บริษัท วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
0.48
+0.02 (+4.35%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5084 out_tok=3005 at=2026-07-26T12:10:49 -->
# VPO ขาดทุนสุทธิ Q3/2566 พุ่ง 87% รับปริมาณ-ราคาขายปาล์มดิ่ง
## รายได้และปริมาณขายวูบฉุดผลประกอบการ VPO ไตรมาส 3/2566 ขณะที่ต้นทุนผลิตลดลงตาม
บริษัท วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ VPO รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 60.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87.49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 32.16 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ต้นทุนขายปรับลดลงตามปริมาณการผลิตที่ลดลงเช่นกัน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ VPO ในไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกขาดทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **การลดลงอย่างรุนแรงของทั้งปริมาณการขายและราคาขายเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์หลัก คือ น้ำมันปาล์มดิบและเมล็ดในปาล์ม** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้รวมของบริษัทฯ แม้ว่าต้นทุนขายจะลดลงตามปริมาณการผลิต แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่หายไปได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **ปริมาณการขายของน้ำมันปาล์มดิบและเมล็ดในปาล์มลดลงถึง 78.37% และ 75.03% ตามลำดับ** ประกอบกับ **ราคาขายเฉลี่ยของน้ำมันปาล์มดิบลดลง 28.41% และเมล็ดในปาล์มลดลง 15.46%** สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ตลาดน้ำมันปาล์มต่างประเทศที่มีปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นจากฤดูกาลในอินโดนีเซียและมาเลเซีย แต่ความต้องการใช้น้ำมันปาล์มกลับลดลงเนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัว ส่งผลให้สต็อกน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้นและกดดันให้ราคาลดต่ำลง นอกจากนี้ ในช่วงที่ราคาในประเทศสูงกว่าตลาดโลก ทำให้ไม่สามารถส่งออกได้ ส่งผลให้สต็อกในประเทศเพิ่มขึ้นเช่นกัน
ในส่วนของการผลิต ฝ่ายจัดการได้ **ปรับปริมาณการผลิตให้สอดคล้องกับสัญญาขายที่ลดลง** ส่งผลให้ปริมาณการผลิตลดลงตามไปด้วย และเกิด **ต้นทุนจากการหยุดผลิตที่ต้องรับรู้เป็นต้นทุนขาย** คิดเป็น 26.73% ของต้นทุนขาย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนขั้นต้นในไตรมาสนี้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากการวิเคราะห์แนวโน้มตลาดน้ำมันปาล์มในช่วงที่เหลือของปี 2566 และต้นปี 2567 ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่า **ราคาน้ำมันปาล์มดิบยังมีโอกาสปรับตัวเป็นขาลง** เนื่องจากสต็อกในมาเลเซียอยู่ในระดับสูง การลดภาษีส่งออกของอินโดนีเซีย และปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจชะลอออกไป ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะเพิ่มอุปทานในตลาดโลก ในขณะที่อุปสงค์ยังคงหดตัวจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนจากสงครามระหว่างอิสราเอลและฮามาสอาจส่งผลให้ราคาปิโตรเลียมสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลดีต่อราคาน้ำมันปาล์มดิบบ้าง แต่โดยรวมแล้ว แนวโน้มราคายังคงผันผวนและมีแรงกดดันด้านขาลง
สำหรับตลาดในประเทศ คาดว่าอุปทานจะเพียงพอต่อความต้องการ และสต็อกน้ำมันปาล์มดิบจะยังคงอยู่ในระดับสูง ประกอบกับนโยบายภาครัฐในการตรึงราคาน้ำมันดีเซล ทำให้คาดว่าราคาน้ำมันปาล์มดิบในประเทศอาจปรับตัวต่ำลงตามตลาดโลก
ดังนั้น ปัจจัยลบด้านราคาและปริมาณขายที่เกิดขึ้นในไตรมาส 3 นี้ มีแนวโน้มที่จะยังคงเป็นแรงกดดันต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง แต่ก็มีความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อทิศทางราคาได้
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 87.49% YoY:** จาก 32.16 ล้านบาทใน Q3/2565 เป็น 60.29 ล้านบาทใน Q3/2566
* **รายได้รวมลดลง 71.72% YoY:** จาก 279.07 ล้านบาทใน Q3/2565 เป็น 78.92 ล้านบาทใน Q3/2566
* **ปริมาณขายลดลงรุนแรง:** น้ำมันปาล์มดิบลดลง 78.37%, เมล็ดในปาล์มลดลง 75.03%
* **ราคาขายเฉลี่ยลดลง:** น้ำมันปาล์มดิบลดลง 28.41%, เมล็ดในปาล์มลดลง 15.46%
* **ขาดทุนขั้นต้นเพิ่มขึ้น:** สัดส่วนขาดทุนขั้นต้นต่อยอดขายติดลบที่ 45.49% จากเดิมกำไรขั้นต้น 1.85% เนื่องจากต้นทุนหยุดผลิต
* **ต้นทุนขายลดลงตามปริมาณ:** ปรับลดลง 58.08% ตามปริมาณขายและราคาผลปาล์มสดที่ลดลง 9.15%
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีผลขาดทุนสุทธิรวม 60.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87.49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 32.16 ล้านบาท รายได้รวมอยู่ที่ 78.92 ล้านบาท ลดลง 71.72% จาก 279.07 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณการขายของน้ำมันปาล์มดิบและเมล็ดในปาล์มที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับราคาขายเฉลี่ยที่ปรับลดลงเช่นกัน แม้ว่าต้นทุนขายจะลดลง 58.08% ตามปริมาณการผลิตและราคาผลปาล์มสดที่ลดลง แต่ก็ไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปได้ ส่งผลให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนขั้นต้นต่อยอดขายติดลบที่ 45.49% จากเดิมที่มีกำไรขั้นต้น 1.85% โดยมีต้นทุนจากการหยุดผลิตที่ต้องรับรู้เป็นต้นทุนขายคิดเป็น 26.73%
ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 69.90% ตามปริมาณขายที่ลดลงและราคาน้ำมันดีเซลที่ลดลง ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 9.33% เป็นค่าใช้จ่ายปกติของบริษัทย่อยที่จัดตั้งขึ้นใหม่
## โอกาส
* **การปรับตัวตามสถานการณ์:** ฝ่ายจัดการระบุว่าจะติดตามปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดน้ำมันปาล์มทั้งในและต่างประเทศ
* **การบริหารต้นทุน:** แม้จะเผชิญแรงกดดันด้านราคาและปริมาณ แต่การที่ต้นทุนขายปรับลดลงตามปริมาณการผลิตและราคาวัตถุดิบ เป็นการบริหารจัดการต้นทุนที่สอดคล้องกับสถานการณ์
## ความเสี่ยง
* **ราคาและอุปทานน้ำมันปาล์มโลก:** สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัว ความกังวลภาวะเศรษฐกิจถดถอย และปริมาณผลผลิตปาล์มในประเทศผู้ผลิตหลักที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้สต็อกน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้นและกดดันให้ราคาลดต่ำลง
* **ความผันผวนของราคาในประเทศ:** ในบางช่วงราคาในประเทศสูงกว่าราคาตลาดโลก ทำให้ไม่สามารถส่งออกได้ ส่งผลให้ระดับสต็อกในประเทศปรับเพิ่มขึ้น
* **ความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก:** สงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส อาจส่งผลต่อราคาน้ำมันปาล์มดิบได้
* **นโยบายภาครัฐ:** การตรึงราคาน้ำมันดีเซลอาจเป็นข้อจำกัดต่อราคาขายน้ำมันปาล์มดิบในประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาและปริมาณการขายน้ำมันปาล์ม:** ติดตามทิศทางราคาและปริมาณการขายในไตรมาส 4 ปี 2566 และปี 2567 ว่าจะฟื้นตัวหรือยังคงถูกกดดัน
* **การบริหารจัดการสต็อก:** ระดับสต็อกน้ำมันปาล์มดิบทั้งในประเทศและต่างประเทศ จะส่งผลต่อแรงกดดันด้านราคา
* **การปรับตัวของต้นทุนการผลิต:** แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะลดลง แต่การบริหารจัดการต้นทุนคงที่และต้นทุนจากการหยุดผลิตยังเป็นประเด็นสำคัญ
* **ปัจจัยมหภาค:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะจีนและยุโรป จะส่งผลต่ออุปสงค์น้ำมันปาล์ม
* **ผลกระทบจากสงคราม:** ความรุนแรงของสงครามในตะวันออกกลางและผลกระทบต่อราคาพลังงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาขายเฉลี่ยน้ำมันปาล์มดิบลดลง 28.41% และเมล็ดในปาล์มลดลง 15.46% ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันรายได้
* **Volume:** ปริมาณการขายน้ำมันปาล์มดิบลดลง 78.37% และเมล็ดในปาล์มลดลง 75.03% สะท้อนถึงอุปสงค์ที่ลดลงและ/หรือปัญหาการแข่งขัน
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นติดลบที่ 45.49% จากเดิมที่เคยมีกำไร เป็นผลจากการปรับลดปริมาณการผลิตให้สอดคล้องกับสัญญาขาย ทำให้มีต้นทุนจากการหยุดผลิตที่ต้องรับรู้เป็นต้นทุนขาย
* **ช่องทางขาย/ส่งออก:** การที่ราคาในประเทศสูงกว่าตลาดโลกทำให้ไม่สามารถส่งออกได้ ส่งผลให้สต็อกในประเทศเพิ่มขึ้น
* **สต็อก:** สต็อกน้ำมันปาล์มดิบทั้งในและต่างประเทศปรับเพิ่มขึ้น สร้างแรงกดดันต่อราคา
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง แต่การแข่งขันด้านราคาและการส่งออกมีผลต่อปริมาณขาย
* **ฤดูกาลผลิต:** การเข้าสู่ฤดูกาลผลปาล์มในอินโดนีเซียและมาเลเซียส่งผลให้อุปทานเพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ลดลง 4.96% จาก 740.04 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 เป็น 703.32 ล้านบาท ณ 30 ก.ย. 2566 โดยหลักมาจากการลดลงของลูกหนี้การค้า และการตัดค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ถาวร
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 14.50% จาก 142.90 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 เป็น 163.62 ล้านบาท ณ 30 ก.ย. 2566 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินตามสัญญาเช่าและสัญญาลีสซิ่ง
* **ส่วนของเจ้าของ:** ลดลง 9.69% จาก 596.12 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 เป็น 538.36 ล้านบาท ณ 30 ก.ย. 2566 เนื่องมาจากผลการดำเนินงานขาดทุนในไตรมาสนี้
## สรุปท้าย
VPO เผชิญผลประกอบการที่ย่ำแย่ในไตรมาส 3 ปี 2566 โดยขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากแรงกดดันรอบด้านทั้งปริมาณการขายและราคาขายเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์หลักที่ลดลงอย่างรุนแรง ประกอบกับการปรับลดปริมาณการผลิตที่ส่งผลให้เกิดต้นทุนจากการหยุดผลิต แม้ต้นทุนขายจะลดลงตามปริมาณวัตถุดิบ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปได้ แนวโน้มตลาดน้ำมันปาล์มยังคงมีความไม่แน่นอนและมีแรงกดดันด้านราคาจากอุปทานที่เพิ่มขึ้นและอุปสงค์ที่ชะลอตัว ทำให้ VPO ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายในการบริหารจัดการผลประกอบการในช่วงต่อจากนี้ โดยต้องจับตาการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยตลาดและผลกระทบจากนโยบายต่างๆ อย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ VPO ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
558.88
ล้านบาท
↑ 319.4% YoY
กำไรขั้นต้น
-16.81
ล้านบาท
↓ 5.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-3.01
%
กำไรสุทธิ
-47.27
ล้านบาท
↑ 9.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-8.46
%
D/E Ratio
0.37
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
559
↑ + 319.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-17
↓ -5.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-47
↑ + 9.5%
YoY
D/E Ratio
0.37
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — VPO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.37
ROE (%)
5.06
ROA (%)
6.27
Book Value/หุ้น
0.49
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — VPO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+396
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — VPO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
396.03
+1,494.32%
|
24.84
-67.84%
|
77.25
-63.28%
|
210.40
-212.30%
|
-187.35
-280.79%
|
103.63
+22.83%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.44
-93.72%
|
7.01
-26.98%
|
9.60
+165.93%
|
3.61
-106.10%
|
-59.22
+7,302.50%
|
-0.80
-91.13%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-392.18
+548.23%
|
-60.50
-53.68%
|
-130.61
-46.90%
|
-245.95
-205.38%
|
233.39
-330.17%
|
-101.40
+31.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-23.06
-15.99%
|
-27.45
-37.27%
|
-43.76
+37.01%
|
-31.94
+142.52%
|
-13.17
-1,027.46%
|
1.42
-178.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
4.67
+2,022.73%
|
0.22
-80.18%
|
1.11
-562.50%
|
-0.24
-81.50%
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3.31
-29.12%
|
4.67
+2,022.73%
|
0.22
-80.18%
|
1.11
-562.10%
|
0.00
|
0.00
|