บริษัท ทีเอสทีอี จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
9.95
+0.05 (+0.51%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7545 out_tok=2433 at=2026-07-26T11:24:01 -->
# TSTE พลิกกำไร Q3/65 รับอสังหาฯ แนวราบฟื้น-อุตสาหกรรมโต
## รายได้รวมโต 37% กำไรสุทธิพลิกบวก 1.5 แสนล้านบาท หลังธุรกิจหลักฟื้นตัวต่อเนื่อง
บริษัท ทีเอสทีอี จำกัด (มหาชน) หรือ TSTE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 87.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 149.97 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 62.31 ล้านบาท โดยมีรายได้รวม 1,120.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.40% จากปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยและธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ TSTE พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 3 ปี 2565 มาจากการเติบโตอย่างโดดเด่นของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้นถึง 33.10% โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยที่เติบโตถึง 32.47% และธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมที่เติบโต 11.69% ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้นถึง 146.06% จาก 199.35 ล้านบาท เป็น 490.51 ล้านบาท และพลิกจากขาดทุนสุทธิ 62.31 ล้านบาท เป็นกำไรสุทธิ 87.66 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัย:** ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 แม้ภาวะเงินเฟ้อจะกระทบกำลังซื้อ แต่ตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบยังมีความต้องการสูง โดยสินค้าของบริษัทตอบโจทย์ความคุ้มค่าและราคาที่เหมาะสม (1.5-4 ล้านบาท) ประกอบกับมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น การลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองบ้านไม่เกิน 6 ล้านบาท และการผ่อนคลาย LTV ชั่วคราว รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่ยังไม่สูงมากนัก เป็นปัจจัยบวกที่กระตุ้นการตัดสินใจซื้อ นอกจากนี้ บริษัทยังเน้นบริหารต้นทุนก่อสร้างและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
* **ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม:** มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการพัฒนาคลังสินค้า/โรงงานให้เช่าได้มากขึ้น โดยมีพื้นที่ให้เช่ารวม 299,003 ตารางเมตร และอัตราการเช่า 90% รวมถึงมีรายได้จากการบริหารงานก่อสร้างและบริหารอสังหาริมทรัพย์ให้กับกองทรัสต์ ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่า 60%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัย ฝ่ายจัดการคาดว่ามาตรการสนับสนุนจากภาครัฐจะยังคงมีผลต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 4 ปีนี้ และบริษัทจะยังคงเน้นพัฒนาสินค้าที่คุ้มค่าและบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับธุรกิจอุตสาหกรรม อัตราการเช่าที่อยู่ในระดับสูงและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพบ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ดี อย่างไรก็ตาม ธุรกิจสุขภาพองค์รวมยังคงมีผลขาดทุนและต้องติดตามการเปิดสาขาใหม่ รวมถึงผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ:** TSTE มีกำไรสุทธิ 87.66 ล้านบาทใน Q3/65 เทียบกับขาดทุน 62.31 ล้านบาทใน Q3/64
* **รายได้รวมเติบโต 37.40%:** รายได้รวมอยู่ที่ 1,120.05 ล้านบาท จาก 815.17 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรขั้นต้นพุ่ง 146.06%:** กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 490.51 ล้านบาท จาก 199.35 ล้านบาทในปีก่อน
* **อสังหาฯ ที่อยู่อาศัยฟื้นตัว:** รายได้จากธุรกิจนี้เพิ่มขึ้น 32.47% จากการตอบรับที่ดีของสินค้าคุ้มค่าและมาตรการภาครัฐ
* **อสังหาฯ อุตสาหกรรมเติบโต:** รายได้เพิ่มขึ้นจากการพัฒนาพื้นที่เช่าและบริหารจัดการกองทรัสต์
* **ธุรกิจสนามกอล์ฟทำสถิติ:** มีรายได้สะสม 9 เดือนสูงสุดนับตั้งแต่เปิดดำเนินการ จากการตลาดและการจัดแข่งขันที่เพิ่มขึ้น
* **สุขภาพองค์รวมยังขาดทุน:** แม้รายได้เติบโตสูง แต่ยังคงมีผลขาดทุนขั้นต้นจากต้นทุนคงที่
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 TSTE มีรายได้รวม 1,120.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 1,046.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.10% กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 146.06% เป็น 490.51 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับตัวดีขึ้นจาก 25.35% เป็น 46.87% แม้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมจะเพิ่มขึ้น 17.52% แต่ด้วยการบริหารจัดการที่ดี ทำให้บริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 87.66 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 62.31 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 2,193.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.70% และมีกำไรขั้นต้นรวม 783.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.88% อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 126.38 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับขาดทุน 233.62 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร รวมถึงต้นทุนทางการเงินจากการลงทุนขยายธุรกิจใหม่
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐและแนวโน้มเศรษฐกิจที่ค่อยๆ ฟื้นตัว เป็นปัจจัยบวกต่อการขายอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัย
* **ความต้องการพื้นที่อุตสาหกรรม:** การพัฒนาคลังสินค้าและโรงงานให้เช่ายังคงมีแนวโน้มที่ดี จากความต้องการของผู้ประกอบการ
* **ธุรกิจสนามกอล์ฟ:** การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการจัดกิจกรรมต่างๆ ช่วยกระตุ้นรายได้ให้เติบโตต่อเนื่อง
* **การขยายธุรกิจสุขภาพองค์รวม:** การเปิดสาขาใหม่ที่สามพราน นครปฐม คาดว่าจะช่วยเพิ่มแหล่งรายได้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพ:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในการใช้จ่าย
* **ต้นทุนคงที่ในธุรกิจสุขภาพองค์รวม:** ยังคงเป็นภาระต่อผลประกอบการ แม้รายได้จะเติบโต
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ:** ปัจจัยลบทั้งในและต่างประเทศอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวม
* **การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์:** แม้ตลาดจะฟื้นตัว แต่การแข่งขันด้านราคายังคงมีอยู่
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการขายอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัย:** การตอบรับของโครงการใหม่ๆ และผลของมาตรการภาครัฐ
* **อัตราการเช่าพื้นที่อุตสาหกรรม:** การรักษาอัตราการเช่าให้อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง
* **ผลประกอบการธุรกิจสุขภาพองค์รวม:** การเปิดสาขาใหม่และการบริหารจัดการต้นทุน
* **ทิศทางอัตราดอกเบี้ย:** ผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การบริหารต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนก่อสร้างและค่าใช้จ่ายต่างๆ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัย:** มีการปรับกลยุทธ์โดยเน้นสินค้าที่คุ้มค่าในระดับราคา 1.5-4 ล้านบาท พร้อมโปรโมชั่นช่วยลดภาระลูกค้า และได้รับประโยชน์จากมาตรการภาครัฐที่สนับสนุนการซื้อบ้าน
* **ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม:** มีการเพิ่มพื้นที่ให้เช่าและรักษาอัตราการเช่าในระดับสูง (90%) รวมถึงการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ให้กับกองทรัสต์ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้ที่มั่นคงและมีอัตรากำไรที่ดี
* **ธุรกิจสนามกอล์ฟและสปอร์ตคลับ:** มีการทำการตลาดทั้งในและต่างประเทศ และจัดกิจกรรม/การแข่งขันมากขึ้น ส่งผลให้รายได้เติบโตทำสถิติใหม่
* **ธุรกิจสุขภาพองค์รวม:** แม้รายได้จะเติบโตสูง แต่ยังคงมีผลขาดทุนขั้นต้นจากการรับรู้ต้นทุนคงที่ และกำลังเตรียมเปิดสาขาใหม่ที่สามพราน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่ระบุว่ามีการใช้เงินลงทุนเพื่อขยายธุรกิจใหม่ตามแผนการปรับโครงสร้างรายได้ ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
TSTE พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 จากการเติบโตของรายได้ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยและอุตสาหกรรม รวมถึงธุรกิจสนามกอล์ฟที่ทำสถิติใหม่ แม้ธุรกิจสุขภาพองค์รวมจะยังคงมีผลขาดทุน แต่การบริหารจัดการต้นทุนและมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนผลประกอบการโดยรวม โดยบริษัทคาดว่าแนวโน้มเชิงบวกจะสามารถดำเนินต่อไปได้ในระยะสั้น แต่ยังคงต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและต้นทุนที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TSTE ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
639.18
ล้านบาท
↑ 0.9% YoY
กำไรขั้นต้น
118.14
ล้านบาท
↑ 7.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.48
%
กำไรสุทธิ
30.36
ล้านบาท
↑ 8.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.75
%
D/E Ratio
0.55
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
639
↑ + 0.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
118
↑ + 7.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
30
↑ + 8.9%
YoY
D/E Ratio
0.55
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TSTE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.55
ROE (%)
3.98
ROA (%)
3.69
Book Value/หุ้น
9.52
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TSTE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+242
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-19
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TSTE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
242.00
-520.65%
|
-57.53
-127.55%
|
208.83
-68.63%
|
665.78
-344.70%
|
-272.08
-147.33%
|
574.82
-3.07%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-19.33
-105.62%
|
344.06
-26,979.69%
|
-1.28
-86.25%
|
-9.31
-160.38%
|
15.42
-140.36%
|
-38.21
-61.64%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
203.62
-184.74%
|
-240.30
+12.34%
|
-213.91
-75.29%
|
-865.55
-367.63%
|
323.41
-160.60%
|
-533.70
+8.69%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-26.17
-156.60%
|
46.24
+38.40%
|
33.41
-115.98%
|
-209.09
-413.29%
|
66.74
+2,193.47%
|
2.91
+22.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
112.27
-34.74%
|
172.04
+31.59%
|
130.74
+8.77%
|
120.20
+2.48%
|
117.29
+2.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
146.24
+30.26%
|
112.27
-34.74%
|
172.04
+31.59%
|
130.74
+8.77%
|
120.20
+2.48%
|