บริษัท วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
0.48
+0.02 (+4.35%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4849 out_tok=3000 at=2026-07-26T12:35:45 -->
# VPO พลิกขาดทุน 32 ล้านบาท Q3/65 รับปริมาณขายปาล์มดิบลด ต้นทุนพุ่ง
## รายได้-กำไร Q3/65 หดตัว เหตุปริมาณขายปาล์มดิบลดลง ขณะที่ต้นทุนขายเฉลี่ยต่อหน่วยเพิ่มขึ้น
บริษัท วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ VPO รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 32.00 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 16.49 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลง 29.42% เนื่องจากปริมาณการขายน้ำมันปาล์มดิบลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยจะปรับเพิ่มขึ้นก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ VPO พลิกจากกำไรเป็นขาดทุนในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **ปริมาณการขายน้ำมันปาล์มดิบลดลงอย่างมากถึง 44.69%** ประกอบกับ **ต้นทุนขายเฉลี่ยต่อหน่วยของน้ำมันปาล์มดิบที่เพิ่มขึ้นถึง 30.49%** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยของน้ำมันปาล์มดิบจะปรับเพิ่มขึ้น 15.01% และปริมาณการขายเมล็ดในปาล์มจะเพิ่มขึ้น 13.52% ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การลดลงของปริมาณการขายน้ำมันปาล์มดิบมีสาเหตุมาจาก **สต็อกน้ำมันปาล์มในตลาดโลกที่อยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง** จากการผลิตที่เพิ่มขึ้นในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยอินโดนีเซียมีนโยบายกระตุ้นการส่งออกเพื่อลดอุปทานส่วนเกินในประเทศ ด้วยการขยายระยะเวลาการงดเว้นภาษีส่งออกชั่วคราว ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้เกิดอุปทานส่วนเกินในตลาดจำนวนมาก ประกอบกับความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัวจากการขึ้นดอกเบี้ย และนโยบาย Zero COVID-19 ของจีน ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ ทำให้การใช้น้ำมันปาล์มดิบและปิโตรเลียมลดลง นอกจากนี้ ราคาน้ำมันถั่วเหลืองที่ต่ำลงจากผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ยังกดดันให้ราคาน้ำมันปาล์มดิบปรับตัวต่ำลงตามไปด้วย ในขณะที่ต้นทุนขายเฉลี่ยต่อหน่วยของน้ำมันปาล์มดิบที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนขายต่อรายได้ปรับเพิ่มขึ้นจาก 88.89% ในปีก่อน เป็น 98.15% ในไตรมาสนี้ ซึ่งกระทบต่อกำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากมุมมองของฝ่ายจัดการ คาดว่าตลาดต่างประเทศจะมีผลผลิตเพิ่มขึ้น ทำให้สต็อกโดยรวมยังอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง ซึ่งอาจส่งผลกดดันต่อราคาและปริมาณขายในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยที่อาจสนับสนุนอุปสงค์น้ำมันปาล์มดิบในอนาคต เช่น วิกฤตพลังงานในยุโรปและความต้องการใช้ไบโอดีเซลที่เพิ่มขึ้น การหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันดอกทานตะวันจากยูเครน และการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ตลาดในประเทศไทยคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณสต็อกและผลผลิตเพียงพอ และภาครัฐฯ ได้ปรับเพิ่มสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลเป็น B7 ซึ่งจะช่วยเพิ่มอุปสงค์ในระยะสั้น แต่ยังคงต้องติดตามปัจจัยอื่นๆ เช่น ราคาน้ำมันถั่วเหลือง อัตราแลกเปลี่ยน ภาวะเงินเฟ้อ และสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งยังคงมีความผันผวนและอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคตได้
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 32.00 ล้านบาท:** พลิกจากกำไร 16.49 ล้านบาทใน Q3/64 คิดเป็นการเพิ่มขึ้นของผลขาดทุน 294.03%
* **รายได้รวม 279.07 ล้านบาท:** ลดลง 29.42% จาก 395.42 ล้านบาทใน Q3/64
* **ปริมาณขายน้ำมันปาล์มดิบลดลง 44.69%:** เป็นปัจจัยหลักที่กดดันรายได้
* **ต้นทุนขายเฉลี่ยต่อหน่วยน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้น 30.49%:** ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 9.75%:** ส่วนหนึ่งมาจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการส่งออก
* **สต็อกสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 80.68 ล้านบาท:** เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ จำกัด (มหาชน) มีผลขาดทุนสุทธิ 32.00 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 16.49 ล้านบาท โดยรายได้รวมอยู่ที่ 279.07 ล้านบาท ลดลง 29.42% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มี 395.42 ล้านบาท ต้นทุนขายอยู่ที่ 273.92 ล้านบาท ลดลง 22.07% แต่สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 98.15% จาก 88.89% ในปีก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 7.54% ตามปริมาณขายที่ลดลง แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 9.75% ส่วนหนึ่งจากการรับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
## โอกาส
* **การใช้น้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์พลังงานในยุโรป:** วิกฤตพลังงานในยุโรปและความต้องการใช้ไบโอดีเซลที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนมาใช้พลังงานทดแทน โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว อาจเป็นปัจจัยหนุนอุปสงค์น้ำมันปาล์มดิบ
* **การหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันดอกทานตะวัน:** ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครนที่อาจทำให้เกิดการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันดอกทานตะวันจากท่าเรือทะเลดำในยูเครน อาจส่งผลให้ความต้องการน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้น
* **การท่องเที่ยวฟื้นตัว:** การเริ่มเข้าสู่ช่วงของการท่องเที่ยวทั่วโลก อาจทำให้ความต้องการปิโตรเลียมเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลดีต่ออุปสงค์น้ำมันปาล์มดิบ
* **การปรับเพิ่มสัดส่วนผสมไบโอดีเซลในประเทศ:** การที่ภาครัฐฯ ปรับเพิ่มสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลจาก B5 เป็น B7 คาดว่าจะทำให้อุปสงค์น้ำมันปาล์มดิบในประเทศเพิ่มขึ้นในระยะสั้น
## ความเสี่ยง
* **สต็อกน้ำมันปาล์มในตลาดโลกอยู่ในระดับสูง:** การผลิตที่เพิ่มขึ้นในประเทศอินโดนีเซียและการมีนโยบายกระตุ้นการส่งออก ทำให้เกิดอุปทานส่วนเกินในตลาดจำนวนมาก
* **ความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** การขึ้นดอกเบี้ยในหลายประเทศเพื่อสกัดภาวะเงินเฟ้อ และนโยบาย Zero COVID-19 ของจีน อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์น้ำมันปาล์มดิบ
* **ราคาน้ำมันถั่วเหลืองที่ต่ำลง:** ผลผลิตน้ำมันถั่วเหลืองที่เพิ่มขึ้นกดดันให้ราคาน้ำมันปาล์มดิบปรับตัวต่ำลง
* **ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์:** การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันถั่วเหลืองในตลาดโลกยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
* **ความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก:** อาจนำไปสู่ภาวะถดถอยในต้นปีหน้า ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุปสงค์
* **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มปริมาณการผลิตและสต็อกน้ำมันปาล์มในตลาดโลก โดยเฉพาะจากประเทศอินโดนีเซีย
* การเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์น้ำมันปาล์มดิบจากปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์พลังงานในยุโรป และผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน
* การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันถั่วเหลืองในตลาดโลก
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน และผลกระทบต่อผลประกอบการจากการส่งออก
* แนวโน้มภาวะเศรษฐกิจโลก และผลกระทบต่อกำลังซื้อ
* นโยบายของภาครัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม เช่น การส่งเสริมไบโอดีเซล
* สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และนโยบายที่เกี่ยวข้อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
สำหรับ VPO ในไตรมาส 3 ปี 2565 ธุรกิจหลักคือการผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบและเมล็ดในปาล์ม ประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการคือ **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า** และ **volume การขาย** โดยราคาขายน้ำมันปาล์มดิบเฉลี่ยต่อหน่วยเพิ่มขึ้น 15.01% แต่ปริมาณขายลดลงถึง 44.69% ขณะที่ต้นทุนขายเฉลี่ยต่อหน่วยของน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้นถึง 30.49% ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อย่างหนัก โดย GPM ในไตรมาสนี้ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน ช่องทางขายหลักได้รับผลกระทบจากอุปทานส่วนเกินในตลาดโลก และความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลต่ออุปสงค์ สต็อกสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 80.68 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย อัตราแลกเปลี่ยนส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากการส่งออก ซึ่งสะท้อนในค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น ฤดูกาลผลิตไม่ได้ถูกกล่าวถึงเป็นปัจจัยหลักในงวดนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 874.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.33% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ 80.68 ล้านบาท และรายการอื่น ๆ 16.46 ล้านบาท ในขณะที่ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น รวมถึงสินทรัพย์ถาวรลดลง หนี้สินรวมอยู่ที่ 250.01 ล้านบาท ลดลง 13.77% จากสิ้นปี 2564 เนื่องจากการลดลงของเงินกู้จากสถาบันการเงิน ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 623.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.25% จากสิ้นปี 2564 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการดำเนินงานในไตรมาสนี้ (แม้จะขาดทุนสุทธิ แต่การเปลี่ยนแปลงของรายการอื่น ๆ อาจส่งผลให้ส่วนผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นได้) เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดโดยตรง
## สรุปท้าย
VPO ในไตรมาส 3 ปี 2565 เผชิญกับความท้าทายจากการพลิกขาดทุนสุทธิ 32.00 ล้านบาท โดยมีหัวใจสำคัญมาจากปริมาณการขายน้ำมันปาล์มดิบลดลงอย่างมากถึง 44.69% ประกอบกับต้นทุนขายเฉลี่ยต่อหน่วยที่เพิ่มขึ้น 30.49% ซึ่งเป็นผลจากอุปทานส่วนเกินในตลาดโลกและปัจจัยกดดันอุปสงค์ แม้จะมีโอกาสจากสถานการณ์พลังงานในยุโรปและการปรับเพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซลในประเทศ แต่ความเสี่ยงจากสต็อกน้ำมันปาล์มที่สูง ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินแนวโน้มผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ VPO ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
558.88
ล้านบาท
↑ 319.4% YoY
กำไรขั้นต้น
-16.81
ล้านบาท
↓ 5.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-3.01
%
กำไรสุทธิ
-47.27
ล้านบาท
↑ 9.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-8.46
%
D/E Ratio
0.37
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
559
↑ + 319.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-17
↓ -5.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-47
↑ + 9.5%
YoY
D/E Ratio
0.37
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — VPO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.37
ROE (%)
5.06
ROA (%)
6.27
Book Value/หุ้น
0.49
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — VPO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+396
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — VPO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
396.03
+1,494.32%
|
24.84
-67.84%
|
77.25
-63.28%
|
210.40
-212.30%
|
-187.35
-280.79%
|
103.63
+22.83%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.44
-93.72%
|
7.01
-26.98%
|
9.60
+165.93%
|
3.61
-106.10%
|
-59.22
+7,302.50%
|
-0.80
-91.13%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-392.18
+548.23%
|
-60.50
-53.68%
|
-130.61
-46.90%
|
-245.95
-205.38%
|
233.39
-330.17%
|
-101.40
+31.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-23.06
-15.99%
|
-27.45
-37.27%
|
-43.76
+37.01%
|
-31.94
+142.52%
|
-13.17
-1,027.46%
|
1.42
-178.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
4.67
+2,022.73%
|
0.22
-80.18%
|
1.11
-562.50%
|
-0.24
-81.50%
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3.31
-29.12%
|
4.67
+2,022.73%
|
0.22
-80.18%
|
1.11
-562.10%
|
0.00
|
0.00
|