บริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
0.06
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4563 out_tok=2897 at=2026-07-26T11:19:06 -->
# TSI กำไร Q3/64 พลิกขาดทุน 21.1 ลบ. รับรายได้หด-ค่าสินไหมพุ่ง
## รายได้รวมวูบ 33% ฝ่ายจัดการชี้ตลาดชะลอ-ค่าสินไหมประกันภัยทั่วไปสูงขึ้น
บริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ TSI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกขาดทุนสุทธิ 21.1 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 23.4 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 33% ขณะที่ค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทนก่อนการรับประกันต่อเพิ่มขึ้น ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากภาวะตลาดและเศรษฐกิจโดยรวมที่ชะลอตัว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TSI ในไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน มาจาก **การลดลงของรายได้รวมที่สูงถึง 33%** ประกอบกับ **ค่าสินไหมทดแทนก่อนการรับประกันต่อที่เพิ่มขึ้น** โดยเฉพาะในส่วนของประกันประเภทความเสี่ยงทั่วไป
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้รวมที่ลดลง** เกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ
1. **การกลับรายการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญของลูกหนี้และรายการที่เกี่ยวข้องในปี 2563 จำนวน 24.0 ล้านบาท** ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในปีที่แล้ว ทำให้ฐานเปรียบเทียบในปีนี้ดูสูงขึ้น
2. **การชะลอตัวของตลาดอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจโดยรวม** ส่งผลกระทบต่อเบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้สุทธิ ซึ่งลดลง 24% จาก 84.2 ล้านบาท เป็น 63.8 ล้านบาท (คำนวณจาก 84.2 - 20.4 ที่หายไป)
ในขณะเดียวกัน **ค่าสินไหมทดแทนก่อนการรับประกันต่อเพิ่มขึ้น** จาก 85.9 ล้านบาท เป็น 106.3 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 20.4 ล้านบาท) โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าสินไหมทดแทนของงานรับประกันประเภทความเสี่ยงทั่วไป (Industrial All Risks) ที่บันทึกจำนวนประมาณ 17.1 ล้านบาท แม้ว่าบริษัทจะสามารถเรียกคืนสินไหมจากบริษัทรับประกันต่อได้ ทำให้ค่าสินไหมทดแทนสุทธิหลังการรับประกันต่อเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียง 1.3 ล้านบาท แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากค่าสินไหมที่เพิ่มขึ้นก่อนการรับประกันต่อได้
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 31% เนื่องจากในปี 2563 มีการจ่ายค่าบริการทางการตลาดจำนวน 10.0 ล้านบาท ซึ่งในปี 2564 ไม่มีรายการนี้ แต่การลดลงของค่าใช้จ่ายนี้ไม่มากพอที่จะชดเชยการลดลงของรายได้และค่าสินไหมที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว**
ปัจจัยที่ทำให้เกิดการขาดทุนในไตรมาสนี้มีลักษณะเป็น **ครั้งคราว** โดยเฉพาะการเปรียบเทียบกับปีก่อนที่มีการบันทึกรายการพิเศษจากการกลับรายการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว อย่างไรก็ตาม การชะลอตัวของตลาดและเศรษฐกิจโดยรวม รวมถึงค่าสินไหมทดแทนที่สูงขึ้นในบางประเภทประกันภัย เป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าจะมีแนวโน้มต่อเนื่องในไตรมาสถัดไปหรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 21.1 ล้านบาท** ในไตรมาส 3 ปี 2564 เทียบกับกำไร 23.4 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมลดลง 33%** หรือ 56.7 ล้านบาท เป็น 114.9 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการบันทึกรายการพิเศษในปี 2563 และการชะลอตัวของตลาด
* **เบี้ยประกันภัยรับสุทธิลดลง 24%** จาก 84.2 ล้านบาท เป็น 63.8 ล้านบาท (คำนวณจาก 84.2 - 20.4 ที่หายไป)
* **ค่าสินไหมทดแทนก่อนการรับประกันต่อเพิ่มขึ้น 23%** จาก 85.9 ล้านบาท เป็น 106.3 ล้านบาท โดยเฉพาะประกันประเภทความเสี่ยงทั่วไป
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 31%** จากการไม่มีค่าบริการทางการตลาดในปีนี้
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ TSI มีผลขาดทุนสุทธิ 21.1 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 23.4 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลง 33% หรือ 56.7 ล้านบาท มาอยู่ที่ 114.9 ล้านบาท โดยรายได้รวมที่ลดลงเกิดจากการบันทึกรายการกลับรายการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญของลูกหนี้และรายการที่เกี่ยวข้องในไตรมาส 3 ปี 2563 จำนวนประมาณ 24.0 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว
ในขณะเดียวกัน ค่าสินไหมทดแทนก่อนการรับประกันต่อเพิ่มขึ้นจาก 85.9 ล้านบาท เป็น 106.3 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 20.4 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าสินไหมทดแทนของงานรับประกันประเภทความเสี่ยงทั่วไป (Industrial All Risks) จำนวนประมาณ 17.1 ล้านบาท แม้ว่าบริษัทจะสามารถเรียกคืนสินไหมจากบริษัทรับประกันต่อได้ ทำให้ค่าสินไหมทดแทนสุทธิหลังการรับประกันต่อเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.3 ล้านบาท แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 13.2 ล้านบาท หรือ 31% เนื่องจากในปี 2563 มีการจ่ายค่าบริการทางการตลาดจำนวน 10.0 ล้านบาท ซึ่งในปี 2564 ไม่มีรายการนี้ ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง
## โอกาส
* **การเพิ่มขึ้นของเบี้ยประกันภัยรถยนต์:** เบี้ยประกันภัยรถยนต์โดยรวมเพิ่มขึ้น 6.6 ล้านบาท คิดเป็น 6% โดยเฉพาะเบี้ยประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับที่เพิ่มขึ้น 14.0 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในธุรกิจประกันภัยรถยนต์
* **การเพิ่มขึ้นของเบี้ยประกันภัยวินาศภัยอื่น:** เบี้ยประกันภัยประเภทวินาศภัยอื่นเพิ่มขึ้น 7.4 ล้านบาท หรือ 34% โดยเฉพาะประกันประเภทการเสี่ยงภัยอื่นที่เพิ่มขึ้น 3.5 ล้านบาท แสดงถึงการเติบโตในกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันภัยอื่น
* **การเรียกคืนสินไหมจากบริษัทรับประกันต่อ:** บริษัทสามารถเรียกคืนสินไหมจากบริษัทรับประกันต่อได้ตามสัญญา ทำให้ผลกระทบจากค่าสินไหมทดแทนที่เพิ่มขึ้นลดลงในระดับหนึ่ง
## ความเสี่ยง
* **การชะลอตัวของตลาดและเศรษฐกิจ:** ฝ่ายจัดการระบุว่าผลขาดทุนส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ที่ลดลงจากการชะลอตัวของตลาดอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก
* **อัตราค่าสินไหมทดแทนที่สูงขึ้น:** อัตราค่าสินไหมทดแทนก่อนการรับประกันต่อสูงขึ้นจาก 77% เป็น 126% ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจประกันภัย
* **การลดลงของเบี้ยประกันภัยจากการรับประกันต่อ:** เบี้ยประกันจากการเอาประกันต่อลดลง 2.9 ล้านบาท ซึ่งส่งผลต่อรายได้ค่าบำเหน็จจากการรับประกันต่อ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้รวม:** การฟื้นตัวของรายได้รวมในไตรมาสถัดไป โดยเฉพาะเบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้สุทธิ
* **การบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทน:** ความสามารถในการควบคุมอัตราค่าสินไหมทดแทน โดยเฉพาะในกลุ่มประกันภัยความเสี่ยงทั่วไป
* **การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรถยนต์:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับและภาคสมัครใจ
* **ผลกระทบจากเศรษฐกิจ:** การประเมินผลกระทบต่อเนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจต่อธุรกิจประกันภัย
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
**รายได้จากการรับประกันภัย:** สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 รายได้จากการรับประกันภัยรวมอยู่ที่ 157.3 ล้านบาท ประกอบด้วยเบี้ยประกันภัยรับโดยตรง 139.1 ล้านบาท (92%) และเบี้ยประกันจากการรับประกันต่อ 12.1 ล้านบาท (8%) โดยเบี้ยประกันภัยรถยนต์คิดเป็น 74% ของเบี้ยประกันทั้งหมด ซึ่งเบี้ยประกันภัยรถยนต์เพิ่มขึ้น 6.6 ล้านบาท (6%) โดยเบี้ยประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับเพิ่มขึ้น 14.0 ล้านบาท แต่เบี้ยประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจลดลง 7.4 ล้านบาท (11%) ในขณะที่เบี้ยประกันภัยประเภทวินาศภัยอื่นเพิ่มขึ้น 7.4 ล้านบาท (34%) โดยเฉพาะประกันประเภทการเสี่ยงภัยอื่นเพิ่มขึ้น 3.5 ล้านบาท
**ค่าใช้จ่ายในการรับประกัน:** ค่าบำเหน็จจ่ายเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนเบี้ยประกันภัยรับที่เพิ่มขึ้น ค่าสินไหมทดแทนก่อนการรับประกันต่อเพิ่มขึ้นจาก 85.9 ล้านบาท เป็น 106.3 ล้านบาท ทำให้อัตราค่าสินไหมทดแทนก่อนการรับประกันต่อสูงขึ้นจาก 77% เป็น 126% จากสินไหมทดแทนประเภทประกันความเสี่ยงทุกประเภท (Industrial All Risks) จำนวน 17.1 ล้านบาท ในขณะที่ค่าสินไหมทดแทนสุทธิจากการรับประกันต่อเพิ่มขึ้น 1.3 ล้านบาท (1%) เนื่องจากบริษัทสามารถเรียกคืนสินไหมจากประกันต่อได้ อัตราส่วนค่าสินไหมทดแทนสุทธิต่อเบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้เพิ่มขึ้นจาก 46% เป็น 62%
**ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** ลดลง 13.2 ล้านบาท (31%) เนื่องจากไม่มีการจ่ายค่าบริการด้านบริหารการตลาดในปี 2564 และแผนการควบคุมค่าใช้จ่าย
**ระดับเงินกองทุน:** ระดับเงินกองทุนตามความเสี่ยง (CAR) ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 อยู่ที่ 437% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์:** สินทรัพย์รวมลดลง 21.5 ล้านบาท (2%) จากเบี้ยประกันภัยค้างรับที่ลดลง 6.8 ล้านบาท บริษัทได้รับชำระเบี้ยประกันที่รวดเร็วขึ้น ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นประมาณ 10.2 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม สินทรัพย์ทางการเงินลดลง 59.6 ล้านบาท จากมูลค่าตลาดของตราสารหนี้และตราสารทุน ลูกหนี้สัญญาประกันต่อเพิ่มขึ้น 23.8 ล้านบาท จากสินไหมเรียกคืนจากบริษัทประกันต่อ
**หนี้สิน:** หนี้สินตามสัญญาประกันภัยเพิ่มขึ้น 26.7 ล้านบาท เป็นส่วนของสำรองค่าสินไหมทดแทนจำนวน 28.0 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสำรองสินไหมของกรมธรรม์ประเภทวินาศภัยอื่นจำนวน 17.1 ล้านบาท หนี้สินอื่นเพิ่มขึ้น 5.4 ล้านบาท จากการบันทึกสิทธิการใช้ทรัพย์สินและหนี้สินของสัญญาเช่าตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 16
## สรุปท้าย
TSI พลิกขาดทุนสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2564 จากปัจจัยหลักคือรายได้รวมที่ลดลง 33% อันเนื่องมาจากการเปรียบเทียบกับรายการพิเศษในปีที่แล้วและการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ประกอบกับค่าสินไหมทดแทนก่อนการรับประกันต่อที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มประกันความเสี่ยงทั่วไป แม้ว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและเรียกคืนสินไหมจากบริษัทรับประกันต่อได้ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยผลกระทบดังกล่าว แม้ว่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์และวินาศภัยอื่นจะเติบโต แต่ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและการบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทนยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TSI ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
4.49
ล้านบาท
↓ 97.7% YoY
กำไรขั้นต้น
346.89
ล้านบาท
↑ 55.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7,718.96
%
กำไรสุทธิ
19.76
ล้านบาท
อัตรากำไรสุทธิ (%)
439.63
%
D/E Ratio
9.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4
↓ -97.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
347
↑ + 55.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
20
D/E Ratio
9.10
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TSI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
9.10
ROE (%)
4.89
ROA (%)
0.76
Book Value/หุ้น
0.13
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TSI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
1,160.69
+6.57%
|
— |
1,737.07
+19.09%
|
1,458.65
+15.01%
|
1,268.28
-2.34%
|
1,298.70
-1.65%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สิน | — |
0.00
|
— |
1,565.09
+42.11%
|
1,101.29
+22.74%
|
897.25
+1.57%
|
883.38
+6.73%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
0.00
|
— |
171.98
-51.88%
|
357.36
-3.68%
|
371.03
-10.66%
|
415.32
-15.73%
|
| D/E | — | — | — |
9.10
|
3.08
|
2.42
|
2.13
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
4.89
|
— |
-60.26
|
-7.46
|
-15.22
|
-22.57
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
0.76
|
— |
-10.54
|
1.37
|
-3.96
|
-5.72
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-11
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+18
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TSI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-10.88
-111.26%
|
96.65
-7.14%
|
104.08
-239.69%
|
-74.51
-4.36%
|
-77.91
-24.08%
|
-102.62
-62.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
17.55
-1,928.13%
|
-0.96
-107.46%
|
12.87
+69.34%
|
7.60
+192.31%
|
2.60
-96.93%
|
84.59
+1,552.15%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
6.43
+11.25%
|
5.78
-8.83%
|
6.34
-3.65%
|
6.58
-277.84%
|
-3.70
-15.33%
|
-4.37
-101.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
40.01
-77.19%
|
175.37
+42.25%
|
123.28
-304.34%
|
-60.33
-23.65%
|
-79.02
+252.77%
|
-22.40
-115.92%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
38.87
-65.53%
|
112.78
+74.82%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
11.97
-69.21%
|
38.87
-67.52%
|
119.69
-20.73%
|
150.99
-19.50%
|
187.56
+5.47%
|
177.84
-11.18%
|