บริษัท วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
0.48
+0.02 (+4.35%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4624 out_tok=3175 at=2026-07-26T12:21:38 -->
# VPO พลิกขาดทุนสุทธิลดลง 87.55% รับราคาขายเฉลี่ยปาล์ม-เมล็ดในพุ่ง
## รายได้รวมโตกว่า 153% รับอานิสงส์ราคาขายเฉลี่ยและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น
บริษัท วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ VPO รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกกลับมามีผลขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 87.55% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีผลขาดทุนสุทธิ 4.27 ล้านบาท จากเดิมที่ขาดทุน 34.25 ล้านบาท การพลิกฟื้นนี้มีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวมที่เติบโตสูงถึง 153.11% ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากราคาขายเฉลี่ยของน้ำมันปาล์มดิบและเมล็ดในปาล์มที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ประกอบกับปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ VPO ในไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกจากขาดทุนจำนวนมากมาสู่การขาดทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขาย** ซึ่งเป็นผลมาจากทั้งราคาขายเฉลี่ยและปริมาณการขายที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 153.11% ขณะที่ต้นทุนขายต่อรายได้กลับปรับลดลง ส่งผลให้ภาพรวมอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้มาจากสองปัจจัยหลักที่ทำงานสอดคล้องกัน:
* **ราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น:** ราคาขายเฉลี่ยของน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้น 41.74% และเมล็ดในปาล์มเพิ่มขึ้น 96.55% ซึ่งสะท้อนถึงสภาวะตลาดโลกที่มีราคาน้ำมันปาล์มอยู่ในระดับสูง
* **ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น:** ปริมาณการขายน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้น 63.02% และเมล็ดในปาล์มเพิ่มขึ้น 43.97% แสดงถึงความสามารถในการผลิตและขายที่เพิ่มขึ้น
แม้ว่าราคาผลปาล์มสดจะปรับสูงขึ้น 51.84% แต่การที่ราคาขายเฉลี่ยและปริมาณการขายปรับสูงขึ้นมากกว่า ทำให้สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ลดลงจาก 108.42% ในปีก่อน เหลือ 92.54% ในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดผลขาดทุนลงอย่างมาก
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยค่าใช้จ่ายขายเพิ่มขึ้น 34.65% ตามปริมาณขายและราคาดีเซลที่สูงขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 43.63% จากการจ่ายรางวัลพนักงาน และการรับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการจองอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้า แต่ผลกระทบจากปัจจัยเหล่านี้ถูกหักล้างด้วยการเพิ่มขึ้นของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่ง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอกอย่างใกล้ชิด**
ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มในช่วงที่เหลือของปี 2565 จะยังคงเผชิญความท้าทาย โดยปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันปาล์มคือการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันถั่วเหลืองในตลาดโลก และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งส่งผลต่ออุปทานน้ำมันทานตะวันและตลาดน้ำมันพืชทั่วโลก นอกจากนี้ ปัญหาด้านการผลิตขั้นพื้นฐานที่มีต้นทุนสูง และความไม่แน่นอนจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่อาจกระทบต่อแรงงานภาคเกษตรในมาเลเซีย ยังคงเป็นปัจจัยกดดันอุปทานน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลก
สำหรับตลาดในประเทศไทย คาดการณ์ว่าผลผลิตจะยังคงอยู่ในระดับสูงในช่วงที่เหลือของปี และราคาน้ำมันปาล์มดิบจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับตลาดโลก อย่างไรก็ตาม ต้องเฝ้าติดตามนโยบายภาครัฐและปัจจัยภายนอกอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลต่อความผันผวนของราคาได้
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 87.55%:** VPO รายงานผลขาดทุนสุทธิ 4.27 ล้านบาทใน Q1/2565 เทียบกับขาดทุน 34.25 ล้านบาทใน Q1/2564
* **รายได้รวมพุ่ง 153.11%:** รายได้รวมอยู่ที่ 487.54 ล้านบาท จาก 192.62 ล้านบาทในปีก่อน
* **ราคาขายเฉลี่ยและปริมาณขายเพิ่มขึ้น:** ราคาขายเฉลี่ยน้ำมันปาล์มดิบ (+41.74%) และเมล็ดในปาล์ม (+96.55%) ประกอบกับปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น (+63.02% และ +43.97% ตามลำดับ) เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้
* **ต้นทุนขายต่อรายได้ลดลง:** สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ลดลงจาก 108.42% เหลือ 92.54% แม้ราคาผลปาล์มสดจะสูงขึ้น
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 99.23%:** เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ระยะสั้นและเจ้าหนี้การค้าเพื่อจัดหาวัตถุดิบ
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 487.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 153.11% เมื่อเทียบกับ 192.62 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ยน้ำมันปาล์มดิบและเมล็ดในปาล์ม รวมถึงปริมาณการขายที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ต้นทุนขายอยู่ที่ 451.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 116.04% แต่เมื่อเทียบกับรายได้แล้ว สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ลดลงจาก 108.42% ในปีก่อน เหลือ 92.54% ในไตรมาสนี้ แม้ราคาผลปาล์มสดจะปรับสูงขึ้น 51.84% ก็ตาม
ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 34.65% ตามปริมาณขายและราคาดีเซลที่สูงขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 43.63% จากการจ่ายรางวัลพนักงานและผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
ส่งผลให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 4.27 ล้านบาท ลดลงอย่างมากจาก 34.25 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564
## โอกาส
* **ราคาวัตถุดิบและสินค้าโภคภัณฑ์อยู่ในระดับสูง:** สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และปัญหาอุปทานน้ำมันพืชทั่วโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันปาล์มดิบในประเทศไทยมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามตลาดโลก
* **ปริมาณการผลิตและขายที่เพิ่มขึ้น:** การที่ปริมาณการขายน้ำมันปาล์มดิบและเมล็ดในปาล์มเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง แสดงถึงความสามารถในการตอบสนองความต้องการของตลาด
* **การบริหารจัดการต้นทุนต่อรายได้ที่ดีขึ้น:** แม้ราคาวัตถุดิบจะสูงขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนขายต่อรายได้ที่ลดลง แสดงถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่อาจดีขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันปาล์มในตลาดโลก:** ราคาที่สูงขึ้นอาจมีความผันผวนสูง และได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์ความขัดแย้ง, การแพร่ระบาดของ COVID-19, และปัญหาแรงงานในภาคเกษตร
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น:** ราคาผลปาล์มสดที่ปรับเพิ่มขึ้น 51.84% ยังคงเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไร หากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายได้ทั้งหมด
* **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การบันทึกรับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการจองอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้า อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรในบางช่วง
* **การพึ่งพานโยบายภาครัฐ:** นโยบายของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน อาจส่งผลกระทบต่อราคาและอุปทาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาปาล์มน้ำมันดิบในตลาดโลก:** ติดตามปัจจัยขับเคลื่อนราคา เช่น สถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน, อุปทานน้ำมันพืชชนิดอื่น, และสภาพอากาศ
* **ปริมาณผลผลิตปาล์มในประเทศ:** คาดการณ์ว่าผลผลิตจะยังคงอยู่ในระดับสูง แต่ต้องเฝ้าระวังปัจจัยที่อาจกระทบต่อปริมาณ
* **การบริหารจัดการต้นทุนขายต่อรายได้:** ประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนท่ามกลางราคาวัตถุดิบที่ผันผวน
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ความเสี่ยงจากการบันทึกผลขาดทุนหรือกำไรจากตราสารอนุพันธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยง
* **นโยบายภาครัฐ:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายที่อาจส่งผลต่ออุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
ในไตรมาส 1 ปี 2565 VPO ได้รับอานิสงส์จากสภาวะตลาดโลกที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบและเมล็ดในปาล์มอยู่ในระดับสูง โดยราคาขายเฉลี่ยของน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้น 41.74% และเมล็ดในปาล์มเพิ่มขึ้นถึง 96.55% ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้รายได้รวมของบริษัทฯ เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 153.11%
นอกจากราคาขายที่สูงขึ้นแล้ว ปริมาณการขายของทั้งน้ำมันปาล์มดิบและเมล็ดในปาล์มยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 63.02% และ 43.97% ตามลำดับ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการผลิตและตอบสนองความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น
แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างผลปาล์มสดจะปรับสูงขึ้นถึง 51.84% แต่การเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ยและปริมาณการขายที่มากกว่า ทำให้สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 108.42% ในปีก่อน เหลือเพียง 92.54% ในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดผลขาดทุนลงได้อย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นตามปริมาณขายและราคาดีเซลที่สูงขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารปรับเพิ่มขึ้นจากการจ่ายรางวัลพนักงานและผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นปัจจัยที่กดดันกำไรส่วนหนึ่ง แต่ผลกระทบโดยรวมถูกหักล้างด้วยการเติบโตของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,154.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.53% จากสิ้นปี 2564 โดยการเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า 146.54 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 236.14%) ตามรอบการขายปกติ และสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น 148.23 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 127.12%) จากการผลิต
หนี้สินรวมอยู่ที่ 577.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 99.23% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ระยะสั้นและเจ้าหนี้การค้า เพื่อใช้ในการจัดหาวัตถุดิบสำหรับการผลิต
ส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 577.11 ล้านบาท ลดลง 0.73% จากสิ้นปี 2564 เนื่องมาจากผลการดำเนินงานในไตรมาสนี้
## สรุปท้าย
VPO พลิกฟื้นผลประกอบการในไตรมาส 1 ปี 2565 ด้วยการขาดทุนสุทธิที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 87.55% เป็นผลมาจากรายได้รวมที่เติบโตกว่า 153% จากการที่ราคาขายเฉลี่ยและปริมาณการขายของน้ำมันปาล์มดิบและเมล็ดในปาล์มปรับตัวสูงขึ้นอย่างแข็งแกร่ง แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะสูงขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนต่อรายได้ที่ลดลงก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดผลขาดทุนลงได้ อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมยังคงเผชิญความท้าทายจากความผันผวนของราคาในตลาดโลกและปัจจัยภายนอกที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และนโยบายภาครัฐ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางราคาในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ VPO ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
558.88
ล้านบาท
↑ 319.4% YoY
กำไรขั้นต้น
-16.81
ล้านบาท
↓ 5.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-3.01
%
กำไรสุทธิ
-47.27
ล้านบาท
↑ 9.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-8.46
%
D/E Ratio
0.37
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
559
↑ + 319.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-17
↓ -5.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-47
↑ + 9.5%
YoY
D/E Ratio
0.37
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — VPO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.37
ROE (%)
5.06
ROA (%)
6.27
Book Value/หุ้น
0.49
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — VPO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+396
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — VPO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
396.03
+1,494.32%
|
24.84
-67.84%
|
77.25
-63.28%
|
210.40
-212.30%
|
-187.35
-280.79%
|
103.63
+22.83%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.44
-93.72%
|
7.01
-26.98%
|
9.60
+165.93%
|
3.61
-106.10%
|
-59.22
+7,302.50%
|
-0.80
-91.13%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-392.18
+548.23%
|
-60.50
-53.68%
|
-130.61
-46.90%
|
-245.95
-205.38%
|
233.39
-330.17%
|
-101.40
+31.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-23.06
-15.99%
|
-27.45
-37.27%
|
-43.76
+37.01%
|
-31.94
+142.52%
|
-13.17
-1,027.46%
|
1.42
-178.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
4.67
+2,022.73%
|
0.22
-80.18%
|
1.11
-562.50%
|
-0.24
-81.50%
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3.31
-29.12%
|
4.67
+2,022.73%
|
0.22
-80.18%
|
1.11
-562.10%
|
0.00
|
0.00
|