บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
1.00
+0.01 (+1.01%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4282 out_tok=2293 at=2026-07-26T10:49:33 -->
# TSTH พลิกกำไร Q4/64 โตแรง รับราคาขายเหล็กพุ่ง-เศรษฐกิจโลกฟื้น
## รายได้-กำไร Q4/64 เติบโตโดดเด่น ปัจจัยหลักจากราคาขายสูงขึ้นและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น
บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TSTH รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปีการเงิน 2565 (ตุลาคม-ธันวาคม 2564) พลิกกลับมามีกำไรก่อนภาษี 587 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนหลักจากราคาขายสินค้าที่สูงขึ้น ส่งผลให้ส่วนต่างระหว่างราคาขายและต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวดีขึ้น สอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก สำหรับภาพรวม 9 เดือนแรกของปีการเงิน 2565 บริษัทฯ มีกำไรก่อนภาษีรวม 2,358 ล้านบาท เทียบกับ 271 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากราคาขายที่สูงขึ้นและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TSTH ในไตรมาส 4 ปีการเงิน 2565 คือ **การปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของส่วนต่างระหว่างราคาขายสินค้า (ASP) และราคาวัตถุดิบ** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผนวกกับ **ปริมาณการขายที่ยังคงทรงตัวในระดับสูง** แม้จะมีปัจจัยกดดันจากสถานการณ์โควิด-19 และวันหยุดยาวในเดือนธันวาคม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่าผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นในไตรมาสนี้เป็นผลมาจาก **ราคาขายที่สูงขึ้น** ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลให้ความต้องการสินค้าเหล็กเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ต้นทุนวัตถุดิบหลัก เช่น เศษเหล็กและบิลเล็ต ก็ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย แต่การที่ราคาขายปรับตัวขึ้นได้มากกว่า ทำให้ส่วนต่างราคา (GPM) ขยายตัวได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ปริมาณการขายสินค้าสำหรับงวด 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 อยู่ที่ 993,000 ตัน เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรักษาฐานลูกค้าและเพิ่มยอดขายได้ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ท้าทาย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** ฝ่ายจัดการระบุถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่ออุตสาหกรรมเหล็ก อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ (Omicron) และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดและกำลังซื้อในระยะต่อไป การที่บริษัทฯ มีการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้นตามราคาที่สูงขึ้น และสถานะเงินสดที่ดี สะท้อนถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวน แต่การปรับตัวของราคาวัตถุดิบและอุปสงค์ในตลาดโลกจะเป็นตัวกำหนดทิศทาง GPM ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรก่อนภาษี Q4/64 พุ่ง 587 ล้านบาท:** พลิกกลับมามีกำไรอย่างมีนัยสำคัญ เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
* **กำไร 9 เดือนแรกโตกระโดด:** รวม 2,358 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 271 ล้านบาทในปีก่อน
* **ปัจจัยหนุนหลัก:** ราคาขายสินค้าสูงขึ้น ส่งผลให้ส่วนต่างราคาวัตถุดิบดีขึ้น ตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก
* **ปริมาณขาย 9 เดือนเพิ่ม 6%:** อยู่ที่ 993,000 ตัน
* **สินค้าคงคลังเพิ่ม 927 ล้านบาท:** จากราคาเศษเหล็กและบิลเล็ตที่สูงขึ้น
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่ม 2,359 ล้านบาท:** จากกำไรสุทธิ ทำให้ขาดทุนสะสมลดลงเหลือ (99) ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 4 ปีการเงิน 2565 บริษัทฯ มีปริมาณการขายสินค้าอยู่ที่ 321,000 ตัน ลดลงเล็กน้อย 2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อันเนื่องมาจากวันหยุดยาวในเดือนธันวาคม อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายสูงกว่าทั้งไตรมาสก่อนและไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรก่อนภาษี 587 ล้านบาท ซึ่งดีขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากราคาขายที่สูงขึ้นและส่วนต่างราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปีการเงิน 2565 บริษัทฯ มีปริมาณการขายรวม 993,000 ตัน เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรก่อนภาษีรวม 2,358 ล้านบาท เทียบกับ 271 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** เป็นปัจจัยบวกหลักที่ส่งเสริมอุปสงค์และความต้องการสินค้าเหล็ก
* **การก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยฟื้นตัว:** การก่อสร้างอาคารพาณิชย์และโรงงานที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง เป็นโอกาสในการเพิ่มยอดขาย
* **การบริหารจัดการต้นทุนและราคาขาย:** ความสามารถในการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น เป็นโอกาสในการรักษาอัตรากำไร
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ (Omicron):** ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดและเศรษฐกิจโดยรวม
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ความไม่แน่นอนของค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและรายได้
* **การชะลอตัวของการก่อสร้างสาธารณะ:** การลดลงของการก่อสร้างภาครัฐส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ในบางภาคส่วน
* **ภาวะเงินเฟ้อ:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการดำเนินงานของภาคธุรกิจ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบ (เศษเหล็ก, บิลเล็ต) และราคาขายสินค้าเหล็กในตลาดโลก
* ผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ต่อเศรษฐกิจไทยและกำลังซื้อ
* ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลัก และผลต่อค่าเงินบาท
* การฟื้นตัวของการก่อสร้างภาคเอกชน โดยเฉพาะอาคารที่พักอาศัย
* การบริหารจัดการสินค้าคงคลังและสภาพคล่องของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 6% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
**Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายสูงกว่าไตรมาสก่อนและปีก่อน สะท้อนถึงคำสั่งซื้อที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
**ราคาวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงราคาเศษเหล็กและบิลเล็ตที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อต้นทุนและมูลค่าสินค้าคงคลัง
**GPM:** ส่วนต่างระหว่างราคาสินค้าและราคาวัตถุดิบปรับตัวดีขึ้น เป็นปัจจัยขับเคลื่อนกำไรหลัก
**การส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกโดยตรง
**ค่าเงิน:** ความผันผวนของค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ถูกระบุว่าเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
**สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 927 ล้านบาท จากราคาที่สูงขึ้นทั้งเศษเหล็กและบิลเล็ต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 1,468 ล้านบาท จากวันที่ 31 มีนาคม 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ (927 ล้านบาท) และลูกหนี้การค้า (586 ล้านบาท) รวมถึงเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เพิ่มขึ้น 190 ล้านบาท ในขณะที่หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้น 1,468 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของส่วนของผู้ถือหุ้น 2,359 ล้านบาท จากกำไรสุทธิ ทำให้ขาดทุนสะสมลดลงเหลือ (99) ล้านบาท นอกจากนี้ เงินกู้ยืมระยะสั้นลดลง 441 ล้านบาท และเจ้าหนี้การค้าลดลง 408 ล้านบาท สอดคล้องกับเงินสดจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
TSTH พลิกฟื้นผลประกอบการได้อย่างน่าประทับใจในไตรมาส 4 ปีการเงิน 2565 โดยมีกำไรก่อนภาษีพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากปัจจัยหลักคือการปรับตัวขึ้นของราคาขายสินค้าเหล็กที่มากกว่าต้นทุนวัตถุดิบ ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก แม้ปริมาณการขายจะลดลงเล็กน้อยในไตรมาสนี้ แต่ภาพรวม 9 เดือนแรกยังคงเติบโตได้ดี อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 สายพันธุ์ใหม่และความผันผวนของค่าเงินบาท ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวโน้มผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TSTH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
26,497.47
ล้านบาท
↑ 4.6% YoY
กำไรขั้นต้น
3,023.49
ล้านบาท
↑ 341.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.41
%
กำไรสุทธิ
1,897.91
ล้านบาท
↑ 470.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.16
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
26,497
↑ + 4.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
3,023
↑ + 341.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,898
↑ + 470.3%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TSTH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
13.55
ROA (%)
14.16
Book Value/หุ้น
1.83
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TSTH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+3,254
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-118
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TSTH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
3,253.79
-523.35%
|
-768.58
-171.84%
|
1,069.78
+17.72%
|
908.73
-5.98%
|
966.54
+98.34%
|
487.31
-57.20%
|
1,138.54
+58.12%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-117.51
-130.70%
|
382.76
-7,832.53%
|
-4.95
-98.23%
|
-280.35
+49.86%
|
-187.08
+220.29%
|
-58.41
-74.14%
|
-225.89
-11.49%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-37.17
-4.20%
|
-38.80
-86.64%
|
-290.41
-51.62%
|
-600.32
+79.06%
|
-335.27
+505.73%
|
-55.35
-95.62%
|
-1,262.42
+2,089.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-349.77
-185.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
1,772.59
-19.33%
|
2,197.21
+54.43%
|
1,422.80
+2.01%
|
1,394.73
+46.73%
|
950.54
+64.74%
|
576.99
-37.74%
|
926.77
+78.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
4,871.70
+174.84%
|
1,772.59
-19.33%
|
2,197.21
+54.43%
|
1,422.80
+2.01%
|
1,394.73
+46.73%
|
950.54
+64.74%
|
576.99
-37.74%
|