในช่วงถัดไปนะครับอันนี้ก็เอ่อLeverage กับ Position ที่แข็งแกร่งของเราอันนึงนะครับซึ่งเอ่อถ้าๆบางท่านรู้เนี่ยเราก็จะมีธุรกิจเอ่อบริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ใหญ่มากนะครับเราเป็นเอ่อเอ่อเราเป็น provident fund manager ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอันดับหนึ่งนะครับก็เอ่อยัง maintain position นี้อยู่แล้วก็สามารถ attract เอ่อลูกค้าใหม่ๆเข้ามาได้นะครับแล้วก็ด้วยความสัมพันธ์กับนายจ้างที่ดีเนี่ยเราก็ค่อยๆเอ่อให้ บริการแล้วก็เอ่อส่งเสริมเรื่องของการทำ Financial Management เนี่ยไปสู่เอ่อพนักงานของของเอ่อบริษัทเหล่านั้นนะครับให้ๆเป็นองค์รวมมากขึ้นนะครับอันนี้ก็จะก็จะเป็นภาพรวมของธุรกิจ Wealth Management ที่ๆเราเน้นนะครับ เอิ่ม มีคำถามเรื่องของการยกเลิกการคิดดอกเบี้ย Flat Rate มีมุมมองเชียงไรก็เข้าใจว่าเป็นข่าวที่เพิ่งออกมาเมื่อเช้าเอ่อผมคิดว่าเราๆเราไม่ได้มี preference ณ จุดนี้นะครับเพราะว่าทุกวันนี้เอ่อในการทำธุรกิจก็พยายามแปลง Flat Rate ให้มันเป็น IRR กันชัดเจนอยู่แล้วนะครับอันนี้มันก็เป็น Market practice มากกว่านะครับเอ่อแต่เข้าใจว่าเอ่อบางครั้ง Flat Rate เนี่ยเอาไปพูดจูงใจให้กับลูกค้าเข้าใจว่าดอกเบี้ยมันต่ำขนาดนั้นนะอะไรอย่างงี้นะครับแต่ว่าเอาจริงๆแล้วเนี่ยเอ่อสิ่งที่ลูกค้าต้องจ่ายเนี่ยมันก็คือ effective rate ก็ก็ถูกต้องแล้วนะครับที่ควรที่จะต้องเอ่อ educate นะครับให้ๆเอ่อผู้กู้เนี่ยเข้าใจ เอ่อดีมากขึ้นนะครับกับดอกเบี้ยที่เขาต้องมารับภาระในๆ ในสินเชื่อแต่ละอย่างนะครับก็เอิ่มจริงๆในเชิงสังคมนี่ก็เห็นด้วยนะนะครับในเชิงธุรกิจเราไม่ๆได้คิดว่าจะมีผลกระทบดีหรือไม่ดีเอ่อกับเรายังไงนะครับ ประเมินการเติบโตครึ่งปีหลังเป็นยังไงก็คงยังเอิ่มไปอย่างช้าๆนะครับไม่ๆน่าจะไม่ๆน่าจะเอ่อดีมากแต่ว่าปัจจัยเสี่ยงหลักๆก็ก็ดูจะ soft ลงนะครับก็ดูตอนแรกก็ดูเรื่อง tariff พวกนี้ว่ามันจะมีเอฟเฟ็ครุนแรงแค่ไหนนะครับถ้าเกิดมันออกมาแบบ smooth อย่างงี้ก็อาจจะมีผลทำให้มีเรียกว่าการ slowdown ลงบ้างแต่ว่าไม่น่าจะเป็นอะไรที่เอ่อทำให้เกิดอาการตกต่ำในในในบางเซคเตอร์อย่างๆที่มันน่ากลัวเกินไปนะครับ ในขณะที่ธุรกิจรถยนต์นี่ก็อย่างที่บอกว่าตอนนี้มันเริ่มเห็นนะครับดีมานด์กลับมามากขึ้นนะครับในช่วงไตรมาสที่ผ่านมาก็ๆหวังใจว่ามันจะเป็นความต่อเนื่องของๆ recovery เพราะบางครั้งเอ่อการซื้อรถยนต์เนี่ย demand ในการซื้อรถยนต์มันไม่ต้องไปกับภาวะเศรษฐกิจเสมอไปนะครับเอ่อในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นแต่ว่ายอดขายรถเนี่ยตกลงมาเสมือนกับเกิด crisis ไปแล้วนะครับเพราะฉะนั้นเอ่อถ้า Demand มันกลับมามันก็อาจจะขึ้นได้โดยที่เศรษฐกิจไม่ต้องโตมากเหมือนกันนะครับก็ก็คงต้องๆดูกันต่อไปนะครับ อ่าทิศทางสินเชื่ออันนี้ตอบไปแล้วนะครับ NPL อันนี้ตอบไปแล้วนะครับสำรองยังอยู่ในระดับสูง

โพสต์ล่าสุด