บริษัท วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
0.48
+0.02 (+4.35%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5082 out_tok=2576 at=2026-07-26T11:51:31 -->
VPO ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 15.92 ล้านบาท รับแรงกดดันต้นทุนปาล์มพุ่ง
รายได้-กำไร ปรับตัวตามราคา-ปริมาณ แต่ต้นทุนวัตถุดิบส่งผลกระทบหนัก คาดปี 2566 ราคาปาล์มมีแนวโน้มลดลง
บริษัท วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ VPO รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 15.92 ล้านบาท ลดลง 65.55% จากปีก่อนที่มีกำไร 46.22 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะเติบโต 71.54% เป็น 2,348.54 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาผลปาล์มสดเฉลี่ยเป็นปัจจัยกดดันสำคัญต่ออัตรากำไรขั้นต้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ VPO ในปี 2565 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **ต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ดีก็ตาม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายต่อรายได้** ซึ่งสัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ในปี 2565 ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 92.58% จาก 89.30% ในปีก่อนหน้า ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงจาก 46.22 ล้านบาทในปี 2564 เหลือเพียง 15.92 ล้านบาทในปี 2565 คิดเป็นการลดลง 65.55%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักมาจาก **ราคาผลปาล์มสดเฉลี่ยที่ปรับเพิ่มขึ้น 31.21%** ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตของบริษัทฯ การที่ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ย (ราคาขายเฉลี่ยน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้น 33.33% และเมล็ดในปาล์มเพิ่มขึ้น 24.92%) ทำให้ต้นทุนขายต่อหน่วยสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) โดยตรง นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายก็ปรับเพิ่มขึ้นตามปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น และราคาดีเซลที่สูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลในเอกสารระบุว่าสถานการณ์ราคาผลปาล์มสดที่สูงขึ้นในปี 2565 เป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกที่ผันผวน เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน นโยบายห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มของอินโดนีเซีย และปัญหาขาดแคลนแรงงานในมาเลเซีย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เริ่มคลี่คลายลงในช่วงปลายปี 2565 และต้นปี 2566 สำหรับแนวโน้มปี 2566 คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันปาล์มดิบจะปรับตัวลดลงจากปี 2565 เนื่องจากอุปทานที่เริ่มผ่อนคลายลง และคาดว่าจะมีอุปทานส่วนเกินในตลาดประเทศไทย
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 ลดลง 65.55%** อยู่ที่ 15.92 ล้านบาท จาก 46.22 ล้านบาทในปี 2564
* **รายได้รวมปี 2565 เติบโต 71.54%** แตะ 2,348.54 ล้านบาท จาก 1,369.09 ล้านบาทในปี 2564
* **ต้นทุนขายต่อรายได้เพิ่มขึ้น** เป็น 92.58% จาก 89.30% ในปีก่อนหน้า เป็นปัจจัยกดดันหลัก
* **ราคาผลปาล์มสดเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 31.21%** เป็นสาเหตุหลักของต้นทุนที่สูงขึ้น
* **สินทรัพย์รวมลดลง 15.07%** อยู่ที่ 738.66 ล้านบาท จาก 871.31 ล้านบาท โดยหลักจากสินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้า
* **หนี้สินรวมลดลง 50.71%** อยู่ที่ 142.90 ล้านบาท จาก 289.93 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัท วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 2,348.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71.54% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีรายได้ 1,369.09 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของรายได้นี้เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ยของน้ำมันปาล์มดิบ 33.33% และเมล็ดในปาล์ม 24.92% ประกอบกับปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั้งน้ำมันปาล์มดิบ 34.92% และเมล็ดในปาล์ม 17.25% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายปรับตัวสูงขึ้นถึง 77.85% เป็น 1,274.37 ล้านบาท ทำให้สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 92.58% จาก 89.30% ในปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับขึ้นของราคาผลปาล์มสดเฉลี่ย 31.21% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง และกำไรสุทธิสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 15.92 ล้านบาท ลดลง 65.55% จาก 46.22 ล้านบาทในปี 2564
## โอกาส
* **เศรษฐกิจฟื้นตัวหนุนอุปสงค์:** คาดการณ์ว่าอุปสงค์น้ำมันปาล์มดิบในประเทศไทยปี 2566 จะเพิ่มขึ้นจากการบริโภคและการใช้เป็นพลังงานทดแทน จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
* **นโยบายสนับสนุนการส่งออก:** ประเทศอินโดนีเซียมีนโยบายสนับสนุนการส่งออกเพื่อลดสต็อกน้ำมันปาล์มในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณการค้าน้ำมันปาล์มในตลาดโลก
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาผลปาล์มสดและน้ำมันปาล์มดิบยังคงมีความผันผวนสูงจากปัจจัยภายนอก เช่น นโยบายภาครัฐ, สภาพอากาศ, และสถานการณ์เศรษฐกิจโลก
* **ภาวะเศรษฐกิจถดถอย:** ความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยในหลายประเทศอาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์น้ำมันปาล์ม
* **อุปทานส่วนเกิน:** คาดการณ์ว่าจะมีอุปทานส่วนเกินในตลาดประเทศไทยปี 2566 จากสต็อกต้นปีที่สูงและปริมาณผลผลิตที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น
* **ความไม่แน่นอนของอุปสงค์และอุปทาน:** ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางราคาผลปาล์มสดและน้ำมันปาล์มดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อ GPM
* **ปริมาณการผลิตและสต็อก:** การบริหารจัดการสต็อกและปริมาณผลผลิตจะส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไร
* **นโยบายภาครัฐ:** นโยบายของประเทศผู้ผลิตหลัก เช่น อินโดนีเซีย และมาเลเซีย จะมีผลต่ออุปทานในตลาดโลก
* **แนวโน้มเศรษฐกิจโลก:** การชะลอตัวทางเศรษฐกิจอาจกระทบต่ออุปสงค์
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาผลปาล์มสดเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 31.21% เป็นปัจจัยหลักที่กดดันต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2565
* **ปริมาณขาย:** ปริมาณการขายน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้น 34.92% และเมล็ดในปาล์มเพิ่มขึ้น 17.25% สนับสนุนการเติบโตของรายได้
* **ราคาขายเฉลี่ย:** ราคาขายเฉลี่ยน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้น 33.33% และเมล็ดในปาล์มเพิ่มขึ้น 24.92% ช่วยชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้บางส่วน
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง เนื่องจากต้นทุนขายต่อรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 92.58%
* **ค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 46.08% ตามปริมาณการขายและราคาดีเซลที่สูงขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 7.34% จากค่าใช้จ่ายพนักงาน
* **ฤดูกาลผลิต:** ไตรมาส 2 เป็นช่วงฤดูกาลของผลปาล์ม ซึ่งส่งผลต่อปริมาณผลผลิตและราคาในประเทศ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 738.66 ล้านบาท ลดลง 15.07% จากปีก่อน โดยหลักมาจากการลดลงของลูกหนี้การค้า 15.84 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือ 53.30 ล้านบาท รวมถึงสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน (ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์) ที่ลดลง 65.13 ล้านบาทจากการตัดค่าเสื่อมราคา หนี้สินรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 50.71% อยู่ที่ 142.90 ล้านบาท จาก 289.93 ล้านบาท เป็นผลมาจากการชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 2.71% เป็น 597.14 ล้านบาท จาก 581.38 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากการดำเนินงานในปีนี้
## สรุปท้าย
ปี 2565 เป็นปีที่ VPO เผชิญความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก แม้จะสามารถผลักดันรายได้ให้เติบโตได้อย่างน่าพอใจจากราคาและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น แต่แรงกดดันด้านต้นทุนได้บั่นทอนอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มปี 2566 คาดว่าราคาปาล์มจะปรับตัวลดลง ประกอบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่อาจหนุนอุปสงค์ ทำให้บริษัทฯ มีโอกาสในการปรับปรุงผลประกอบการได้ แต่ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาและภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ VPO ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
558.88
ล้านบาท
↑ 319.4% YoY
กำไรขั้นต้น
-16.81
ล้านบาท
↓ 5.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-3.01
%
กำไรสุทธิ
-47.27
ล้านบาท
↑ 9.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-8.46
%
D/E Ratio
0.37
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
559
↑ + 319.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-17
↓ -5.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-47
↑ + 9.5%
YoY
D/E Ratio
0.37
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — VPO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.37
ROE (%)
5.06
ROA (%)
6.27
Book Value/หุ้น
0.49
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — VPO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+396
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — VPO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
396.03
+1,494.32%
|
24.84
-67.84%
|
77.25
-63.28%
|
210.40
-212.30%
|
-187.35
-280.79%
|
103.63
+22.83%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.44
-93.72%
|
7.01
-26.98%
|
9.60
+165.93%
|
3.61
-106.10%
|
-59.22
+7,302.50%
|
-0.80
-91.13%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-392.18
+548.23%
|
-60.50
-53.68%
|
-130.61
-46.90%
|
-245.95
-205.38%
|
233.39
-330.17%
|
-101.40
+31.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-23.06
-15.99%
|
-27.45
-37.27%
|
-43.76
+37.01%
|
-31.94
+142.52%
|
-13.17
-1,027.46%
|
1.42
-178.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
4.67
+2,022.73%
|
0.22
-80.18%
|
1.11
-562.50%
|
-0.24
-81.50%
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3.31
-29.12%
|
4.67
+2,022.73%
|
0.22
-80.18%
|
1.11
-562.10%
|
0.00
|
0.00
|