บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
16.40
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เกิดจาก รายได้ค่าบริการประจําไตรมาส 1/2565 เท่ากับ 875.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.1 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.7 โดย ส่วนใหญ่มากจากผลิตภัณฑ์ประกันรถยนต์ และกลุ่มลูกค้าองค์กร รวมถึงช่องทางขายผ่านสาขาในต่างจังหวัดที่ปรับตัว ดีขึ้น
แนวทางการเติบโตข้างต้น คาดว่าจะทําให้ TQM สามารถบรรลุเป้าหมายที่ต้องการสร้างการเติบโตของยอดเบี้ยประกัน ของปี 2565 รวมเป็นประมาณ 29,000 ล้านบาท จาก 17,505 บาท ในปีที่ผ่านมา โดยมาจากการเติบโตแบบ organic ประมาณ 19,000 ล้านบาท และจากการเติบโตแบบ inorganic ประมาณ 10,000 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5269 out_tok=2251 at=2026-07-26T10:37:36 -->
# ณุศาศิริ พลิกขาดทุนปี 65 รับรายได้การแพทย์-บริการพุ่ง 24%
## รายได้รวมโต 24% จากปีก่อน รับธุรกิจการแพทย์-ให้เช่าฟื้นตัว ขณะที่กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนช่วยลดขาดทุนสุทธิ
บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) หรือ NUSA รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้รวม 2,037 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้ธุรกิจทางการแพทย์และบริการให้เช่าที่ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับมีกำไรจากการวัดมูลค่าเงินลงทุนในตราสารทุนเข้ามาช่วยลดผลขาดทุนสุทธิรวมของบริษัท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ NUSA ในปี 2565 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ การฟื้นตัวของรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์ที่เติบโตสูงถึง 1,035% หรือ 238 ล้านบาท และรายได้จากการให้เช่าและบริการที่เพิ่มขึ้น 47% หรือ 95 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยชดเชยรายได้จากการขาย Antigen Rapid Test Kit ที่ลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ บริษัทยังมีกำไรจากการวัดมูลค่าเงินลงทุนในตราสารทุน (หุ้น WEH) จำนวน 235 ล้านบาท ซึ่งช่วยลดผลขาดทุนสุทธิรวมของบริษัทลงได้อย่างมาก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์มาจากบริษัท พานาซี เมดิคอล เซนเตอร์ จำกัด ที่เริ่มสร้างรายได้เข้ามาอย่างเต็มที่ สะท้อนถึงการฟื้นตัวของภาคบริการสุขภาพ ในขณะที่รายได้จากการให้เช่าและบริการที่เพิ่มขึ้น 47% เป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ทำให้โครงการมายโอโซนได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมากขึ้น ส่วนกำไรจากการวัดมูลค่าเงินลงทุนในตราสารทุนนั้น เกิดจากการประเมินมูลค่าหุ้นสามัญของบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด (WEH) ณ สิ้นปี 2565
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แม้ว่ารายได้จากการให้บริการทางการแพทย์และธุรกิจให้เช่ามีแนวโน้มที่ดีจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและภาคการท่องเที่ยว แต่รายได้จากการขาย Antigen Rapid Test Kit ที่ลดลงอย่างมากนั้นเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา นอกจากนี้ กำไรจากการวัดมูลค่าเงินลงทุนในตราสารทุนเป็นรายการที่เกิดขึ้นจากการประเมินมูลค่า ณ สิ้นงวด ซึ่งอาจมีความผันผวนตามสภาวะตลาดในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 24%** แตะ 2,037 ล้านบาท จากปีก่อน
* **รายได้ธุรกิจการแพทย์พุ่ง 1,035%** รับการให้บริการเต็มรูปแบบจากพานาซี เมดิคอล เซนเตอร์
* **รายได้ธุรกิจให้เช่าและบริการเพิ่ม 47%** จากการท่องเที่ยวฟื้นตัว
* **กำไรพิเศษจากการวัดมูลค่าเงินลงทุน WEH 235 ล้านบาท** ช่วยลดผลขาดทุนสุทธิ
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 55%** เหลือ 398 ล้านบาท (ขาดทุนสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 417 ล้านบาท)
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 4,193 ล้านบาท** เป็น 15,529 ล้านบาท จากการลงทุนใน WEH และ DEMCO
* **หนี้สินรวมลดลง 627 ล้านบาท** เหลือ 6,112 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 2,037 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 388 ล้านบาท หรือ 24% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์ 238 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 1,035%) และรายได้จากการให้เช่าและบริการ 95 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 47%) อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขาย Antigen Rapid Test Kit ลดลง 299 ล้านบาท ในขณะที่รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 11 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 2%)
ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 91 ล้านบาท หรือ 20% ทำให้บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 29% เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 20% ต้นทุนค่าเช่าและค่าบริการเพิ่มขึ้น 32 ล้านบาท หรือ 19% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารเพิ่มขึ้น 44 ล้านบาท หรือ 8% โดยค่าใช้จ่ายขายลดลง 53 ล้านบาท แต่ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 98 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายของบริษัทย่อยธุรกิจการแพทย์ที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนทางการเงินลดลง 19 ล้านบาท หรือ 7%
บริษัทมีกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย (ณุศา เลเจนด์สยาม) จำนวน 251 ล้านบาท (สุทธิหลังหักภาษี) และมีกำไรจากการวัดมูลค่าเงินลงทุนในตราสารทุน (WEH) จำนวน 235 ล้านบาท ส่งผลให้ผลการดำเนินงานรวมสำหรับปี 2565 มีผลขาดทุนสุทธิ 398 ล้านบาท ลดลง 479 ล้านบาท หรือ 55% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่มีจำนวน 417 ล้านบาท ลดลง 471 ล้านบาท
## โอกาส
* การฟื้นตัวของธุรกิจทางการแพทย์และสุขภาพ จากการให้บริการของพานาซี เมดิคอล เซนเตอร์
* การเติบโตของธุรกิจให้เช่าและบริการ จากการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก
* การลงทุนในบริษัทร่วม เช่น DEMCO อาจสร้างผลตอบแทนในอนาคต
* การเข้าทำสัญญาซื้อโรงแรมที่ประเทศเยอรมันนี เพื่อดำเนินธุรกิจด้านสุขภาพ
## ความเสี่ยง
* ความผันผวนของรายได้จากการขาย Antigen Rapid Test Kit ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* ความไม่แน่นอนของกำไรจากการวัดมูลค่าเงินลงทุนในตราสารทุน ซึ่งขึ้นอยู่กับการประเมินมูลค่าในแต่ละช่วงเวลา
* ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่ส่งผลกระทบต่อเจ้าหนี้ค่าก่อสร้าง
* การพึ่งพารายได้จากธุรกิจที่อาจมีความอ่อนไหวต่อสถานการณ์เศรษฐกิจและโรคระบาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มรายได้ธุรกิจทางการแพทย์และบริการให้เช่า จะสามารถเติบโตต่อเนื่องได้หรือไม่
* การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายของบริษัทย่อยธุรกิจการแพทย์
* ผลตอบแทนจากการลงทุนในบริษัทร่วม และการพัฒนาธุรกิจสุขภาพในต่างประเทศ
* ความสามารถในการบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงิน
* การเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุนในตราสารทุน (WEH) ในงวดถัดไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
แม้ว่า NUSA จะอยู่ในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก แต่เอกสาร MD&A ฉบับนี้มีการกล่าวถึงการลงทุนในตราสารทุนและบริษัทร่วม ซึ่งเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มธุรกิจการเงินและหลักทรัพย์ โดยบริษัทมีการลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด (WEH) คิดเป็นสัดส่วน 7.1% และบริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) คิดเป็นสัดส่วน 23.28% ซึ่งการลงทุนเหล่านี้มีการรับรู้กำไรจากการวัดมูลค่าเงินลงทุนและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมตามลำดับ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อผลประกอบการของบริษัท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 15,529 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,193 ล้านบาท จากปีก่อน โดยมีรายการสำคัญคือ เงินลงทุนในตราสารทุน (WEH) เพิ่มขึ้น 3,373 ล้านบาท และเงินลงทุนในบริษัทร่วม (DEMCO) เพิ่มขึ้น 856 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีเงินมัดจำค่าซื้อที่ดินอาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 192 ล้านบาท จากการเข้าทำสัญญาซื้อโรงแรมในเยอรมนี ในทางตรงกันข้าม ที่ดินอาคารและอุปกรณ์ลดลง 2,254 ล้านบาท และที่ดินรอการพัฒนาลดลง 334 ล้านบาท เนื่องจากการขายบริษัทย่อย
หนี้สินรวมลดลง 627 ล้านบาท เหลือ 6,112 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของหนี้สินของบริษัทย่อยที่ขายออกไป ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 4,820 ล้านบาท หรือ 105% เป็นผลจากการตีราคาใหม่และการออกหุ้นเพิ่มทุนเพื่อแลกเปลี่ยนกับ WEH ทำให้บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนลดลงจาก 1.47 ในปีก่อนมาอยู่ที่ 0.65 ในปีนี้
## สรุปท้าย
ปี 2565 เป็นปีแห่งการปรับโครงสร้างและฟื้นฟูของ NUSA โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจทางการแพทย์และบริการให้เช่า ประกอบกับกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนและประเมินมูลค่าหุ้น WEH ซึ่งช่วยลดผลขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าความเสี่ยงจากความผันผวนของรายได้บางประเภทและรายการพิเศษจะยังคงอยู่ แต่การลงทุนใหม่ๆ ในธุรกิจสุขภาพและบริษัทร่วม ชี้ให้เห็นถึงทิศทางในการสร้างการเติบโตในระยะยาวที่ต้องจับตาต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TQM ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
978.23
ล้านบาท
↑ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
468.26
ล้านบาท
↓ 1.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
47.87
%
กำไรสุทธิ
183.50
ล้านบาท
↑ 3.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
18.76
%
D/E Ratio
0.78
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
978
↑ + 2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
468
↓ -1.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
184
↑ + 3.7%
YoY
D/E Ratio
0.78
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TQM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.78
ROE (%)
25.45
ROA (%)
17.32
Book Value/หุ้น
5.29
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TQM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,070
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-206
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TQM
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
-1,070.07
-239.52%
|
766.99
-244.10%
|
-532.26
-33.41%
|
-799.27
+90.03%
|
-420.60
-160.61%
|
693.89
+40.56%
|
493.65
+100.28%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-205.93
-0.34%
|
-206.63
+159.59%
|
-79.60
-86.56%
|
-592.25
+1,101.81%
|
-49.28
-126.97%
|
182.69
-341.37%
|
-75.69
-94.28%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
1,425.47
-278.93%
|
-796.66
-253.20%
|
520.03
+22.14%
|
425.77
+15.42%
|
368.89
-150.61%
|
-728.93
+137.51%
|
-306.90
-122.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
149.49
-163.26%
|
-236.31
+157.31%
|
-91.84
-91.17%
|
-1,039.77
+1,266.14%
|
-76.11
-151.54%
|
147.66
+32.96%
|
111.06
-64.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
1,014.55
+14.37%
|
887.10
+21.67%
|
729.09
-23.46%
|
952.59
-14.21%
|
1,110.41
+15.74%
|
959.39
+13.09%
|
848.33
+57.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
1,129.10
+11.29%
|
1,014.55
+14.37%
|
887.10
+21.67%
|
729.09
-9.32%
|
804.04
-27.37%
|
1,107.05
+15.39%
|
959.39
+13.09%
|