บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
TTB โชว์ผลงาน Q2/68 ท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน เน้นเติบโตอย่างระมัดระวัง บริหารความเสี่ยง ควบคู่ดิจิทัล มุ่งสู่ผลตอบแทนผู้ถือหุ้นที่ยั่งยืน
P/E 9.34 YIELD 6.59 ราคา 2.02 (0.00%)
TTB โชว์ผลงาน Q2/68 ท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน เน้นเติบโตอย่างระมัดระวัง บริหารความเสี่ยง ควบคู่ดิจิทัล มุ่งสู่ผลตอบแทนผู้ถือหุ้นที่ยั่งยืน
1. **ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):**ภาพรวมอุตสาหกรรมธนาคารยังคงเผชิญกับความท้าทาย negative loan growth โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย (low-income) TTB ยังคงเน้นความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ และทำ strategic key initiatives เพื่อรักษาคุณภาพของ portfolio
แม้ NII (Net Interest Income) จะลดลงเล็กน้อย 3.6% QonQ แต่ยังคงรักษา NIM (Net Interest Margin) ไว้ที่ 3.07% (ลดลง 12 basis points QonQ) ตามทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย
TTB ยังคงเน้นการบริหารจัดการ Balance Sheet อย่างระมัดระวัง โดยพยายามรักษาคุณภาพของ Balance Sheet ให้อยู่ใน Standard ที่ Expect และปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง
2. **โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):**TTB เน้นการเติบโตในกลุ่มสินเชื่อ Top-Up Loan โดยโฟกัสลูกค้าที่ใช้บริการธนาคารอยู่แล้ว และเข้าใจ Risk Profile ของลูกค้าเหล่านั้นอย่างแท้จริง
TTB มุ่งเน้น Digital Transformation เพื่อสร้าง Revenue Generation ผ่าน TTB Touch Application และ Digital Channel ซึ่งมีสัดส่วน Contribution ที่เพิ่มขึ้นในการเติบโตผลิตภัณฑ์หลักของธนาคาร
TTB ใช้ Personalize Message และ Customer Status Tier เพื่อ Drive Engagement และ Un-Lock Reward ให้กับลูกค้า เพิ่ม AUM (Assets Under Management) กับธนาคาร
3. **ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):**ความเสี่ยงหลักมาจากสภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบาง อัตราดอกเบี้ยที่ลดลง และการแข่งขันในตลาด
ความท้าทายคือการรักษา NIM และ Loan Growth ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย
ความเสี่ยงในการเกิดหนี้เสีย (NPL) จากกลุ่มผู้มีรายได้น้อย
4. **วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):**TTB เน้นการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน (Cost of Funds) และไม่ Lock Cost of Funding ในระยะยาวมากเกินไป
TTB พยายามที่จะไม่ Compromise Quality ของ Balance Sheet
TTB ใช้ Digital Channel เพื่อลด Cost และเพิ่ม Efficiency ในการดำเนินงาน
TTB ปิดสาขาและ Optimize Network ของสาขาธนาคาร เพื่อลดค่าใช้จ่าย
TTB บริหารจัดการ Risk Management อย่าง Conservative โดยการจัด Classify Loan และ ECL (Expected Credit Loss) ให้อยู่ในระดับสูง
TTB ยังคงมี Proactive Collection และ Program "คุณสู้เราช่วย" เพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบปัญหา
5. **แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):**TTB มองว่าสภาวะเศรษฐกิจยังคงเปราะบาง และอัตราดอกเบี้ยน่าจะอยู่ในขาลง
TTB จะยังคงเน้นการเติบโตอย่างระมัดระวัง และบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเข้มงวด
TTB จะมุ่งเน้น Digital Transformation และการสร้าง Revenue Generation ผ่าน Digital Channel
TTB คาดหวังว่าจะสามารถรักษาผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (Shareholder Return) ได้อย่างต่อเนื่อง
6. **ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session): [01:02:07]**- **เงินปันผลระหว่างกาล:**
- **คำถาม:** จะมีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลช่วงเดือนกันยายนเหมือนธนาคารอื่นหรือไม่ เนื่องจาก TTB มักจ่ายช้ากว่าเพราะรอแปลง TBW1 เพื่อให้ได้รับเงินปันผลด้วย แต่ตอนนี้ TBW1 หมดอายุไปแล้ว จะเลื่อนมาจ่ายเร็วขึ้นหรือไม่
- **คำตอบ:** คงจะไม่เลื่อน เพราะอาจทำให้นักลงทุนสับสน และจะคงรูปแบบเดิมคือประกาศตอนเดือนกันยายนและจ่ายเดือนตุลาคม ซึ่งทำมา 2 ปีแล้ว โดยจะรอการอนุมัติจากบอร์ดอีกครั้ง
- **สถานการณ์การเงินปัจจุบัน:**
- **คำถาม:** มีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การเงินปัจจุบันหรือไม่ การเอื้อให้เกิดการใช้เงินในอนาคตได้ง่าย (เช่น ผ่อนสินค้าใน Marketplace, บัตรกดเงินสด, E-withdrawal, เงินกู้ Leasing ที่อนุมัติไว) จะมีผลต่อโครงสร้างวินัยทางการเงินของคนไทยอย่างไร
- **คำตอบ:** ธนาคารก็ Observe ปัญหานี้และมีการพูดคุยเรื่องหนี้ครัวเรือนในวงกว้าง ซึ่งเป็น Reflection ของปัญหาดังกล่าว TTB พยายามที่จะ Play Role ในการ Address ปัญหานี้ โดยเน้น Financial Wellbeing ควบคู่กับการให้สินเชื่อ และพยายามมอง 2 ขาคือสินเชื่อในระบบและนอกระบบ การไม่ปล่อยสินเชื่อเลยอาจไม่ใช่ Solution ที่ถูกต้อง และอาจทำให้เกิดสินเชื่อนอกระบบมากขึ้น ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า การไม่ปล่อยสินเชื่อเลยอาจไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง สิ่งที่ TTB พยายามทำคือ 1) ถ้าลูกค้าจะกู้ อยากให้กู้แบบ Optimize ถ้ามีหลักประกันอยู่กับธนาคาร จะใช้หลักประกันนี้ให้เป็นประโยชน์สูงสุดกับผู้กู้ โดยผลิตภัณฑ์อย่าง Top-Up Loan หรือ Cash Your Car จะมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำและ Competitive มากเมื่อเทียบกับสินเชื่อนอกระบบ 2) มีผลิตภัณฑ์ On Shelf เช่น การรวมหนี้ เพื่อช่วยให้ผู้กู้สามารถ Optimize การกู้ยืมให้มีค่าใช้จ่ายถูกที่สุด 3) ให้ความรู้ Financial Literacy ต่างๆ เช่น การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย การกู้ด้วยสัดส่วนที่เหมาะสม และส่งข้อมูลการใช้จ่ายในหมวดหมู่ต่างๆ บน TTB Touch เพื่อให้ลูกค้ามี Awareness มากขึ้น
- **โครงการคุณสู้เราช่วย:**
- **คำถาม:** มีลูกค้าเข้าร่วมโครงการกี่เปอร์เซ็นต์ จากยอดสินเชื่อรวมทั้งหมดของลูกค้าที่มีสิทธิเข้าร่วม และประเมินผลกระทบของโครงการไว้อย่างไร
- **คำตอบ:** ใน Phase 1 ที่จบไปแล้ว ลูกค้าที่สามารถขอเข้าร่วมโปรแกรมได้มีประมาณ 6% หรือ 73 Billion บาท กลุ่มลูกค้าที่เข้าคุณสู้เราช่วย หาก Split จะพบว่า 30% เป็นลูกค้าบ้านและธุรกิจ ส่วน 70% คือลูกค้ารถ แต่พอเข้ามาจริง กลายเป็นว่า 60% เป็นลูกค้าบ้านและธุรกิจ ส่วนลูกค้ารถไม่ได้เข้ามาขอ Join Adoption มากเท่าไรนัก เพราะความ Severe ของการที่บ้านหลุดไฟแนนซ์หรือไม่มีธุรกิจทำนั้นมากกว่าการไม่มีรถขับ Succession Rate ในการจ่ายเงินของสินเชื่อที่เข้ามาในโปรแกรมนั้นมากกว่า 90% แสดงว่า Succession Rate ของ TTB ค่อนข้าง Success
- **แนวโน้มสาขาของธนาคาร:**
- **คำถาม:** แนวโน้มสาขาของแบงก์ลดลงต่อเนื่อง ทำให้ค่าใช้จ่ายแบงก์ลดลงด้วย ดังนั้นกลยุทธ์แบงก์หลังจากนี้สาขาจะลดลงอย่างต่อเนื่องหรือไม่ เป้าหมายสาขาจะกลับไปอยู่ที่เท่าไหร่
- **คำตอบ:** คงไม่มีเลข Specific ว่าจะ Optimize จำนวนสาขาไปอยู่ที่ตัวเลขไหน แต่ในภาพรวม หาก Monitor ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จะเห็นตัวเลขการลดลงของสาขาประมาณปีละ 10% ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ธนาคารไม่ได้มีเป้าที่จะลดสาขา แต่การลดสาขาเกิดขึ้นเพราะ Traffic ลดลง (Year on Year Traffic ลดลงไปประมาณ 18%) ทำให้ธนาคารดูว่าสาขาที่ Traffic เหลือน้อยมากและมีสาขาข้างเคียง Support ได้ จะค่อยๆ ปรับลดมาเรื่อยๆ แต่ TTB อาจจะยังไม่ได้มอง Extreme Version ที่จะ Convert ตัวเองไปเป็น Virtual Bank หรือธนาคารที่ไม่มีสาขา เพราะยังมีลูกค้าบางกลุ่มที่ยังใช้สาขาอยู่ และต่อให้สาขาน้อยลง Human Touch ก็จะไม่น้อยลง โดย Angle ของการให้ Support ในช่วงเวลาที่ลูกค้าต้องการนั้นก็ยังเป็น Angle ที่สำคัญ
- **การปล่อยสินเชื่อของธนาคาร:**
- **คำถาม:** ธนาคารมีความกังวลไหม เศรษฐกิจมีความผันผวนค่อนข้างสูง แบงก์จะเข้มงวดขึ้นหรือเปล่า (บ้าน, รถ, แนวโน้มครึ่งปีหลัง)
- **คำตอบ:** Loan ติดลบ และไม่ใช่แค่ TTB แต่หลายแบงก์ก็ Revise Target จาก Flat Loan Growth ไปเป็นติดลบด้วยซ้ำ แนวโน้มแต่ละแบงก์ออกมาพูดคุยกับนักลงทุนใน Tone เดียวกันว่าเศรษฐกิจค่อนข้างเปราะบาง และแม้แต่ กนง. เองที่ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ก็บอกว่า Credit Growth เป็น Negative ทั้ง Industry การโตในสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปราะบางจึงเป็นไปด้วยความลำบาก ดังนั้นแต่ละธนาคารจะต้องมีกลยุทธ์ที่ Focus อย่าง TTB จะเน้นโตสินเชื่อที่มีหลักประกัน และลูกค้า Existing Portfolio เพื่อ Check Health ว่าลูกค้าที่มีอยู่จ่ายดี จ่ายไหว แล้ว Offer Top-Up การโตในลักษณะนั้น Size จะไม่ได้โตได้เยอะแยะเหมือนเวลาโต Large Corporate หรือ SME หลายๆ เจ้าพร้อมๆ กัน ดังนั้นการมี Loan Growth ที่ระเบิดเถิดเทิงจึงดูเป็นไปได้ยาก และ Guideline ที่ให้ไว้ที่ Flat Loan Growth นั้นน่าจะยากมาก ตอนนี้คงจะ Focus โตตัวที่มี Quality จากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ ซึ่งถึงแม้ว่าตอนนี้ Tham Tariff จะค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าได้ใกล้เคียงกับเพื่อนบ้าน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าลูกค้าทุกคนจะได้รับ Benefit ในเรื่องนี้ และต้องไปสู้แข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน ใน Portfolio หาก Breakdown ตัว Loan จะพบว่า TTB เน้นโตกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่ เน้นทำ Supply Chain ไม่ได้เน้นโต Large Corporate ขนาดนั้น แต่ใช้เป็นตัว Balancer ส่วน SME นั้น TTB De-Risk มานานแล้ว ตอนนี้ SME ที่อยู่ใน Port เหลือเพียง 8% ส่วน Retail Portfolio นั้น เน้นกลุ่มลูกค้าระดับกลางไปจนถึงระดับบน ดังนั้นในเชิงของ Credit Quality จึง Well In Check
- **สินเชื่อประเภทที่กังวลมากที่สุด:**
- **คำถาม:** ปัจจุบันสินเชื่อประเภทไหนที่กังวลมากที่สุดว่าจะมี NPL
- **คำตอบ:** ต้องเป็นกลุ่ม Low Income ซึ่งไม่ใช่กลุ่มที่ TTB จับเป็น Focus หลักๆ จะเน้นกลุ่มบน กลุ่มกลางขึ้นไป แต่ก็มีบ้าง และจะเป็นกลุ่มที่กังวล และจะรีบ Proactive ติดต่อเพื่อให้มาทำปรับโครงสร้าง หรือคุยกับธนาคาร ตอนนี้มีโปรแกรมคุณสู้เราช่วยอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่แบงก์บริหารจัดการ
- **เป้าหมายทางการเงิน:**
- **คำถาม:** (เชื่อมโยงจากคำถามก่อนหน้า) เป้าหมายทางการเงิน
- **คำตอบ:** หลักๆ เรื่อง Asset Quality นั้น Well In Check ตัวที่น่าจะมี Challenge อย่างสูงเลยคงจะเป็น NIM (Net Interest Margin) ตอนนี้ กนง. ก็ปรับลดไปอีกรอบ ตอนที่ทำ Guideline นั้น Incorporate Rate Cut แค่ 2 รอบ แต่ตอนนี้ทุกเจ้าที่ออกมา Forecast มองว่าในครึ่งปีหลังจะมี 2 รอบ ซึ่ง August ก็ Cut ไปแล้วรอบหนึ่ง และจะมีตอนตุลาคมอีกรอบหนึ่ง (ถ้าไม่ Cut ก็ดีไป แต่ถ้า Cut) บนที่เห็น NIM Guideline นั้นคิดว่ามีแค่ 2 Cut เอง แต่ตอนนี้ 3 Cut ไปแล้ว ตรงนี้ค่อนข้างจะเป็นไปได้ยากมากที่จะยึดขอบด้างเอาไว้ได้ ส่วน Loan Growth นั้น ตอนนี้คงไม่น่าจะถึงขอบที่ให้เอาไว้ที่ Flat ไปแล้ว เพราะค่อนข้างที่จะเห็นว่าเป็นไปได้ยากจริงๆ ในการโต Against Headwind แบบนี้
โดยสรุป TTB ยังคงมุ่งเน้นการเติบโตอย่างระมัดระวัง การบริหารจัดการความเสี่ยง และการรักษาคุณภาพของสินทรัพย์ ควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านดิจิทัล และการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว