บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
1.00
+0.01 (+1.01%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4080 out_tok=2812 at=2026-07-26T10:39:48 -->
# TSTH พลิกขาดทุน Q4/65 รับแรงกดดันต้นทุนพุ่ง-อุปสงค์ซบเซา
## รายได้-กำไรหดตัว YoY เหตุปริมาณขายลด-ส่วนต่างราคาแคบ ฝ่ายจัดการชี้ต้นทุนพลังงาน-วัตถุดิบพุ่งกระทบหนัก
บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TSTH รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปีการเงิน 2566 (ตุลาคม-ธันวาคม 2565) พลิกขาดทุน 80 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 587 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากอุปสงค์ในประเทศที่ซบเซา ส่งผลให้ปริมาณการขายลดลง ประกอบกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากราคาพลังงานและวัตถุดิบบางชนิดที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
หัวใจหลักที่ส่งผลให้ผลประกอบการของ TSTH ในไตรมาส 4 ปีการเงิน 2566 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การหดตัวของส่วนต่างราคาขายและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ควบคู่ไปกับปริมาณการขายที่ลดลง**
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ TSTH ในไตรมาส 4 ปีการเงิน 2566 พลิกจากกำไร 587 ล้านบาท เป็นขาดทุน 80 ล้านบาท (YoY) คือ **การลดลงของส่วนต่างราคาขาย (GPM) และต้นทุนการแปลงสภาพที่สูงขึ้น** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากปริมาณการขายที่ลดลงทั้งในประเทศและภาพรวม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า สาเหตุหลักเกิดจาก **ราคาขายสินค้าที่ลดต่ำลง** ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของตลาดที่ลดลง ประกอบกับ **ต้นทุนการแปลงสภาพที่เพิ่มสูงขึ้น** จากราคาพลังงาน เชื้อเพลิง และก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ปริมาณการขายในประเทศที่ลดลงจากอุปสงค์ที่ซบเซา ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรโดยรวม
สำหรับงวด 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทรายงานกำไร 572 ล้านบาท ลดลงอย่างมากจาก 2,358 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนการแปลงสภาพที่สูงขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน เฟอร์โรอัลลอย เชื้อเพลิง ก๊าซธรรมชาติ และวัสดุทนไฟ รวมถึงปริมาณการขายที่ลดลง และอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเนื่องจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลในเอกสาร **มีแนวโน้มที่จะยังคงเป็นลักษณะกดดันผลประกอบการในระยะสั้นถึงกลาง** เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่าตลาดภาคการก่อสร้างในประเทศไทยยังคงอยู่ในระดับต่ำ และความต้องการที่ต่ำประกอบกับราคาวัตถุดิบและต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลประกอบการในช่วงไตรมาสนี้ ซึ่งยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าจะคลี่คลายในทันที อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบและพลังงานมีความผันผวนสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางในอนาคตได้
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 80 ล้านบาทใน Q4/65:** พลิกจากกำไร 587 ล้านบาทใน Q4/64 เนื่องจากราคาขายลดลง ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น และปริมาณขายในประเทศซบเซา
* **รายได้ Q4/65 ลดลง 15% YoY:** อยู่ที่ 6,909 ล้านบาท จาก 8,128 ล้านบาทในปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากปริมาณและราคาขายสินค้าลดลง
* **ปริมาณขายรวมลดลง 9% ใน 9 เดือนแรกปีการเงิน 2566:** อยู่ที่ 900,000 ตัน เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอุปสงค์ในประเทศซบเซาทั้งเหล็กเส้นและเหล็กลวด
* **ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น:** จากราคาพลังงาน เชื้อเพลิง ก๊าซธรรมชาติ และวัตถุดิบบางชนิดที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่ง:** หนี้สินรวมลดลง 398 ล้านบาทจากต้นปี โดยเงินกู้ยืมระยะสั้นลดลง สะท้อนสถานะเงินสดที่ดี
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 4 ปีการเงิน 2566 บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TSTH รายงานผลขาดทุนสุทธิ 80 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 587 ล้านบาท คิดเป็นการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาขายสินค้าที่ลดลง ประกอบกับต้นทุนการแปลงสภาพที่สูงขึ้นจากราคาพลังงานและเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น รวมถึงปริมาณการขายในประเทศที่ซบเซา
สำหรับรายได้จากการขายและบริการที่เกี่ยวข้องในไตรมาสนี้อยู่ที่ 6,909 ล้านบาท ลดลง 9% จากไตรมาสก่อน และลดลง 15% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณและราคาขายสินค้าที่ลดลง
ในส่วนของงวด 9 เดือนแรกของปีการเงิน 2566 บริษัทรายงานผลกำไร 572 ล้านบาท ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับ 2,358 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนการแปลงสภาพที่สูงขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน เฟอร์โรอัลลอย เชื้อเพลิง ก๊าซธรรมชาติ และวัสดุทนไฟ ปริมาณการขายสินค้าที่ลดลง และอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเนื่องจากราคาวัตถุดิบสูงขึ้น
## โอกาส
* **การส่งออกเหล็กเส้นที่เพิ่มขึ้น:** แม้ปริมาณการขายในประเทศจะซบเซา แต่การส่งออกเหล็กเส้นที่เพิ่มขึ้นสามารถช่วยชดเชยบางส่วนได้
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** หากสามารถบริหารจัดการต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นปัจจัยบวกต่ออัตรากำไรในอนาคต
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศ:** หากภาครัฐมีมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง หรือเศรษฐกิจโดยรวมฟื้นตัว จะส่งผลดีต่อปริมาณการขาย
## ความเสี่ยง
* **อุปสงค์ในประเทศที่ซบเซาต่อเนื่อง:** ภาคการก่อสร้างยังคงอยู่ในระดับต่ำ และความต้องการเหล็กเส้นและเหล็กลวดในประเทศยังคงซบเซา
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น เหล็ก และต้นทุนพลังงาน ยังคงมีความผันผวนสูง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **การแข่งขันในตลาด:** การแข่งขันด้านราคายังคงเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรของบริษัท
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในเอกสารจะไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง แต่ความผันผวนของค่าเงินบาทอาจส่งผลต่อต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบบางส่วน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบหลักและต้นทุนพลังงานจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไร
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์ในภาคการก่อสร้าง:** การเปลี่ยนแปลงของภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ
* **ปริมาณการขายทั้งในประเทศและส่งออก:** การเปลี่ยนแปลงของปริมาณการขายจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของรายได้
* **กลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถของบริษัทในการควบคุมและลดต้นทุนการผลิต
* **การปรับตัวของราคาขาย:** การเปลี่ยนแปลงของราคาขายสินค้าให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดและต้นทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**ปริมาณการขาย:** ในไตรมาส 4 ปีการเงิน 2566 ปริมาณการขายอยู่ที่ 289,000 ตัน ลดลง 4% จากไตรมาสก่อน (303,000 ตัน) และลดลง 10% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (321,000 ตัน) สำหรับงวด 9 เดือน ปริมาณการขายรวมอยู่ที่ 900,000 ตัน ลดลง 9% YoY โดยสาเหตุหลักมาจากอุปสงค์ในประเทศที่ซบเซาสำหรับทั้งเหล็กเส้นและเหล็กลวด แม้จะมีการชดเชยบางส่วนจากการส่งออกเหล็กเส้นที่เพิ่มขึ้น
**ราคาขายและรายได้:** รายได้จากการขายในไตรมาส 4 อยู่ที่ 6,909 ล้านบาท ลดลง 9% QoQ และ 15% YoY โดยการลดลง YoY มาจากทั้งปริมาณและราคาขายที่ลดลง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของตลาดที่ลดลง
**ต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร:** ต้นทุนการแปลงสภาพเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากราคาพลังงาน เชื้อเพลิง และก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผนวกกับราคาขายที่ลดลง ทำให้ส่วนต่างราคาขายและต้นทุนแคบลงอย่างมาก
**การใช้กำลังการผลิต (Utilization):** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่ปริมาณการขายที่ลดลงทั้งในประเทศและภาพรวม บ่งชี้ว่าอัตราการใช้กำลังการผลิตอาจลดลงตามไปด้วย
**สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือลดลง 213 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 ซึ่งอาจสะท้อนถึงการบริหารจัดการสต็อกให้สอดคล้องกับปริมาณการขายที่ลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวมลดลง 398 ล้านบาทจากวันที่ 31 มีนาคม 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น (221 ล้านบาท) สอดคล้องกับปริมาณการขายที่ลดลง และสินค้าคงเหลือที่ลดลง (213 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม สินทรัพย์หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 123 ล้านบาทจากรายการรอขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม
ด้านหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้นรวมลดลง 398 ล้านบาท โดยเงินกู้ยืมระยะสั้นเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนลดลง 146 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงสถานะเงินสดที่ดี เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นลดลง 419 ล้านบาท ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 166 ล้านบาท จากกำไรสุทธิประจ างวด 577 ล้านบาท (ซึ่งเป็นกำไรสุทธิ 9 เดือนแรก) และการจ่ายเงินปันผล 421 ล้านบาท
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ทำให้ TSTH พลิกขาดทุนในไตรมาส 4 ปีการเงิน 2565 คือแรงกดดันจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะราคาพลังงานและเชื้อเพลิง ประกอบกับราคาขายสินค้าที่ลดลงและอุปสงค์ในประเทศที่ซบเซา ทำให้ส่วนต่างราคาขายและต้นทุนแคบลงอย่างมาก แม้จะมีโอกาสจากการส่งออกที่เพิ่มขึ้นและแนวโน้มการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงาน รวมถึงการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในรอบถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TSTH ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
26,497.47
ล้านบาท
↑ 4.6% YoY
กำไรขั้นต้น
3,023.49
ล้านบาท
↑ 341.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.41
%
กำไรสุทธิ
1,897.91
ล้านบาท
↑ 470.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.16
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
26,497
↑ + 4.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
3,023
↑ + 341.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,898
↑ + 470.3%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TSTH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
13.55
ROA (%)
14.16
Book Value/หุ้น
1.83
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TSTH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+3,254
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-118
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TSTH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
3,253.79
-523.35%
|
-768.58
-171.84%
|
1,069.78
+17.72%
|
908.73
-5.98%
|
966.54
+98.34%
|
487.31
-57.20%
|
1,138.54
+58.12%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-117.51
-130.70%
|
382.76
-7,832.53%
|
-4.95
-98.23%
|
-280.35
+49.86%
|
-187.08
+220.29%
|
-58.41
-74.14%
|
-225.89
-11.49%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-37.17
-4.20%
|
-38.80
-86.64%
|
-290.41
-51.62%
|
-600.32
+79.06%
|
-335.27
+505.73%
|
-55.35
-95.62%
|
-1,262.42
+2,089.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-349.77
-185.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
1,772.59
-19.33%
|
2,197.21
+54.43%
|
1,422.80
+2.01%
|
1,394.73
+46.73%
|
950.54
+64.74%
|
576.99
-37.74%
|
926.77
+78.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
4,871.70
+174.84%
|
1,772.59
-19.33%
|
2,197.21
+54.43%
|
1,422.80
+2.01%
|
1,394.73
+46.73%
|
950.54
+64.74%
|
576.99
-37.74%
|