บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
สรุป Oppday MAGURO: Q2/2568 ขยายสาขา เสริมแกร่งกำไร มุ่งสู่ปี 2569
P/E 18.76 YIELD 1.47 ราคา 20.40 (0.00%)
สรุป Oppday MAGURO: Q2/2568 ขยายสาขา เสริมแกร่งกำไร มุ่งสู่ปี 2569
ภาพรวมธุรกิจ MAGURO Group ในช่วงสองไตรมาสแรกของปี 2568 บริษัทมีแบรนด์ในเครือหลากหลาย ได้แก่:
- Maguro: 18 สาขา
- Something Together: 6 สาขา
- Hitori Shabu: 14 สาขา
- Thongkatsu Aoki: 5 สาขา (เพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา)
- Kukku: 2 สาขา (All-day dining)
- Bincho: 1 สาขา (เปิดตัวเมื่อ 9 กรกฎาคม ที่ผ่านมา)
- Kiwamiya: แบรนด์ใหม่นำเข้าจากญี่ปุ่น (เตรียมเปิดตัว 4 กันยายน 2568)
ปัจจุบัน MAGURO มี 46 สาขาทั้งหมดในเครือ จากแผนการเปิด 15 สาขาในปี 2568 ยังเหลือ Maguro 2 สาขา, Hitori Shabu 2 สาขา และ Thongkatsu Aoki 2 สาขา ที่กำลังรอเปิดในช่วงไตรมาส 3 และ 4
Business Impact Overview
ธุรกิจของ MAGURO ได้รับผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบ ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบ ได้แก่ การขยายสาขา การเปิดตัวแบรนด์ใหม่ และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค
Business Opportunities
MAGURO มองเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจผ่านการเปิดตัวแบรนด์ใหม่และการขยายสาขา โดยมีกลยุทธ์หลักคือ Four Pillars Strategy:
- Launch New Brand
- Existing Brand Same Store Sale Growth
- Value Chain Optimization
- Existing Brand New Store
บริษัทให้ความสำคัญกับการเพิ่ม Same Store Sale Growth ให้กับแบรนด์เดิม โดยการเพิ่มเมนูราคาเข้าถึงง่าย การออก Seasonal Menu และการจัดแคมเปญฉลองครบรอบ 10 ปี
Risks and Challenges
MAGURO เผชิญความเสี่ยงด้านการแข่งขันที่สูงขึ้น และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่รวดเร็ว บริษัทมีแผนรับมือโดยการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และการรักษามาตรฐานคุณภาพของสินค้าและบริการ
Problem-Solving and Mitigation
MAGURO แก้ไขปัญหาโดยการควบคุมต้นทุน การเพิ่ม Productivity ของพนักงาน และการ Sourcing วัตถุดิบที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม บริษัทมีการปรับปรุงระบบหลังบ้าน ERP และ POS เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
Outlook and Future Trends
MAGURO มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายที่จะขยายสาขาและเพิ่มยอดขาย บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนา Productivy และการใช้ Local Ingredients เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
Q&A Session (เริ่ม นาทีที่ 38:05)
- **SSSG Q3 เป็นอย่างไรบ้าง?**
- **แบรนด์ใหม่ Kiwamiya แตกต่างจากแบรนด์อื่นอย่างไร?**
- **แนวโน้มราคาวัตถุดิบจากญี่ปุ่น (แซลมอน) ใน Q3 เป็นอย่างไร?**
- **จากกระแสตอบรับ Bincho มีแผนขยายสาขาในปีหน้าหรือไม่?**
- **มีแผนไปต่างจังหวัดหรือไม่?**
- **ยอดขาย Hitori Shabu เริ่มฟื้นไหม?**
- **ซูชิสายพานมีผลกระทบต่อ Maguro อย่างไร?**
- **GPM ใน Q2 เป็น All-Time High คิดว่าครึ่งปีหลังจะ Maintain ได้ไหม?**
- **คอนเฟิร์มไหมว่าสาขาที่จะเปิดใน Q3 Q4 จะเปิดได้ตามแผน?**
- **แผนปีหน้า (2569) ตั้งเป้าอยากเปิดอีกกี่สาขา?**
- **มีแผนทำ Flavorhood อีกหรือไม่?**
- **ครัวกลางยังรองรับการขยายสาขาได้อีกไหม?**
- **ครึ่งปีแรกทำกำไรได้เกินเป้าไปแล้ว น่าจะเกือบ 30% บริษัทมีโอกาสปรับเป้าปีนี้ไหม?**
- **ทำไมเลือกเปิดหลาย ๆ แบรนด์ แทนที่จะเปิดหนึ่งแบรนด์แบบมีสาขาเยอะ ๆ?**
เป็นสัญญาณบวก ดีกว่า Q2 ระดับหนึ่ง แต่ยังเป็นลบอยู่ แต่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
หลากหลายในเมนู มีความเชี่ยวชาญในด้านแฮมเบอร์เกอร์และสเต็กวากิว มีเมนูหมูสำหรับคนไม่ทานเนื้อ และมีข้าวผัดสไตล์รีซอตโต้ที่ไม่เหมือนใคร
ราคาเซม ๆ ยังไม่ปรับตัวขึ้น แต่ปกติ Q3 Q4 ราคาจะลดลงเมื่อเทียบกับ Q2 บริษัทวาง Budget ไว้ในระดับที่รับได้ และมีแบรนด์น้องใหม่ช่วยพยุงราคา
มีแผนขยายสาขาในปี 2569 ช่วง Q1 หรือ Q2 และอาจเป็นในใจกลางเมืองกรุงเทพฯ
กำลังดูจังหวัดใกล้กรุงเทพฯ เช่น พัทยา และกำลังศึกษาความเป็นไปได้อยู่
ตัวเลขไม่ได้แย่ลง แต่มีการฟื้นตัวในบางสาขา มีการปรับทางเลือกให้ลูกค้า เพิ่มเมนู และมีโปรแกรม Upsize ตัวเลขอยู่ในจุดที่น่าพอใจ แต่เทียบกับปีที่แล้วอาจยังไม่ดีเท่า เพราะมีปัจจัยหลายอย่าง และมีสงครามหม้อ hotpot แต่ Q3 ไม่แย่ลง และ Gross Profit Margin ยังดีเหมือนเดิม
อาจมีดึงลูกค้าที่ชอบทานซูชิไปบ้าง แต่ Maguro มีเมนูญี่ปุ่นหลากหลาย และเน้นเรื่องปลาดิบ ซูชิสายพานไม่สามารถ offer เมนูครัวร้อนได้ Maguro เองก็มีการปรับตัวและ offer ในส่วนที่เป็นจุดแข็งของตัวเอง
น่าจะ Maintain ได้ เพราะแบรนด์ที่ขยายสาขาในช่วง Q3 Q4 ยังสร้าง GPM ได้สูง ถ้าแซลมอนยัง Maintain ราคาเดิมจาก Q2 คิดว่าตัวเลข GPM ไม่น่าแตกต่างกัน และอาจจะดีขึ้นด้วย
ยังคงเหมือนเดิม ไม่มีการยกเลิกอะไรไป และอาจมีเพิ่มมาด้วย
มีการวางแผนไปประมาณหนึ่งแล้ว อาจจะถึงระดับครึ่งปีแรกของปี 2569 คงจะไม่น้อยไปกว่าปีนี้ (15 สาขา) อาจจะ Commit ไว้ประมาณนี้ก่อน
เป็นอะไรที่น่าสนใจ และเห็นถึงผลประกอบการที่แข็งแรง โดยที่ค่าเช่าค่อนข้างเบา และลูกค้าพึงพอใจ มีการปรึกษาหารือกัน และกำลังศึกษาการทำโครงการลักษณะนี้ในทำเลอื่น ๆ ในกรุงเทพฯ
ตอนนี้สบายมาก ยังคงรับได้ และมีพื้นที่รองรับสำหรับการ Expansion มีทั้ง Partner ทางธุรกิจ และพื้นที่ที่สามารถขยับขยายได้
มีการ revise Budget กันใหม่ ครึ่งปีหลังตัวเลขการเติบโตจะไม่ต่ำกว่า 30% แน่นอน ตัวเลขเป้าครึ่งปีหลังก็จะเติบโตเพิ่มขึ้น
เหตุผลสำคัญคือในกลุ่ม Segmentation ที่ Maguro เอง focus อยู่ คือ กลุ่ม Premium Mass ถ้าประเมินจาก Zoning ของตลาดนี้ และทำเลที่ตั้ง หรือศูนย์การค้าต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับแบรนด์ จะเห็นว่ามันไม่ได้มีจำนวนที่เยอะมากในระดับที่จะไป 50 สาขา 100 สาขา การออกแบรนด์ใหม่และรองรับลูกค้ากลุ่มเดิม ในคนละวาระคนละโอกาส จึงเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับองค์กรและทรัพยากรที่มีอยู่
โดยสรุป, MAGURO Group ยังคงมุ่งมั่นที่จะขยายธุรกิจและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ การขยายสาขา และการปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า และการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในตลาดอย่างรวดเร็ว