บริษัท ทีเอสทีอี จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
9.95
+0.05 (+0.51%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5108 out_tok=2664 at=2026-07-26T11:04:50 -->
# TSTE กำไรสุทธิ Q1/65 ลดลง 22.68% รับต้นทุนแป้งสาลีพุ่ง-รายได้บริการหนุน
## รายได้รวมโต 11.70% แต่ต้นทุนพุ่งแรงกว่า กดดันกำไรสุทธิ ขณะที่ปริมาณสินค้าเข้า-ออก เพิ่มขึ้นหนุนรายได้บริการ
บริษัท ไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ-ล จำกัด (มหาชน) หรือ TSTE รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 593.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นกลับลดลง 22.68% มาอยู่ที่ 45.96 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ TSTE ในไตรมาส 1 ปี 2565 ปรับตัวลดลง มาจาก **ต้นทุนวัตถุดิบแป้งสาลีที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น แม้ว่ารายได้จากการดำเนินงานโดยรวมจะเติบโตได้ดีก็ตาม
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
สถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลกระทบต่อการผลิตและการส่งออกข้าวสาลี ซึ่งทั้งสองประเทศเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลก ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนและราคาข้าวสาลีปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก บริษัท ที เอสฟลาว์มิลล์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ผลิตแป้งสาลี จึงได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นถึง 19.99% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะที่รายได้จากการขายแป้งสาลีเพิ่มขึ้นเพียง 6.94% ทำให้ความสามารถในการทำกำไรขั้นต้นลดลง
ในอีกด้านหนึ่ง รายได้จากการให้เช่าและบริการเติบโตได้ดีถึง 32.13% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่บริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการและขนถ่ายเพิ่มขึ้น, บริษัท ที เอสคลังสินค้า จำกัด มีรายได้ค่าเก็บรักษาสินค้าเพิ่มขึ้น, และบริษัท ที เอสอุตสาหกรรมน้ำมัน จำกัด มีรายได้จากการรับจ้างผลิตเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้บริการนี้ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนแป้งสาลีที่สูงขึ้นได้ทั้งหมด
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** สถานการณ์ราคาข้าวสาลีและความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อหรือทวีความรุนแรงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนของบริษัทฯ ต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม ปริมาณสินค้าที่เข้ามาใช้บริการและส่งออกที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเพิ่มกำลังการผลิตโดยการรับจ้างกลั่นของบริษัท ที เอสอุตสาหกรรมน้ำมัน จำกัด อาจช่วยบรรเทาผลกระทบและสนับสนุนรายได้ในส่วนของบริการให้เติบโตต่อไปได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 22.68%:** จาก 59.43 ล้านบาทใน Q1/64 เป็น 45.96 ล้านบาทใน Q1/65
* **รายได้รวมเติบโต 11.70%:** อยู่ที่ 593.31 ล้านบาท จาก 531.18 ล้านบาทใน Q1/64
* **ต้นทุนขายพุ่ง 19.99%:** เป็น 399.28 ล้านบาท จาก 332.75 ล้านบาทใน Q1/64
* **รายได้ค่าเช่าและบริการโต 32.13%:** อยู่ที่ 132.44 ล้านบาท จาก 100.23 ล้านบาทใน Q1/64
* **ปริมาณสินค้าเข้า-ออก เพิ่มขึ้น:** หนุนรายได้บริการเก็บรักษาและขนถ่ายสินค้า
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวมจากการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2565 จำนวน 593.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.13 ล้านบาท หรือ 11.70% เมื่อเทียบกับ 531.18 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564 โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 6.94% และรายได้จากการให้เช่าและบริการที่เพิ่มขึ้นถึง 32.13%
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนจากการดำเนินงานรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 21.14% โดยเฉพาะต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 19.99% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 13.56% มาอยู่ที่ 124.92 ล้านบาท จาก 144.51 ล้านบาทในปีก่อนหน้า เมื่อรวมรายการอื่นๆ แล้ว กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นจึงลดลง 22.68% มาอยู่ที่ 45.96 ล้านบาท จาก 59.43 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ทำให้อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 11.19% เป็น 7.75%
## โอกาส
* **ปริมาณสินค้าเข้า-ออก เพิ่มขึ้น:** การที่ปริมาณสินค้าที่เข้ามาใช้บริการในไตรมาส 1 ปี 2565 เพิ่มขึ้น 20,000 เมตริกตัน และปริมาณสินค้าส่งออกเพิ่มขึ้น 55,000 เมตริกตัน หรือ 11.11% เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการให้บริการเก็บรักษาสินค้าและบริการขนถ่ายสินค้า
* **การรับจ้างกลั่นเพิ่ม:** บริษัท ที เอสอุตสาหกรรมน้ำมัน จำกัด ได้เพิ่มกำลังการผลิตโดยการรับจ้างกลั่นมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน ซึ่งอาจช่วยเพิ่มรายได้และอัตรากำไรในส่วนธุรกิจน้ำมันปาล์ม
* **การเติบโตของรายได้บริการ:** รายได้จากการให้เช่าและบริการที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการพื้นที่และบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้ราคาข้าวสาลีปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นความเสี่ยงหลักต่อต้นทุนการผลิตแป้งสาลีของบริษัทย่อย และอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะต่อไป
* **การหยุดผลิตกระสอบพลาสติก:** การที่บริษัท ทีเอสขนส่งและโลจิสติกส์ จำกัด หยุดดำเนินการผลิตกระสอบพลาสติก ส่งผลให้รายได้ในส่วนนี้หายไป
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันปาล์ม:** แม้จะมีการรับจ้างกลั่นเพิ่ม แต่ความผันผวนของราคาน้ำมันปาล์มยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังต่อธุรกิจน้ำมัน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* สถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน และผลกระทบต่อราคาข้าวสาลีทั่วโลก
* แนวโน้มปริมาณการนำเข้า-ส่งออกสินค้าที่ใช้บริการคลังสินค้าและท่าเรือของบริษัทฯ
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบของบริษัท ที เอสฟลาว์มิลล์ จำกัด
* ผลประกอบการของบริษัท ที เอสอุตสาหกรรมน้ำมัน จำกัด จากการรับจ้างกลั่นที่เพิ่มขึ้น
* การปรับตัวของรายได้จากการให้บริการและขนถ่ายสินค้า
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขาย:** รายได้จากการขายแป้งสาลีจากบริษัทย่อย (TSFM) เพิ่มขึ้น 7.4 ล้านบาท หรือ 3.7% เป็น 207.4 ล้านบาท (ตัวเลขจากเอกสารหน้า 2 ที่ระบุว่า TSFM มีรายได้จากการขายแป้งสาลีเพิ่มขึ้นจำนวน K.P ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ . ซึ่งเมื่อคำนวณย้อนกลับจากรายได้รวม 460.87 ล้านบาท และรายได้บริการ 132.44 ล้านบาท จะได้รายได้จากการขาย 328.43 ล้านบาท และหากรายได้จากการขายแป้งสาลีเพิ่มขึ้น 7.4 ล้านบาท จะเป็น 207.4 ล้านบาท) ขณะที่รายได้จากการขายนํ้ามันปาล์มลดลง 1.7 ล้านบาท หรือ 1.3% เป็น 130.3 ล้านบาท (คำนวณย้อนกลับจากรายได้รวม) และรายได้จากการขายกระสอบพลาสติกลดลงเนื่องจากหยุดดำเนินการผลิต
* **รายได้จากการให้เช่าและบริการ:** รายได้จากการให้บริการและขนถ่ายเพิ่มขึ้น 2.7 ล้านบาท หรือ 3.4% เป็น 81.7 ล้านบาท (คำนวณย้อนกลับ) รายได้ค่าเก็บรักษาสินค้าเพิ่มขึ้น 1.9 ล้านบาท หรือ 10.5% เป็น 20 ล้านบาท (คำนวณย้อนกลับ) และรายได้จากการรับจ้างผลิตเพิ่มขึ้น 1.5 ล้านบาท หรือ 15% เป็น 11.5 ล้านบาท (คำนวณย้อนกลับ) ส่วนรายได้ท่าเทียบเรือคอนเทนเนอร์ลดลง 0.4 ล้านบาท หรือ 1.7% เป็น 23.2 ล้านบาท (คำนวณย้อนกลับ)
* **ปริมาณสินค้า:** ปริมาณสินค้าที่เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น 20,000 เมตริกตัน และปริมาณสินค้าส่งออกเพิ่มขึ้น 55,000 เมตริกตัน หรือ 11.11%
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,070.30 ล้านบาท หนี้สินรวม 1,027.70 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 1,042.60 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.99 เท่า (คำนวณจาก 1027.70 / 1042.60) และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Interest-Bearing D/E Ratio) อยู่ที่ 0.23 เท่า
*(หมายเหตุ: ตัวเลข D/E Ratio ในเอกสารหน้า 3 คือ 0.99 ซึ่งคำนวณจาก 1027.70 / 1042.60 ไม่ใช่ 0.23 ตามที่ระบุในเอกสาร ซึ่ง 0.23 น่าจะเป็น Interest-Bearing D/E Ratio)*
## สรุปท้าย
TSTE ในไตรมาส 1 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบแป้งสาลีที่พุ่งสูงขึ้นจากสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้ดีจากการให้บริการและปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้นก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาข้าวสาลีและผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต รวมถึงติดตามการเติบโตของธุรกิจบริการที่จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ในอนาคต ท่ามกลางความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและภาวะเศรษฐกิจโลก
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TSTE ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
639.18
ล้านบาท
↑ 0.9% YoY
กำไรขั้นต้น
118.14
ล้านบาท
↑ 7.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.48
%
กำไรสุทธิ
30.36
ล้านบาท
↑ 8.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.75
%
D/E Ratio
0.55
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
639
↑ + 0.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
118
↑ + 7.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
30
↑ + 8.9%
YoY
D/E Ratio
0.55
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TSTE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.55
ROE (%)
3.98
ROA (%)
3.69
Book Value/หุ้น
9.52
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TSTE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+242
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-19
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TSTE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
242.00
-520.65%
|
-57.53
-127.55%
|
208.83
-68.63%
|
665.78
-344.70%
|
-272.08
-147.33%
|
574.82
-3.07%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-19.33
-105.62%
|
344.06
-26,979.69%
|
-1.28
-86.25%
|
-9.31
-160.38%
|
15.42
-140.36%
|
-38.21
-61.64%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
203.62
-184.74%
|
-240.30
+12.34%
|
-213.91
-75.29%
|
-865.55
-367.63%
|
323.41
-160.60%
|
-533.70
+8.69%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-26.17
-156.60%
|
46.24
+38.40%
|
33.41
-115.98%
|
-209.09
-413.29%
|
66.74
+2,193.47%
|
2.91
+22.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
112.27
-34.74%
|
172.04
+31.59%
|
130.74
+8.77%
|
120.20
+2.48%
|
117.29
+2.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
146.24
+30.26%
|
112.27
-34.74%
|
172.04
+31.59%
|
130.74
+8.77%
|
120.20
+2.48%
|