บริษัท ทีเอสทีอี จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
9.95
+0.05 (+0.51%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4808 out_tok=2228 at=2026-07-26T10:37:08 -->
# TSTE Q1/2566 กำไรสุทธิโต 9.74% รับแรงหนุนรายได้ขายผลิตภัณฑ์สาหร่าย-แป้งสาลี
## รายได้ขายโตเด่น 30.76% จากการรวมงบฯ บริษัทอาหาร ขณะที่รายได้บริการท่าเรือลดลง
บริษัท ไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ ล จำกัด (มหาชน) หรือ TSTE รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 50.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้จากการขายที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่รายได้จากการให้เช่าและบริการปรับตัวลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ TSTE ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง** ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการรับรู้รายได้ของบริษัทย่อยใหม่ในธุรกิจอาหาร และการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายแป้งสาลี
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ TSTE เติบโต 9.74% มาจาก **รายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 30.76%** โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลัก 2 ประการ คือ การรับรู้รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์สาหร่ายของบริษัท เนเจอร์ เบสท์ฟู้ด จำกัด ซึ่งเข้ามารวมในงบการเงินของกลุ่มบริษัทฯ และการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายแป้งสาลีของบริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน)
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้จากการขายมาจาก 2 ส่วนหลัก:
1. **การรวมงบการเงินของบริษัท เนเจอร์ เบสท์ฟู้ด จำกัด:** บริษัท ที เอส ฟู้ด โฮลดิ้ง จำกัด (บริษัทย่อย) ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เนเจอร์ เบสท์ฟู้ด จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจอาหารและผลิตภัณฑ์สาหร่าย ทำให้ TSTE สามารถรับรู้รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์สาหร่ายเข้ามาในงบการเงินของกลุ่มบริษัทฯ ได้
2. **รายได้จากการขายแป้งสาลีเพิ่มขึ้น:** บริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน) (บริษัทย่อย) มีรายได้จากการขายแป้งสาลีเพิ่มขึ้น โดยฝ่ายจัดการระบุว่ามีการปรับราคาขายสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนสินค้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้มีกำไรเพิ่มขึ้นจากปีก่อน นอกจากนี้ บริษัทย่อยแห่งนี้ยังมีกำไรจากสัญญาอนุพันธ์จำนวน 4.13 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม รายได้จากการให้เช่าและบริการลดลง 11.14% เนื่องจากบริษัท ที เอส ขนส่งและโลจิสติกส์ จำกัด (บริษัทย่อย) มีรายได้ค่าบริการท่าเทียบเรือคอนเทนเนอร์ลดลง หลังสิ้นสุดสัญญาว่าจ้างบริหารท่าเทียบเรือในไตรมาส 4 ปี 2565
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในส่วนของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์สาหร่าย** เนื่องจากเป็นการรับรู้รายได้จากบริษัทย่อยที่เพิ่งเข้ามารวมงบการเงิน ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้และกำไรให้กับกลุ่มบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง ส่วนรายได้จากการขายแป้งสาลีนั้น แม้จะมีการปรับราคาขาย แต่ก็ต้องพิจารณาถึงต้นทุนวัตถุดิบและสภาวะตลาดประกอบกัน สำหรับรายได้บริการท่าเรือที่ลดลงนั้น เป็นผลจากการสิ้นสุดสัญญา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในส่วนนี้ต่อไป เว้นแต่จะมีสัญญาใหม่เข้ามาทดแทน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ:** 50.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.74% YoY
* **รายได้จากการขาย:** 602.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.76% YoY
* **รายได้จากการให้เช่าและบริการ:** 117.68 ล้านบาท ลดลง 11.14% YoY
* **กำไรขั้นต้น:** 154.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.37% YoY
* **อัตรากำไรสุทธิ:** 7.00% ลดลงเล็กน้อยจาก 7.75% ในปีก่อน
* **การรับรู้รายได้จากบริษัทย่อยใหม่:** บริษัท เนเจอร์ เบสท์ฟู้ด จำกัด (อาหาร/สาหร่าย) เข้ามาเสริมรายได้จากการขาย
* **รายได้บริการท่าเรือลดลง:** จากการสิ้นสุดสัญญาบริหารท่าเทียบเรือ
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 720.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.41% YoY โดยมีรายได้จากการขาย 602.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.76% YoY จากการรับรู้รายได้ผลิตภัณฑ์สาหร่ายของบริษัทย่อยใหม่ และการขายแป้งสาลีที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้จากการให้เช่าและบริการอยู่ที่ 117.68 ล้านบาท ลดลง 11.14% YoY จากรายได้ค่าบริการท่าเทียบเรือที่ลดลง
ต้นทุนจากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 566.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.88% YoY สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 154.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.37% YoY
อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 7.00% ลดลงเล็กน้อยจาก 7.75% ในปีก่อน แม้กำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้น 9.74% เป็น 50.43 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตจากธุรกิจอาหาร:** การเข้าซื้อกิจการบริษัท เนเจอร์ เบสท์ฟู้ด จำกัด จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านรายได้และกำไรในระยะยาว
* **การปรับราคาขายสินค้า:** การปรับราคาขายแป้งสาลีให้สอดคล้องกับต้นทุนที่สูงขึ้น ช่วยรักษาอัตรากำไร
* **กำไรจากสัญญาอนุพันธ์:** การมีกำไรจากสัญญาอนุพันธ์ช่วยหนุนผลประกอบการในไตรมาสนี้
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพารายได้บริการท่าเรือ:** การสิ้นสุดสัญญาบริหารท่าเทียบเรือส่งผลให้รายได้ในส่วนนี้ลดลง ซึ่งเป็นความเสี่ยงหากไม่มีสัญญาใหม่เข้ามาทดแทน
* **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ:** ต้นทุนสินค้าที่เพิ่มขึ้นอาจกดดันอัตรากำไรหากไม่สามารถปรับราคาขายได้ทันท่วงที
* **การแข่งขันในธุรกิจอาหาร:** ธุรกิจอาหารมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์สาหร่าย:** ประสิทธิภาพการดำเนินงานและการเติบโตของบริษัทย่อยใหม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนและส่งผ่านไปยังราคาขาย
* **การหาข้อตกลงสัญญาใหม่:** โอกาสในการได้สัญญาบริหารท่าเทียบเรือใหม่เพื่อทดแทนรายได้ที่หายไป
* **ผลประกอบการของบริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์:** การรักษาอัตรากำไรจากการขายแป้งสาลีและผลจากสัญญาอนุพันธ์
* **อัตรากำไรสุทธิ:** แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของอัตรากำไรสุทธิในไตรมาสถัดไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขาย:** เติบโตโดดเด่น 30.76% จากการรวมงบฯ บริษัท เนเจอร์ เบสท์ฟู้ด จำกัด (อาหาร/สาหร่าย) และการขายแป้งสาลีที่เพิ่มขึ้น
* **รายได้จากการให้เช่าและบริการ:** ลดลง 11.14% โดยหลักมาจากรายได้ค่าบริการท่าเทียบเรือคอนเทนเนอร์ที่ลดลง 11.45 ล้านบาท หรือ 11.14% เนื่องจากสิ้นสุดสัญญา
* **ต้นทุนขาย:** เพิ่มขึ้น 24.71% สอดคล้องกับรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนจากการให้เช่าและบริการ:** ลดลงเล็กน้อย 1.37%
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 4,106.60 ล้านบาท หนี้สินรวม 1,111.36 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 2,995.24 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เท่ากับ 0.37 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Interest-Bearing D/E Ratio) เท่ากับ 0.25 เท่า ซึ่งแสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง
## สรุปท้าย
TSTE ในไตรมาส 1 ปี 2566 สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการให้เติบโตได้จากแรงหนุนหลักของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการรวมกิจการใหม่ในธุรกิจอาหารและผลิตภัณฑ์สาหร่าย รวมถึงการปรับกลยุทธ์ด้านราคาของธุรกิจแป้งสาลี แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากรายได้บริการท่าเรือที่ลดลง แต่การบริหารจัดการต้นทุนและการมีกำไรจากสัญญาอนุพันธ์ช่วยหนุนกำไรสุทธิให้เติบโตได้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจอาหารใหม่ และการบริหารจัดการความเสี่ยงจากสัญญาบริการท่าเรือในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TSTE ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
639.18
ล้านบาท
↑ 0.9% YoY
กำไรขั้นต้น
118.14
ล้านบาท
↑ 7.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.48
%
กำไรสุทธิ
30.36
ล้านบาท
↑ 8.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.75
%
D/E Ratio
0.55
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
639
↑ + 0.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
118
↑ + 7.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
30
↑ + 8.9%
YoY
D/E Ratio
0.55
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TSTE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.55
ROE (%)
3.98
ROA (%)
3.69
Book Value/หุ้น
9.52
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TSTE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+242
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-19
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TSTE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
242.00
-520.65%
|
-57.53
-127.55%
|
208.83
-68.63%
|
665.78
-344.70%
|
-272.08
-147.33%
|
574.82
-3.07%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-19.33
-105.62%
|
344.06
-26,979.69%
|
-1.28
-86.25%
|
-9.31
-160.38%
|
15.42
-140.36%
|
-38.21
-61.64%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
203.62
-184.74%
|
-240.30
+12.34%
|
-213.91
-75.29%
|
-865.55
-367.63%
|
323.41
-160.60%
|
-533.70
+8.69%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-26.17
-156.60%
|
46.24
+38.40%
|
33.41
-115.98%
|
-209.09
-413.29%
|
66.74
+2,193.47%
|
2.91
+22.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
112.27
-34.74%
|
172.04
+31.59%
|
130.74
+8.77%
|
120.20
+2.48%
|
117.29
+2.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
146.24
+30.26%
|
112.27
-34.74%
|
172.04
+31.59%
|
130.74
+8.77%
|
120.20
+2.48%
|