บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
1.00
+0.01 (+1.01%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4821 out_tok=2141 at=2026-07-27T13:52:45 -->
# TSTH กำไร Q2/2565 พุ่ง 849 ล้านบาท รับอานิสงส์ราคาเหล็กโลกฟื้น
## รายได้-กำไรโตแรงตามราคาเหล็กโลก ขณะที่ฝ่ายจัดการชี้ความต้องการในประเทศอาจชะลอตัวจากมาตรการโควิด
บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TSTH รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปีการเงิน 2565 (เมษายน-มิถุนายน 2564) มีกำไรก่อนภาษีเงินได้ 849 ล้านบาท พุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ 80 ล้านบาทในปีก่อนหน้า และ 417 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนหลักจากราคาขายสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นตามภาวะตลาดโลกที่ฟื้นตัว แม้ปริมาณขายจะลดลงเล็กน้อยจากผลกระทบมาตรการควบคุมโควิด-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
หัวใจกำไรของ TSTH ในไตรมาส 1 ปีการเงิน 2565 คือ **การปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของราคาขายสินค้า (ASP) ที่สอดคล้องกับราคาวัตถุดิบโลกที่สูงขึ้น** ซึ่งส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้พุ่งสูงถึง 849 ล้านบาท
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า เศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากการระบาดใหญ่ที่ลดลง ส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นและราคาเหล็กสำเร็จรูปในประเทศ ปัจจัยนี้สะท้อนผ่านรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และ 72% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปริมาณขายรวม 346,000 ตัน เพิ่มขึ้น 16% YoY แต่ลดลง 6% QoQ สาเหตุหลักของการลดลง QoQ มาจากความพร้อมใช้งานของวัสดุที่ลดลงจากการหยุดซ่อมแซมโรงงานประจำปี และการปิดสถานที่ก่อสร้างตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน แม้ต้นทุนเฟอโรอัลลอยและค่าบำรุงรักษาจะเพิ่มขึ้นจากการหยุดซ่อมแซมโรงงานประจำปี แต่ผลบวกจากราคาขายที่สูงขึ้นก็สามารถชดเชยได้
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แม้ว่าแนวโน้มราคาเหล็กโลกจะยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุน แต่มาตรการควบคุมโควิด-19 ล่าสุดที่ส่งผลให้สถานที่ก่อสร้างในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงต้องปิดทำการเป็นเวลา 30 วัน และแคมป์คนงานถูกปิด จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อความต้องการใช้เหล็กในภาคการก่อสร้างคาดว่าจะลดลง 30-40% ในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า ซึ่งอาจกดดันปริมาณขายและราคาขายในอนาคตได้ ฝ่ายจัดการระบุว่าสินค้าคงเหลือรวมเพิ่มสูงขึ้น 623 ล้านบาท จากสินค้าสำเร็จรูปและเศษเหล็ก อันเป็นผลจากการรับการส่งมอบที่ลดลงเนื่องจากการปิดสถานที่ก่อสร้างชั่วคราว ซึ่งจะส่งผลต่อจำนวนวันในการหมุนเวียนสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้นจาก 43 วัน เป็น 48 วัน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรก่อนภาษีเงินได้ 849 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 80 ล้านบาทในปีก่อน และ 417 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า
* **รายได้จากการขาย 7,892 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 11% QoQ และ 72% YoY
* **ปริมาณขาย 346,000 ตัน:** เพิ่มขึ้น 16% YoY แต่ลดลง 6% QoQ
* **ปัจจัยหนุนหลัก:** ราคาขายสินค้าปรับตัวดีขึ้นตามราคาวัตถุดิบโลกที่ฟื้นตัว
* **ปัจจัยกดดัน:** การปิดสถานที่ก่อสร้างชั่วคราวส่งผลกระทบต่อปริมาณขายและสินค้าคงค้าง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปีการเงิน 2565 TSTH มีรายได้จากการขายและบริการที่เกี่ยวข้องอยู่ที่ 7,892 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 72% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีปริมาณการขาย 346,000 ตัน เพิ่มขึ้น 16% YoY แต่ลดลง 6% QoQ กำไรก่อนภาษีเงินได้อยู่ที่ 849 ล้านบาท เทียบกับ 80 ล้านบาทในปีก่อน และ 417 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า การเพิ่มขึ้นของกำไรเป็นผลมาจากราคาขายสินค้าที่ปรับตัวดีขึ้นตามสภาวะตลาดโลกที่สอดคล้องกับราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น แม้จะมีต้นทุนเฟอโรอัลลอยและค่าบำรุงรักษาที่เพิ่มขึ้นจากการหยุดซ่อมแซมโรงงานประจำปี
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** เป็นปัจจัยหนุนราคาโภคภัณฑ์และราคาเหล็กสำเร็จรูป
* **การใช้จ่ายภาครัฐในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน:** โดยเฉพาะในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และการขยายเครือข่ายถนนและรถไฟ ยังคงเป็นแรงหนุนอุปสงค์ในประเทศ
## ความเสี่ยง
* **การระบาดของโควิด-19 และมาตรการควบคุม:** การปิดสถานที่ก่อสร้างและแคมป์คนงานส่งผลกระทบโดยตรงต่อความต้องการใช้เหล็กในภาคการก่อสร้าง คาดว่าจะลดลง 30-40% ในระยะสั้น
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ปัจจุบันราคาจะสูงขึ้น แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะผันผวนได้
* **ความพร้อมใช้งานของวัสดุ:** การหยุดซ่อมแซมโรงงานประจำปีอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตและการขาย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ผลกระทบต่อเนื่องจากการปิดสถานที่ก่อสร้างต่อปริมาณขายและรายได้
* แนวโน้มราคาเหล็กโลกและราคาวัตถุดิบในไตรมาสถัดไป
* การฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย
* แผนการบริหารจัดการสินค้าคงค้างที่เพิ่มขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** โรงงานทั้งสามแห่งดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในช่วงไตรมาส แต่ปริมาณขายลดลง QoQ จากการหยุดซ่อมแซมโรงงานประจำปีและผลกระทบจากการปิดสถานที่ก่อสร้าง
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่การปิดสถานที่ก่อสร้างส่งผลให้ความต้องการใช้เหล็กในภาคการก่อสร้างคาดว่าจะได้รับผลกระทบในทางลบ
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบโลกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนราคาขายสินค้าสำเร็จรูป
* **GPM:** ไม่ได้ระบุตัวเลข GPM โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของราคาขายที่สูงกว่าต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **การส่งออก:** มีการขายที่เพิ่มขึ้นในเหล็กลวดชนิดพิเศษในประเทศและการส่งออก เป็นส่วนหนึ่งที่หนุนปริมาณขาย YoY
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในเอกสาร
* **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้น 623 ล้านบาท จากสินค้าสำเร็จรูปและเศษเหล็ก อันเป็นผลจากการรับการส่งมอบที่ลดลงเนื่องจากการปิดสถานที่ก่อสร้างชั่วคราว จำนวนวันในการหมุนเวียนสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นเป็น 48 วัน จาก 43 วัน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 266 ล้านบาท จาก 31 มีนาคม 2564 โดยมีสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 623 ล้านบาท และลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 64 ล้านบาท ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 338 ล้านบาท
* **หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้นรวม:** เพิ่มขึ้น 266 ล้านบาท จาก 31 มีนาคม 2564 โดยส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 848 ล้านบาท จากกำไรสุทธิของปีนี้ ขณะที่เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นลดลง 450 ล้านบาท และเงินกู้ยืมระยะสั้นลดลง 103 ล้านบาท
## สรุปท้าย
TSTH ในไตรมาส 1 ปีการเงิน 2565 โชว์ผลประกอบการที่แข็งแกร่งด้วยกำไรก่อนภาษี 849 ล้านบาท โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการที่ราคาขายสินค้าปรับตัวสูงขึ้นตามราคาเหล็กโลกที่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลให้ต้องปิดสถานที่ก่อสร้างชั่วคราว อาจกดดันอุปสงค์ในประเทศและปริมาณขายในระยะสั้น นักลงทุนจึงควรจับตาแนวโน้มราคาเหล็กโลก ควบคู่ไปกับผลกระทบจากมาตรการควบคุมโควิด-19 ต่อภาคการก่อสร้าง และการบริหารจัดการสินค้าคงคลังของบริษัทต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TSTH ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
26,497.47
ล้านบาท
↑ 4.6% YoY
กำไรขั้นต้น
3,023.49
ล้านบาท
↑ 341.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.41
%
กำไรสุทธิ
1,897.91
ล้านบาท
↑ 470.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.16
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
26,497
↑ + 4.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
3,023
↑ + 341.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,898
↑ + 470.3%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TSTH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
13.55
ROA (%)
14.16
Book Value/หุ้น
1.83
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TSTH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+3,254
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-118
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TSTH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
3,253.79
-523.35%
|
-768.58
-171.84%
|
1,069.78
+17.72%
|
908.73
-5.98%
|
966.54
+98.34%
|
487.31
-57.20%
|
1,138.54
+58.12%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-117.51
-130.70%
|
382.76
-7,832.53%
|
-4.95
-98.23%
|
-280.35
+49.86%
|
-187.08
+220.29%
|
-58.41
-74.14%
|
-225.89
-11.49%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-37.17
-4.20%
|
-38.80
-86.64%
|
-290.41
-51.62%
|
-600.32
+79.06%
|
-335.27
+505.73%
|
-55.35
-95.62%
|
-1,262.42
+2,089.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-349.77
-185.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
1,772.59
-19.33%
|
2,197.21
+54.43%
|
1,422.80
+2.01%
|
1,394.73
+46.73%
|
950.54
+64.74%
|
576.99
-37.74%
|
926.77
+78.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
4,871.70
+174.84%
|
1,772.59
-19.33%
|
2,197.21
+54.43%
|
1,422.80
+2.01%
|
1,394.73
+46.73%
|
950.54
+64.74%
|
576.99
-37.74%
|