บริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
0.06
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4982 out_tok=2631 at=2026-07-26T10:39:29 -->
# TSI พลิกขาดทุนปี 64 สู่กำไรปี 65 รับเบี้ยประกันโต-บริหารต้นทุนคุมอยู่
## รายได้ประกันภัยโต 17.8% หนุนกำไรจากการรับประกันพุ่ง 165.9% ขณะที่กำไรก่อนภาษีกลับมาเป็นบวก
บริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ TSI รายงานผลประกอบการปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรจากการดำเนินงานก่อนภาษีได้เป็นครั้งแรกหลังการปรับโครงสร้างทุน โดยมีกำไรจากการรับประกันภัยเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการเพิ่มสัดส่วนงานวินาศภัยทั่วไป ขณะที่รายได้เบี้ยประกันภัยรับรวมเติบโต 17.8%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ TSI พลิกจากผลขาดทุนในปี 2564 มามีกำไรจากการดำเนินงานก่อนภาษีในปี 2565 มาจาก **การเติบโตของรายได้เบี้ยประกันภัยรับรวมที่แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนในการรับประกันภัยและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนงานวินาศภัยทั่วไป ส่งผลให้อัตราส่วนความเสียหายโดยรวมลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้กำไรจากการรับประกันภัยสูงขึ้นถึง 165.9%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**การเติบโตของรายได้เบี้ยประกันภัยรับรวม:** ในปี 2565 เบี้ยประกันภัยรับรวมของบริษัทฯ เติบโต 17.8% คิดเป็น 792.7 ล้านบาท โดยเบี้ยประกันภัยรถยนต์เติบโตขึ้น 15.9% และเบี้ยประกันประเภทวินาศภัยอื่นเพิ่มขึ้น 23.2% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากรายได้ค่าเบี้ยประกันภัยรับตามปีกรมธรรม์ที่เพิ่มขึ้น 18% และค่าบำเหน็จรับจากการประกันต่อที่เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 66.5 ล้านบาท
**การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** บริษัทฯ สามารถบริหารต้นทุนในการรับประกันภัยได้ดีขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนงานวินาศภัยทั่วไป ทำให้ **อัตราส่วนความเสียหายโดยรวมลดลงอย่างต่อเนื่อง** ส่งผลให้กำไรจากการรับประกันภัยสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 123.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 165.9% จาก 46.5 ล้านบาทในปี 2564 นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยอื่นๆ ลดลง 9.6 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานส่วนใหญ่ไม่เปลี่ยนแปลงจากปีก่อน โดยอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลง เนื่องจากเบี้ยประกันภัยที่รับรู้เป็นรายได้เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม **กำไรจากการดำเนินงานก่อนภาษีจำนวน 18.6 ล้านบาท** (ดีขึ้น 136.6% จากขาดทุน 50.9 ล้านบาทในปี 2564) **ถูกหักล้างด้วยค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้จำนวน 45.8 ล้านบาท** ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการตัดหนี้สูญของหนี้ค้างชำระทางภาษี 30.5 ล้านบาท และการตัดจำหน่ายภาษีรอตัดบัญชีของผลขาดทุนสะสม 15.3 ล้านบาท ทำให้ **ขาดทุนเบ็ดเสร็จสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 13.7 ล้านบาท**
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ฝ่ายจัดการสามารถบริหารต้นทุนในการรับประกันภัยและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนงานวินาศภัยทั่วไป ซึ่งเป็นแนวโน้มที่แสดงถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม การกลับมามีกำไรสุทธิที่ชัดเจนยังคงต้องพิจารณาผลกระทบจากค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ โดยเฉพาะการตัดหนี้สูญทางภาษีที่เกิดขึ้นในปีนี้ ซึ่งเป็นรายการที่อาจไม่เกิดขึ้นซ้ำในลักษณะเดียวกัน
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรจากการรับประกันภัย:** กำไรจากการรับประกันภัยปี 2565 อยู่ที่ 123.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 165.9% จาก 46.5 ล้านบาทในปี 2564
* **กำไรจากการดำเนินงานก่อนภาษีกลับมาเป็นบวก:** อยู่ที่ 18.6 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 50.9 ล้านบาทในปี 2564
* **เบี้ยประกันภัยรับรวมเติบโต:** เพิ่มขึ้น 17.8% เป็น 792.7 ล้านบาท โดยเบี้ยประกันรถยนต์โต 15.9% และวินาศภัยอื่นโต 23.2%
* **บริหารต้นทุนดีขึ้น:** อัตราส่วนความเสียหายโดยรวมลดลงต่อเนื่อง และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานส่วนใหญ่คงที่
* **ขาดทุนเบ็ดเสร็จลดลง:** อยู่ที่ 13.7 ล้านบาท ลดลง 69.2% จาก 44.5 ล้านบาทในปี 2564
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น:** อยู่ที่ 1,458.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 190.4 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากสินทรัพย์ประกันต่อและเงินลงทุนในตราสารหนี้
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ TSI สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการกลับมามีกำไรจากการดำเนินงานก่อนภาษีได้เป็นครั้งแรกหลังจากการปรับโครงสร้างทุน โดยมีกำไรจากการรับประกันภัยสูงถึง 123.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 165.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับรวม 17.8% เป็น 792.7 ล้านบาท และการบริหารจัดการต้นทุนในการรับประกันภัยและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนงานวินาศภัยทั่วไปที่ช่วยลดอัตราส่วนความเสียหายโดยรวมลง อย่างไรก็ตาม เมื่อหักลบด้วยค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้จำนวน 45.8 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงการตัดหนี้สูญทางภาษี ทำให้บริษัทฯ ยังคงมีขาดทุนเบ็ดเสร็จสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 13.7 ล้านบาท ซึ่งลดลงอย่างมากถึง 69.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของเบี้ยประกันภัย:** การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรถยนต์และวินาศภัยอื่นที่แข็งแกร่ง บ่งชี้ถึงความสามารถในการขยายฐานลูกค้าและผลิตภัณฑ์
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การควบคุมอัตราส่วนความเสียหายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ดีขึ้น เป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการสร้างผลกำไรที่ยั่งยืน
* **การปรับปรุงโครงสร้างทางการเงิน:** การกลับมามีกำไรจากการดำเนินงานก่อนภาษีหลังการปรับโครงสร้างทุน เป็นสัญญาณบวกต่อเสถียรภาพทางการเงินของบริษัทฯ
## ความเสี่ยง
* **ภาระภาษี:** ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้จำนวนมากในปี 2565 โดยเฉพาะการตัดหนี้สูญทางภาษี อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในอนาคต หากมีรายการลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก
* **ความผันผวนของตลาดลงทุน:** ผลตอบแทนจากการลงทุนโดยรวมยังต่ำกว่าที่คาดหวังเล็กน้อย และมีผลขาดทุนจากการปรับมูลค่าการลงทุนที่ยังไม่รับรู้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำไรเบ็ดเสร็จอื่น
* **การเพิ่มขึ้นของค่าสินไหมทดแทน:** ค่าสินไหมทดแทนเพิ่มขึ้น 25% เนื่องจากการแจ้งเหตุที่เพิ่มขึ้นหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย อาจเป็นแรงกดดันต่ออัตราส่วนความเสียหายในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการเติบโตของเบี้ยประกันภัย:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตของเบี้ยประกันภัยในไตรมาสถัดไป
* **ประสิทธิภาพการบริหารต้นทุน:** การควบคุมอัตราส่วนความเสียหายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานให้อยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง
* **ผลกระทบจากค่าใช้จ่ายภาษี:** การพิจารณาว่ารายการตัดหนี้สูญทางภาษีเป็นรายการครั้งเดียว หรือมีแนวโน้มเกิดขึ้นอีก
* **ผลตอบแทนจากการลงทุน:** การปรับปรุงกลยุทธ์การลงทุนเพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้สูงขึ้น
* **การบริหารสำรอง:** การบริหารจัดการสำรองเบี้ยประกันภัยและสำรองสินไหมทดแทนให้เพียงพอและมีประสิทธิภาพ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
**รายได้จากการรับประกันภัย:** เบี้ยประกันภัยรับรวม 792.7 ล้านบาท เติบโต 17.8% โดยเบี้ยประกันภัยรถยนต์เติบโต 15.9% และเบี้ยประกันประเภทวินาศภัยอื่นเพิ่มขึ้น 23.2% รายได้ค่าเบี้ยประกันภัยรับตามปีกรมธรรม์เพิ่มขึ้น 18% เป็น 395.5 ล้านบาท และค่าบำเหน็จรับจากการประกันต่อเพิ่มขึ้น 66.5 ล้านบาท เป็น 174.5 ล้านบาท
**รายได้จากการลงทุน:** รับรู้รายได้จากการลงทุน 10.4 ล้านบาท และมีผลขาดทุนจากการปรับมูลค่าการลงทุนที่ยังไม่รับรู้ 6.5 ล้านบาท อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนต่ำกว่าคาดเล็กน้อย
**ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย:** ค่าสินไหมทดแทนเพิ่มขึ้น 25% หรือ 39.1 ล้านบาท เนื่องจากการแจ้งเหตุที่เพิ่มขึ้นหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยอื่นลดลง 9.6 ล้านบาท
**ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** เพิ่มขึ้น 2.1 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากการตัดจำหน่ายภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายที่ครบกำหนดขอคืน 2 ล้านบาท อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์รวม:** ณ 31 ธ.ค. 2565 อยู่ที่ 1,458.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 190.4 ล้านบาท จากปีก่อน โดยสินทรัพย์ประกันต่อเพิ่มขึ้น 172.3 ล้านบาท และมีการนำเงินสดไปลงทุนในตราสารหนี้เพิ่มขึ้น 29.9 ล้านบาท สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีลดลง 46.0 ล้านบาท
**หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 204.0 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากหนี้สินจากสัญญาประกันภัย 186.5 ล้านบาท เป็นสำรองเบี้ยประกันภัยเพิ่มขึ้น 51.1 ล้านบาท และสำรองสินไหมทดแทนเพิ่มขึ้น 135.2 ล้านบาท
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 13.7 ล้านบาท จากขาดทุนสุทธิ 27.2 ล้านบาท และกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น 13.5 ล้านบาท
## สรุปท้าย
TSI พลิกกลับมามีกำไรจากการรับประกันภัยที่โดดเด่นในปี 2565 จากการเติบโตของเบี้ยประกันภัยและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้จะยังมีขาดทุนเบ็ดเสร็จจากรายการภาษี แต่การกลับมามีกำไรจากการดำเนินงานก่อนภาษีเป็นสัญญาณบวก อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการเติบโตของเบี้ยประกันภัย ประสิทธิภาพการบริหารต้นทุน และผลกระทบจากค่าใช้จ่ายภาษี รวมถึงความผันผวนของตลาดลงทุน เพื่อประเมินโอกาสในการกลับมามีกำไรสุทธิที่แข็งแกร่งในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TSI ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
4.49
ล้านบาท
↓ 97.7% YoY
กำไรขั้นต้น
346.89
ล้านบาท
↑ 55.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7,718.96
%
กำไรสุทธิ
19.76
ล้านบาท
อัตรากำไรสุทธิ (%)
439.63
%
D/E Ratio
9.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4
↓ -97.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
347
↑ + 55.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
20
D/E Ratio
9.10
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TSI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
9.10
ROE (%)
4.89
ROA (%)
0.76
Book Value/หุ้น
0.13
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TSI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
1,160.69
+6.57%
|
— |
1,737.07
+19.09%
|
1,458.65
+15.01%
|
1,268.28
-2.34%
|
1,298.70
-1.65%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สิน | — |
0.00
|
— |
1,565.09
+42.11%
|
1,101.29
+22.74%
|
897.25
+1.57%
|
883.38
+6.73%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
0.00
|
— |
171.98
-51.88%
|
357.36
-3.68%
|
371.03
-10.66%
|
415.32
-15.73%
|
| D/E | — | — | — |
9.10
|
3.08
|
2.42
|
2.13
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
4.89
|
— |
-60.26
|
-7.46
|
-15.22
|
-22.57
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
0.76
|
— |
-10.54
|
1.37
|
-3.96
|
-5.72
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-11
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+18
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TSI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-10.88
-111.26%
|
96.65
-7.14%
|
104.08
-239.69%
|
-74.51
-4.36%
|
-77.91
-24.08%
|
-102.62
-62.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
17.55
-1,928.13%
|
-0.96
-107.46%
|
12.87
+69.34%
|
7.60
+192.31%
|
2.60
-96.93%
|
84.59
+1,552.15%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
6.43
+11.25%
|
5.78
-8.83%
|
6.34
-3.65%
|
6.58
-277.84%
|
-3.70
-15.33%
|
-4.37
-101.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
40.01
-77.19%
|
175.37
+42.25%
|
123.28
-304.34%
|
-60.33
-23.65%
|
-79.02
+252.77%
|
-22.40
-115.92%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
38.87
-65.53%
|
112.78
+74.82%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
11.97
-69.21%
|
38.87
-67.52%
|
119.69
-20.73%
|
150.99
-19.50%
|
187.56
+5.47%
|
177.84
-11.18%
|