บริษัท ทีเอสทีอี จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
9.95
+0.05 (+0.51%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5038 out_tok=2701 at=2026-07-26T11:08:45 -->
# TSTE กำไรสุทธิ Q3/66 ดิ่ง 64% รับต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-ค่าเงินบาทอ่อน
## รายได้รวมโต 2.66% แต่ต้นทุนพุ่ง 9.28% ฉุดกำไรขั้นต้นหด 23.33% ขณะที่ต้นทุนการเงินเพิ่มขึ้น
บริษัท ทีเอสทีอี จำกัด (มหาชน) หรือ TSTE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 17.54 ล้านบาท ลดลงถึง 64.26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจากการดำเนินงานจะเติบโต 2.66% แต่ต้นทุนจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 9.28% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นหดตัวอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น เป็นปัจจัยหลักกดดันผลกำไรสุทธิ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ TSTE ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการอ่อนค่าของเงินบาท** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจผลิตและจำหน่ายแป้งสาลีของบริษัทย่อยอย่าง บริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน)
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** บริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ต้องนำเข้าวัตถุดิบหลักคือข้าวสาลีจากต่างประเทศ เมื่อค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ทำให้ต้นทุนในการนำเข้าวัตถุดิบดังกล่าวมีราคาสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นถึง 13.30% ในไตรมาส 3 ปี 2566 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายนี้ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงถึง 23.33% โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของบริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ฯ ที่ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 31.54 ล้านบาท เมื่อคำนวณส่วนแบ่งกำไรแล้ว ทำให้กำไรสุทธิรวมของกลุ่มบริษัทลดลง 10.41 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังมีต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 5.10 ล้านบาท จากการลงทุนเพิ่มในบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจด้านอาหาร บรรจุภัณฑ์ และพลังงานทดแทน เพื่อลดต้นทุนการผลิต
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **มีโอกาสต่อเนื่อง** เนื่องจากปัจจัยค่าเงินบาทอ่อนค่าเป็นปัจจัยภายนอกที่ยังคงมีความผันผวนและยากต่อการคาดการณ์ นอกจากนี้ การลงทุนเพื่อลดต้นทุนการผลิตในระยะยาวของบริษัทย่อย อาจส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินยังคงอยู่ในระดับสูงในระยะสั้นถึงปานกลาง อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการไม่ได้ระบุแนวโน้มที่ชัดเจนว่าปัจจัยนี้จะส่งผลกระทบไปอีกนานเท่าใด จึงยังคงต้องติดตามสถานการณ์ค่าเงินบาทและผลกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 64.26% YoY:** จาก 49.08 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2565 เป็น 17.54 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2566
* **รายได้รวมเติบโต 2.66% YoY:** อยู่ที่ 707.87 ล้านบาท จาก 689.53 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2565
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 13.30% YoY:** เป็น 552.89 ล้านบาท จาก 487.97 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2565
* **กำไรขั้นต้นหดตัว 23.33% YoY:** อยู่ที่ 107.30 ล้านบาท จาก 139.95 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2565
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 84.08% YoY:** จาก 6.07 ล้านบาท เป็น 11.17 ล้านบาท
* **D/E Ratio อยู่ที่ 0.71 เท่า:** ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท ทีเอสทีอี จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 707.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 4.46% เป็น 628.36 ล้านบาท จากการเติบโตของรายได้ผลิตภัณฑ์สาหร่ายของบริษัท เนเจอร์ เบสท์ฟู้ด จำกัด และรายได้จากการขายบรรจุภัณฑ์ของบริษัท ที เอส โปรแพค จำกัด อย่างไรก็ตาม รายได้จากการให้เช่าและบริการลดลง 9.67% เป็น 79.52 ล้านบาท เนื่องจากรายได้รับจ้างบรรจุที่ลดลงของบริษัท ที เอส โปรแพค จำกัด และรายได้ค่าเช่าที่ดินที่ลดลง
ในขณะที่ต้นทุนจากการดำเนินงานรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.28% เป็น 600.58 ล้านบาท โดยต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 13.30% เป็น 552.89 ล้านบาท และต้นทุนจากการให้เช่าและบริการลดลง 22.59% เป็น 47.69 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 23.33% เป็น 107.30 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
เมื่อหักต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 84.08% เป็น 11.17 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายอื่นๆ บริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 17.54 ล้านบาท ลดลง 64.26% เมื่อเทียบกับ 49.08 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2565
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 2,059.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.98% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 13.43% เป็น 1,765.08 ล้านบาท แต่ต้นทุนจากการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้น 11.03% เป็น 1,668.85 ล้านบาท ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเพียง 1.05% เป็น 391.05 ล้านบาท เมื่อหักต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 131.57% เป็น 27.67 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 อยู่ที่ 104.00 ล้านบาท ลดลง 25.87% เมื่อเทียบกับ 140.30 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของรายได้จากการขาย:** การเพิ่มขึ้นของรายได้จากผลิตภัณฑ์สาหร่ายและบรรจุภัณฑ์ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของธุรกิจหลักบางส่วน
* **การลงทุนเพื่อลดต้นทุนการผลิต:** การลงทุนในธุรกิจอาหาร บรรจุภัณฑ์ และพลังงานทดแทน มีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนการผลิตในระยะยาว ซึ่งอาจส่งผลดีต่ออัตรากำไรในอนาคต
* **การขยายธุรกิจ:** การลงทุนในบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจด้านอาหาร บรรจุภัณฑ์ และพลังงานทดแทน เป็นการกระจายความเสี่ยงและมองหาโอกาสในการเติบโตใหม่ๆ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนวัตถุดิบนำเข้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจผลิตแป้งสาลี ซึ่งเป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจส่งผลต่อผลประกอบการในระยะต่อไป
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การลงทุนที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น ซึ่งกดดันกำไรสุทธิ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจอาหาร บรรจุภัณฑ์ และแป้งสาลี อาจเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาขายและส่วนแบ่งการตลาด
* **ความเสี่ยงด้านวัตถุดิบ:** การพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบหลัก เช่น ข้าวสาลี ทำให้มีความเสี่ยงหากเกิดปัญหาด้านการจัดหาหรือราคาที่ผันผวน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มค่าเงินบาท:** การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาทจะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนวัตถุดิบของบริษัทฯ
* **ผลการดำเนินงานของบริษัทย่อย:** โดยเฉพาะ บริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ที เอส โปรแพค จำกัด
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนขายและต้นทุนจากการให้เช่าและบริการ
* **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** ผลตอบแทนจากการลงทุนในธุรกิจอาหาร บรรจุภัณฑ์ และพลังงานทดแทน
* **อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิ:** แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของอัตรากำไรในไตรมาสถัดไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการให้เช่าและบริการ:** ลดลง 9.67% YoY เป็น 79.52 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้รับจ้างบรรจุที่ลดลงของบริษัท ที เอส โปรแพค จำกัด (-7.50 ล้านบาท) และรายได้ค่าเช่าที่ดินที่ลดลง (-1.40 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม รายได้ท่าเทียบเรือคอนเทนเนอร์ของบริษัท ที เอส ขนส่งและโลจิสติกส์ จำกัด เพิ่มขึ้น 4.40 ล้านบาท
* **ต้นทุนจากการให้เช่าและบริการ:** ลดลง 22.59% YoY เป็น 47.69 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลงในบางส่วน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 7,657.87 ล้านบาท หนี้สินรวม 4,290.88 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 3,366.99 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เท่ากับ 1.27 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Interest-Bearing D/E Ratio) เท่ากับ 0.73 เท่า (ข้อมูลจากเอกสารระบุ D/E Ratio 0.71 และ Interest-Bearing D/E Ratio 0.73 ซึ่งอาจมีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยจากการปัดเศษ หรือการคำนวณที่แตกต่างกันเล็กน้อย)
## สรุปท้าย
TSTE ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากการอ่อนค่าของเงินบาท ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจแป้งสาลี ทำให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้รวมจะยังเติบโตได้จากธุรกิจสาหร่ายและบรรจุภัณฑ์ แต่ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนใหม่ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันผลประกอบการ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มค่าเงินบาทและผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TSTE ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
639.18
ล้านบาท
↑ 0.9% YoY
กำไรขั้นต้น
118.14
ล้านบาท
↑ 7.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.48
%
กำไรสุทธิ
30.36
ล้านบาท
↑ 8.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.75
%
D/E Ratio
0.55
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
639
↑ + 0.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
118
↑ + 7.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
30
↑ + 8.9%
YoY
D/E Ratio
0.55
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TSTE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.55
ROE (%)
3.98
ROA (%)
3.69
Book Value/หุ้น
9.52
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TSTE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+242
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-19
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TSTE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
242.00
-520.65%
|
-57.53
-127.55%
|
208.83
-68.63%
|
665.78
-344.70%
|
-272.08
-147.33%
|
574.82
-3.07%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-19.33
-105.62%
|
344.06
-26,979.69%
|
-1.28
-86.25%
|
-9.31
-160.38%
|
15.42
-140.36%
|
-38.21
-61.64%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
203.62
-184.74%
|
-240.30
+12.34%
|
-213.91
-75.29%
|
-865.55
-367.63%
|
323.41
-160.60%
|
-533.70
+8.69%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-26.17
-156.60%
|
46.24
+38.40%
|
33.41
-115.98%
|
-209.09
-413.29%
|
66.74
+2,193.47%
|
2.91
+22.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
112.27
-34.74%
|
172.04
+31.59%
|
130.74
+8.77%
|
120.20
+2.48%
|
117.29
+2.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
146.24
+30.26%
|
112.27
-34.74%
|
172.04
+31.59%
|
130.74
+8.77%
|
120.20
+2.48%
|