VPO
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
VPO
บริษัท วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
0.44
+0.00 (+0.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5084 out_tok=3005 at=2026-07-26T12:10:49 --> # VPO ขาดทุนสุทธิ Q3/2566 พุ่ง 87% รับปริมาณ-ราคาขายปาล์มดิ่ง ## รายได้และปริมาณขายวูบฉุดผลประกอบการ VPO ไตรมาส 3/2566 ขณะที่ต้นทุนผลิตลดลงตาม บริษัท วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ VPO รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 60.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87.49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 32.16 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ต้นทุนขายปรับลดลงตามปริมาณการผลิตที่ลดลงเช่นกัน ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ VPO ในไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกขาดทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **การลดลงอย่างรุนแรงของทั้งปริมาณการขายและราคาขายเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์หลัก คือ น้ำมันปาล์มดิบและเมล็ดในปาล์ม** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้รวมของบริษัทฯ แม้ว่าต้นทุนขายจะลดลงตามปริมาณการผลิต แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่หายไปได้ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า **ปริมาณการขายของน้ำมันปาล์มดิบและเมล็ดในปาล์มลดลงถึง 78.37% และ 75.03% ตามลำดับ** ประกอบกับ **ราคาขายเฉลี่ยของน้ำมันปาล์มดิบลดลง 28.41% และเมล็ดในปาล์มลดลง 15.46%** สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ตลาดน้ำมันปาล์มต่างประเทศที่มีปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นจากฤดูกาลในอินโดนีเซียและมาเลเซีย แต่ความต้องการใช้น้ำมันปาล์มกลับลดลงเนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัว ส่งผลให้สต็อกน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้นและกดดันให้ราคาลดต่ำลง นอกจากนี้ ในช่วงที่ราคาในประเทศสูงกว่าตลาดโลก ทำให้ไม่สามารถส่งออกได้ ส่งผลให้สต็อกในประเทศเพิ่มขึ้นเช่นกัน ในส่วนของการผลิต ฝ่ายจัดการได้ **ปรับปริมาณการผลิตให้สอดคล้องกับสัญญาขายที่ลดลง** ส่งผลให้ปริมาณการผลิตลดลงตามไปด้วย และเกิด **ต้นทุนจากการหยุดผลิตที่ต้องรับรู้เป็นต้นทุนขาย** คิดเป็น 26.73% ของต้นทุนขาย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนขั้นต้นในไตรมาสนี้ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** จากการวิเคราะห์แนวโน้มตลาดน้ำมันปาล์มในช่วงที่เหลือของปี 2566 และต้นปี 2567 ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่า **ราคาน้ำมันปาล์มดิบยังมีโอกาสปรับตัวเป็นขาลง** เนื่องจากสต็อกในมาเลเซียอยู่ในระดับสูง การลดภาษีส่งออกของอินโดนีเซีย และปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจชะลอออกไป ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะเพิ่มอุปทานในตลาดโลก ในขณะที่อุปสงค์ยังคงหดตัวจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนจากสงครามระหว่างอิสราเอลและฮามาสอาจส่งผลให้ราคาปิโตรเลียมสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลดีต่อราคาน้ำมันปาล์มดิบบ้าง แต่โดยรวมแล้ว แนวโน้มราคายังคงผันผวนและมีแรงกดดันด้านขาลง สำหรับตลาดในประเทศ คาดว่าอุปทานจะเพียงพอต่อความต้องการ และสต็อกน้ำมันปาล์มดิบจะยังคงอยู่ในระดับสูง ประกอบกับนโยบายภาครัฐในการตรึงราคาน้ำมันดีเซล ทำให้คาดว่าราคาน้ำมันปาล์มดิบในประเทศอาจปรับตัวต่ำลงตามตลาดโลก ดังนั้น ปัจจัยลบด้านราคาและปริมาณขายที่เกิดขึ้นในไตรมาส 3 นี้ มีแนวโน้มที่จะยังคงเป็นแรงกดดันต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง แต่ก็มีความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อทิศทางราคาได้ ## Highlight สำคัญ * **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 87.49% YoY:** จาก 32.16 ล้านบาทใน Q3/2565 เป็น 60.29 ล้านบาทใน Q3/2566 * **รายได้รวมลดลง 71.72% YoY:** จาก 279.07 ล้านบาทใน Q3/2565 เป็น 78.92 ล้านบาทใน Q3/2566 * **ปริมาณขายลดลงรุนแรง:** น้ำมันปาล์มดิบลดลง 78.37%, เมล็ดในปาล์มลดลง 75.03% * **ราคาขายเฉลี่ยลดลง:** น้ำมันปาล์มดิบลดลง 28.41%, เมล็ดในปาล์มลดลง 15.46% * **ขาดทุนขั้นต้นเพิ่มขึ้น:** สัดส่วนขาดทุนขั้นต้นต่อยอดขายติดลบที่ 45.49% จากเดิมกำไรขั้นต้น 1.85% เนื่องจากต้นทุนหยุดผลิต * **ต้นทุนขายลดลงตามปริมาณ:** ปรับลดลง 58.08% ตามปริมาณขายและราคาผลปาล์มสดที่ลดลง 9.15% ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีผลขาดทุนสุทธิรวม 60.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87.49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 32.16 ล้านบาท รายได้รวมอยู่ที่ 78.92 ล้านบาท ลดลง 71.72% จาก 279.07 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณการขายของน้ำมันปาล์มดิบและเมล็ดในปาล์มที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับราคาขายเฉลี่ยที่ปรับลดลงเช่นกัน แม้ว่าต้นทุนขายจะลดลง 58.08% ตามปริมาณการผลิตและราคาผลปาล์มสดที่ลดลง แต่ก็ไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปได้ ส่งผลให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนขั้นต้นต่อยอดขายติดลบที่ 45.49% จากเดิมที่มีกำไรขั้นต้น 1.85% โดยมีต้นทุนจากการหยุดผลิตที่ต้องรับรู้เป็นต้นทุนขายคิดเป็น 26.73% ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 69.90% ตามปริมาณขายที่ลดลงและราคาน้ำมันดีเซลที่ลดลง ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 9.33% เป็นค่าใช้จ่ายปกติของบริษัทย่อยที่จัดตั้งขึ้นใหม่ ## โอกาส * **การปรับตัวตามสถานการณ์:** ฝ่ายจัดการระบุว่าจะติดตามปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดน้ำมันปาล์มทั้งในและต่างประเทศ * **การบริหารต้นทุน:** แม้จะเผชิญแรงกดดันด้านราคาและปริมาณ แต่การที่ต้นทุนขายปรับลดลงตามปริมาณการผลิตและราคาวัตถุดิบ เป็นการบริหารจัดการต้นทุนที่สอดคล้องกับสถานการณ์ ## ความเสี่ยง * **ราคาและอุปทานน้ำมันปาล์มโลก:** สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัว ความกังวลภาวะเศรษฐกิจถดถอย และปริมาณผลผลิตปาล์มในประเทศผู้ผลิตหลักที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้สต็อกน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้นและกดดันให้ราคาลดต่ำลง * **ความผันผวนของราคาในประเทศ:** ในบางช่วงราคาในประเทศสูงกว่าราคาตลาดโลก ทำให้ไม่สามารถส่งออกได้ ส่งผลให้ระดับสต็อกในประเทศปรับเพิ่มขึ้น * **ความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก:** สงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส อาจส่งผลต่อราคาน้ำมันปาล์มดิบได้ * **นโยบายภาครัฐ:** การตรึงราคาน้ำมันดีเซลอาจเป็นข้อจำกัดต่อราคาขายน้ำมันปาล์มดิบในประเทศ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาและปริมาณการขายน้ำมันปาล์ม:** ติดตามทิศทางราคาและปริมาณการขายในไตรมาส 4 ปี 2566 และปี 2567 ว่าจะฟื้นตัวหรือยังคงถูกกดดัน * **การบริหารจัดการสต็อก:** ระดับสต็อกน้ำมันปาล์มดิบทั้งในประเทศและต่างประเทศ จะส่งผลต่อแรงกดดันด้านราคา * **การปรับตัวของต้นทุนการผลิต:** แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะลดลง แต่การบริหารจัดการต้นทุนคงที่และต้นทุนจากการหยุดผลิตยังเป็นประเด็นสำคัญ * **ปัจจัยมหภาค:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะจีนและยุโรป จะส่งผลต่ออุปสงค์น้ำมันปาล์ม * **ผลกระทบจากสงคราม:** ความรุนแรงของสงครามในตะวันออกกลางและผลกระทบต่อราคาพลังงาน ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) * **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาขายเฉลี่ยน้ำมันปาล์มดิบลดลง 28.41% และเมล็ดในปาล์มลดลง 15.46% ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันรายได้ * **Volume:** ปริมาณการขายน้ำมันปาล์มดิบลดลง 78.37% และเมล็ดในปาล์มลดลง 75.03% สะท้อนถึงอุปสงค์ที่ลดลงและ/หรือปัญหาการแข่งขัน * **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นติดลบที่ 45.49% จากเดิมที่เคยมีกำไร เป็นผลจากการปรับลดปริมาณการผลิตให้สอดคล้องกับสัญญาขาย ทำให้มีต้นทุนจากการหยุดผลิตที่ต้องรับรู้เป็นต้นทุนขาย * **ช่องทางขาย/ส่งออก:** การที่ราคาในประเทศสูงกว่าตลาดโลกทำให้ไม่สามารถส่งออกได้ ส่งผลให้สต็อกในประเทศเพิ่มขึ้น * **สต็อก:** สต็อกน้ำมันปาล์มดิบทั้งในและต่างประเทศปรับเพิ่มขึ้น สร้างแรงกดดันต่อราคา * **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง แต่การแข่งขันด้านราคาและการส่งออกมีผลต่อปริมาณขาย * **ฤดูกาลผลิต:** การเข้าสู่ฤดูกาลผลปาล์มในอินโดนีเซียและมาเลเซียส่งผลให้อุปทานเพิ่มขึ้น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** ลดลง 4.96% จาก 740.04 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 เป็น 703.32 ล้านบาท ณ 30 ก.ย. 2566 โดยหลักมาจากการลดลงของลูกหนี้การค้า และการตัดค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ถาวร * **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 14.50% จาก 142.90 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 เป็น 163.62 ล้านบาท ณ 30 ก.ย. 2566 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินตามสัญญาเช่าและสัญญาลีสซิ่ง * **ส่วนของเจ้าของ:** ลดลง 9.69% จาก 596.12 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 เป็น 538.36 ล้านบาท ณ 30 ก.ย. 2566 เนื่องมาจากผลการดำเนินงานขาดทุนในไตรมาสนี้ ## สรุปท้าย VPO เผชิญผลประกอบการที่ย่ำแย่ในไตรมาส 3 ปี 2566 โดยขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากแรงกดดันรอบด้านทั้งปริมาณการขายและราคาขายเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์หลักที่ลดลงอย่างรุนแรง ประกอบกับการปรับลดปริมาณการผลิตที่ส่งผลให้เกิดต้นทุนจากการหยุดผลิต แม้ต้นทุนขายจะลดลงตามปริมาณวัตถุดิบ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปได้ แนวโน้มตลาดน้ำมันปาล์มยังคงมีความไม่แน่นอนและมีแรงกดดันด้านราคาจากอุปทานที่เพิ่มขึ้นและอุปสงค์ที่ชะลอตัว ทำให้ VPO ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายในการบริหารจัดการผลประกอบการในช่วงต่อจากนี้ โดยต้องจับตาการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยตลาดและผลกระทบจากนโยบายต่างๆ อย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ VPO ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
558.88 ล้านบาท
↑ 319.4% YoY
กำไรขั้นต้น
-16.81 ล้านบาท
↓ 5.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-3.01 %
กำไรสุทธิ
-47.27 ล้านบาท
↑ 9.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-8.46 %
D/E Ratio
0.37
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
559
↑ + 319.4% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-17
↓ -5.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-47
↑ + 9.5% YoY
D/E Ratio
0.37

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — VPO

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
558.88
+319.41%
133.25
-9.19%
146.74
-61.44%
380.53
+57.28%
241.94
-32.54%
358.66
+38.06%
กำไรขั้นต้น —
-16.81
+5.93%
-17.87
+57.20%
-41.75
-2,001.05%
2.20
-87.86%
18.08
-73.55%
68.38
+93.67%
ค่าใช้จ่ายรวม —
27.01
+2,003.89%
1.28
-93.89%
21.00
-28.80%
29.50
+26.55%
23.31
-6.93%
25.05
-31.28%
กำไรสุทธิ —
-47.27
-9.49%
-43.18
+23.48%
-56.43
-105.78%
-27.42
-770.26%
-3.15
-108.57%
36.75
+684.60%
กำไรต่อหุ้น —
-0.05
-8.70%
-0.05
+23.33%
-0.06
-106.90%
-0.03
-866.67%
0.00
-107.69%
0.04
+657.14%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
-3.01
+77.55%
-13.41
+52.86%
-28.45
-5,005.17%
0.58
-92.24%
7.47
-60.83%
19.07
+40.32%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
4.83
+403.13%
0.96
-93.29%
14.31
+84.65%
7.75
-19.52%
9.63
+37.97%
6.98
-50.25%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-8.46
+73.89%
-32.40
+15.76%
-38.46
-433.43%
-7.21
-454.62%
-1.30
-112.68%
10.25
+523.55%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
22.34
-54.90%
49.53
+790.83%
5.56
-32.20%
8.20
+82,100.00%
-0.01
0.00
ROE(%) —
5.06
-46.74%
9.50
+144.83%
-21.19
-859.50%
2.79
-66.30%
8.28
+255.93%
-5.31
-184.82%
ROA(%) —
6.27
-24.91%
8.35
+155.19%
-15.13
-447.82%
4.35
-40.98%
7.37
+1,152.86%
-0.70
-111.13%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.37
+94.74%
0.19
-57.78%
0.45
+87.50%
0.24
-52.00%
0.50
-40.48%
0.84
+281.82%
P/E —
13.15
-14.61%
15.40
+115.40%
-100.00
-460.62%
27.73
+42.72%
19.43
0.00
P/BV —
0.69
-25.81%
0.93
-23.77%
1.22
-32.60%
1.81
-36.71%
2.86
+191.84%
0.98
-2.97%
BV —
0.63
+3.28%
0.61
+7.02%
0.57
-13.64%
0.66
+6.45%
0.62
+16.98%
0.53
-13.11%
YIELD(%) —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ราคาหุ้น —
0.44
-22.81%
0.57
-18.57%
0.70
-41.67%
1.20
-32.58%
1.78
+242.31%
0.52
-16.13%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.37
ROE (%)
5.06
ROA (%)
6.27
Book Value/หุ้น
0.49

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — VPO

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
221.28
+189.66%
76.39
-33.18%
114.32
+2.72%
111.29
-38.17%
180.00
+13.49%
158.61
+2.49%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
532.58
-3.51%
551.95
-5.59%
584.63
-7.02%
628.74
-9.05%
691.31
-16.13%
824.23
-13.94%
รวมสินทรัพย์ —
753.86
+19.97%
628.35
-10.10%
698.95
-5.55%
740.04
-15.07%
871.31
-11.35%
982.84
-11.65%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
162.48
+163.73%
61.61
-66.04%
181.44
+45.86%
124.39
-51.79%
257.99
-35.41%
399.43
-15.82%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
41.72
+11.10%
37.55
+10.86%
33.87
+83.03%
18.51
-42.05%
31.94
-33.82%
48.26
-29.75%
รวมหนี้สิน —
204.20
+105.93%
99.16
-53.95%
215.31
+50.68%
142.90
-50.71%
289.93
-35.24%
447.68
-17.58%
รวมส่วนของเจ้าของ —
549.66
+3.87%
529.19
+9.42%
483.64
-19.01%
597.14
+2.71%
581.38
+8.64%
535.15
-5.99%
D/E —
0.37
0.19
0.45
0.24
0.50
0.84
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
5.06
9.50
-21.19
2.79
8.28
-5.31
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
6.27
8.35
-15.13
4.35
7.37
-0.70
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.36
1.24
0.63
0.89
0.70
0.40
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.28
0.26
0.18
0.39
0.25
0.31
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
4.26
4.57
0.00
0.00
24.75
30.89
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
20.40
16.59
0.00
0.00
22.51
22.38
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
4.05
3.46
0.00
0.00
3.76
6.05
วงจรเงินสด —
20.61
17.70
0.00
0.00
43.50
47.22
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+396
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — VPO

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
396.03
+1,494.32%
24.84
-67.84%
77.25
-63.28%
210.40
-212.30%
-187.35
-280.79%
103.63
+22.83%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
0.44
-93.72%
7.01
-26.98%
9.60
+165.93%
3.61
-106.10%
-59.22
+7,302.50%
-0.80
-91.13%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
-392.18
+548.23%
-60.50
-53.68%
-130.61
-46.90%
-245.95
-205.38%
233.39
-330.17%
-101.40
+31.45%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-23.06
-15.99%
-27.45
-37.27%
-43.76
+37.01%
-31.94
+142.52%
-13.17
-1,027.46%
1.42
-178.89%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
4.67
+2,022.73%
0.22
-80.18%
1.11
-562.50%
-0.24
-81.50%
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
3.31
-29.12%
4.67
+2,022.73%
0.22
-80.18%
1.11
-562.10%
0.00
0.00