บริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
0.06
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3724 out_tok=1708 at=2026-07-26T11:23:52 -->
# TSI ขาดทุนสุทธิ Q3/2565 พุ่ง 63% รับแรงกดดันค่าสินไหมทดแทนสูง
## เบี้ยประกันภัยรับโต 45% แต่ค่าใช้จ่ายพุ่ง ฉุดผลประกอบการพลิกขาดทุนหนัก
บริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ TSI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 25.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยที่ปรับตัวสูงขึ้น แม้เบี้ยประกันภัยรับจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TSI ในไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 63% มาอยู่ที่ 25.7 ล้านบาท มาจาก **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย โดยเฉพาะค่าสินไหมทดแทนที่สูงขึ้น** แม้ว่าเบี้ยประกันภัยรับจะเติบโตได้ดีถึง 45% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยสำหรับงวด 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 มีจำนวน 115.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยประกอบด้วยค่าสินไหมทดแทนสุทธิ 53.4 ล้านบาท, ค่าจ้างและค่าบำเหน็จ 32.0 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยอื่นๆ 30.2 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของค่าสินไหมทดแทนนี้ส่งผลให้กำไรจากการรับประกันภัยลดลงเหลือ 27.1 ล้านบาท ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทฯ ขาดทุนจากการดำเนินงาน 18.1 ล้านบาท และเมื่อรวมค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 7.7 ล้านบาท จึงส่งผลให้ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** เอกสารไม่ได้ระบุถึงแนวโน้มของค่าสินไหมทดแทนในอนาคตอย่างชัดเจน แต่การที่เบี้ยประกันภัยรับเติบโต 45% แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายธุรกิจ อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย โดยเฉพาะค่าสินไหมทดแทน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 63% YoY:** บริษัทฯ รายงานขาดทุนสุทธิ 25.7 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565 เทียบกับขาดทุน 16.1 ล้านบาทในปีก่อน
* **เบี้ยประกันภัยรับโตแกร่ง 45%:** เบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 219.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยพุ่งสูง:** ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยรวมอยู่ที่ 115.6 ล้านบาท โดยมีค่าสินไหมทดแทนสุทธิ 53.4 ล้านบาท
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น:** สินทรัพย์รวม ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 1,345.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77.5 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564 ส่วนใหญ่เป็นเงินสดและเงินลงทุนสุทธิ
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น:** หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 97.7 ล้านบาท โดยหนี้สินตามสัญญาประกันภัยเพิ่มขึ้น 73.9 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการรับประกันภัยรวม 143.6 ล้านบาท และมีรายได้รวม 131.3 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยรวมอยู่ที่ 115.6 ล้านบาท ทำให้มีกำไรจากการรับประกันภัย 27.1 ล้านบาท แต่เมื่อรวมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ขาดทุน 18.1 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 7.7 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิ 25.7 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับ:** การที่เบี้ยประกันภัยรับเติบโตถึง 45% แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการขยายฐานลูกค้าและผลิตภัณฑ์
* **การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์สภาพคล่อง:** เงินสดและเงินลงทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้น 71.6 ล้านบาท ช่วยเสริมสภาพคล่องของบริษัท
## ความเสี่ยง
* **ค่าสินไหมทดแทนที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของค่าสินไหมทดแทนเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการที่สำคัญ
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** ขาดทุนจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจาก 16.1 ล้านบาท เป็น 18.1 ล้านบาท
* **ความผันผวนของมูลค่าเงินลงทุน:** มีการรับรู้ผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุนจำนวน 5.0 ล้านบาท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มค่าสินไหมทดแทนในไตรมาสถัดไป
* ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* กลยุทธ์การบริหารจัดการพอร์ตการลงทุน
* การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับในระยะยาว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในส่วนของธุรกิจประกันภัย การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับเป็นสัญญาณที่ดี แต่การบริหารจัดการต้นทุนค่าสินไหมทดแทนเป็นหัวใจสำคัญที่ส่งผลต่อกำไรโดยตรง ในไตรมาสนี้ ค่าสินไหมทดแทนสุทธิที่ 53.4 ล้านบาท ถือเป็นรายการที่สูงและส่งผลกระทบต่อผลประกอบการอย่างมีนัยสำคัญ การเพิ่มขึ้นของสำรองเบี้ยประกันที่ยังไม่ถือเป็นรายได้ 64.5 ล้านบาท สะท้อนถึงการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้น แต่การลดลงของสำรองค่าสินไหมทดแทน 36.0 ล้านบาท อาจต้องพิจารณาถึงการจ่ายค่าสินไหมทดแทนที่เกิดขึ้นจริง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 สินทรัพย์รวมของ TSI อยู่ที่ 1,345.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77.5 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564 โดยมีเงินสดและเงินลงทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 71.6 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเสริมสภาพคล่องที่ดี ในขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 97.7 ล้านบาท โดยหนี้สินตามสัญญาประกันภัยเพิ่มขึ้น 73.9 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากสำรองเบี้ยประกันที่ยังไม่ถือเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้น 64.5 ล้านบาท
## สรุปท้าย
TSI ในไตรมาส 3 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยที่สูงขึ้น โดยเฉพาะค่าสินไหมทดแทน แม้ว่าเบี้ยประกันภัยรับจะเติบโตได้อย่างน่าพอใจ การบริหารจัดการต้นทุนค่าสินไหมทดแทนและการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกฟื้นผลประกอบการให้กลับมามีกำไรในอนาคต ขณะที่การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์สภาพคล่องเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TSI ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
4.49
ล้านบาท
↓ 97.7% YoY
กำไรขั้นต้น
346.89
ล้านบาท
↑ 55.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7,718.96
%
กำไรสุทธิ
19.76
ล้านบาท
อัตรากำไรสุทธิ (%)
439.63
%
D/E Ratio
9.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4
↓ -97.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
347
↑ + 55.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
20
D/E Ratio
9.10
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TSI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
9.10
ROE (%)
4.89
ROA (%)
0.76
Book Value/หุ้น
0.13
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TSI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
1,160.69
+6.57%
|
— |
1,737.07
+19.09%
|
1,458.65
+15.01%
|
1,268.28
-2.34%
|
1,298.70
-1.65%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สิน | — |
0.00
|
— |
1,565.09
+42.11%
|
1,101.29
+22.74%
|
897.25
+1.57%
|
883.38
+6.73%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
0.00
|
— |
171.98
-51.88%
|
357.36
-3.68%
|
371.03
-10.66%
|
415.32
-15.73%
|
| D/E | — | — | — |
9.10
|
3.08
|
2.42
|
2.13
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
4.89
|
— |
-60.26
|
-7.46
|
-15.22
|
-22.57
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
0.76
|
— |
-10.54
|
1.37
|
-3.96
|
-5.72
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-11
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+18
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TSI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-10.88
-111.26%
|
96.65
-7.14%
|
104.08
-239.69%
|
-74.51
-4.36%
|
-77.91
-24.08%
|
-102.62
-62.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
17.55
-1,928.13%
|
-0.96
-107.46%
|
12.87
+69.34%
|
7.60
+192.31%
|
2.60
-96.93%
|
84.59
+1,552.15%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
6.43
+11.25%
|
5.78
-8.83%
|
6.34
-3.65%
|
6.58
-277.84%
|
-3.70
-15.33%
|
-4.37
-101.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
40.01
-77.19%
|
175.37
+42.25%
|
123.28
-304.34%
|
-60.33
-23.65%
|
-79.02
+252.77%
|
-22.40
-115.92%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
38.87
-65.53%
|
112.78
+74.82%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
11.97
-69.21%
|
38.87
-67.52%
|
119.69
-20.73%
|
150.99
-19.50%
|
187.56
+5.47%
|
177.84
-11.18%
|