บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
14.80
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เกิดจาก รายได้ค่าบริการประจําไตรมาส 1/2565 เท่ากับ 875.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.1 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.7 โดย ส่วนใหญ่มากจากผลิตภัณฑ์ประกันรถยนต์ และกลุ่มลูกค้าองค์กร รวมถึงช่องทางขายผ่านสาขาในต่างจังหวัดที่ปรับตัว ดีขึ้น
แนวทางการเติบโตข้างต้น คาดว่าจะทําให้ TQM สามารถบรรลุเป้าหมายที่ต้องการสร้างการเติบโตของยอดเบี้ยประกัน ของปี 2565 รวมเป็นประมาณ 29,000 ล้านบาท จาก 17,505 บาท ในปีที่ผ่านมา โดยมาจากการเติบโตแบบ organic ประมาณ 19,000 ล้านบาท และจากการเติบโตแบบ inorganic ประมาณ 10,000 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-3.1-flash-lite in_tok=25277 out_tok=1709 at=2026-09-16T05:23:22 -->
# TQM เผยผลงาน Q1/2569 กำไรสุทธิ 204.1 ล้านบาท รับแรงหนุนธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยโตเด่น
## รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจประกันวินาศภัยหนุนกำไรโต QoQ ขณะที่บริษัทเดินหน้ากลยุทธ์ Jump+ มุ่งสู่ Data-driven Insurance Broker เต็มตัว
บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) หรือ TQM รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 204.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% จากไตรมาส 4 ปี 2568 โดยได้รับปัจจัยบวกจากการขยายตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมในธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อขยายฐานลูกค้า แม้ภาพรวมรายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้าจะปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จากการชะลอตัวของธุรกิจนายหน้าประกันชีวิต แต่บริษัทฯ ยังคงรักษาเสถียรภาพของฐานรายได้ผ่านการบริหารจัดการต้นทุนและมุ่งเน้นการเติบโตในกลุ่มประกันสุขภาพและประกันอัคคีภัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในปัจจุบัน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
**หัวใจสำคัญของผลประกอบการรอบนี้คือ "การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัย"** ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับกลยุทธ์การนำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อขยายฐานลูกค้าในไตรมาส 1/2569 ส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมในส่วนนี้เพิ่มขึ้นถึง 20.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ซึ่งช่วยชดเชยรายได้จากธุรกิจนายหน้าประกันชีวิตที่ลดลงและผลักดันให้กำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาส 4 ปี 2568
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
กลไกหลักเกิดจากการปรับพอร์ตผลิตภัณฑ์และการรุกตลาดผ่านช่องทางสินเชื่อเพื่อการซื้อประกัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การบริหารฐานลูกค้าเดิมและหาลูกค้าใหม่ แม้จะมีแรงกดดันจากต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 7.9% QoQ จากค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรฝ่ายขายและการพัฒนาธุรกิจเพื่อรองรับการขยายตัว แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหาร (Administrative Expenses) ให้ลดลงได้ 4.6% QoQ ส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมยังคงเติบโตได้ในระดับที่น่าพอใจ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
มีโอกาสต่อเนื่องในแง่ของกลยุทธ์การเติบโต เนื่องจากบริษัทฯ ได้เริ่มขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ "Jump+" ซึ่งมุ่งเน้นการปฏิรูปองค์กรสู่การเป็น Data-driven Insurance Broker โดยใช้ AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการขาย (Sales Productivity) และการบริหารจัดการต้นทุน (Cost Efficiency) อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามการปรับตัวของยอดขายรถยนต์หลังสิ้นสุดมาตรการ EV 3.0 ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่เป็นรายได้หลัก แต่บริษัทฯ ได้เตรียมรับมือด้วยการขยายผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพและประกันชีวิตรายบุคคลเพื่อสร้างความหลากหลายของรายได้ในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ:** 204.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% QoQ แต่ลดลง 15.8% YoY
* **รายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า:** 997.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.0% QoQ แต่ลดลง 9.0% YoY
* **รายได้ค่าธรรมเนียม:** เติบโตโดดเด่น 20.0% QoQ ในธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัย
* **ประสิทธิภาพการบริหาร:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 4.6% QoQ สะท้อนการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
* **กลยุทธ์ใหม่:** เปิดตัวแผน "Jump+" ตั้งเป้าหมายรายได้รวมเติบโต 5-7% ภายในปี 2571
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,017.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1% QoQ โดยกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 464.2 ล้านบาท แม้อัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวลดลงเล็กน้อยจาก 48.5% ในไตรมาสก่อนหน้าเหลือ 46.5% แต่ด้วยการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ดีขึ้น ทำให้บริษัทฯ สามารถรักษาอัตรากำไรสุทธิไว้ได้ที่ 20.0%
## โอกาส
* การเติบโตของประกันสุขภาพและประกันอัคคีภัยตามความตระหนักด้านความเสี่ยงของผู้บริโภค
* การใช้เทคโนโลยี AI และ Data Analytics ภายใต้แผน Jump+ เพื่อเพิ่ม Conversion Rate และการต่ออายุกรมธรรม์
* การขยายตัวของธุรกิจสินเชื่อเพื่อการซื้อประกันที่เป็นส่วนเสริมรายได้หลัก
## ความเสี่ยง
* สภาวะเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัว (GDP คาดการณ์ที่ 1.4%) อาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* การปรับฐานของยอดขายรถยนต์หลังสิ้นสุดมาตรการ EV 3.0
* การแข่งขันในอุตสาหกรรมประกันภัยและการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบจาก คปภ. (เช่น ระบบ e-Payment)
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
1. ความสำเร็จในการนำ AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการขายตามแผน Jump+
2. อัตราการต่ออายุกรมธรรม์ (Renewal Rate) ว่าจะสามารถรักษาไว้ที่ระดับ 80% ได้หรือไม่
3. การบริหารจัดการคุณภาพสินเชื่อในพอร์ตสินเชื่อเพื่อการซื้อประกัน
4. ผลกระทบจากการปรับฐานของตลาดรถยนต์ต่อรายได้ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่มธุรกิจประกันภัย)
TQM ยังคงเน้นการบริหารพอร์ตประกันภัยรถยนต์เป็นหลัก ซึ่งเป็นรายได้หลักที่มั่นคง โดยในไตรมาสนี้บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการรักษาฐานลูกค้าเดิมและเพิ่มประสิทธิภาพการขายผ่านระบบดิจิทัล ทั้งนี้ ธุรกิจการเงินของบริษัทฯ เน้นการปล่อยสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำและสอดคล้องกับการสนับสนุนยอดขายประกันภัยเป็นสำคัญ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 6,393.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% จากสิ้นปี 2568 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 33.4% เป็น 1,505.6 ล้านบาท สะท้อนกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ส่วนหนี้สินรวมอยู่ที่ 2,758.7 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.76 เท่า
## สรุปท้าย
TQM ในไตรมาส 1/2569 แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการปรับตัวผ่านการเพิ่มรายได้จากธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัย แม้ภาพรวมรายได้จะได้รับผลกระทบจากธุรกิจประกันชีวิตที่ชะลอตัวลง แต่ด้วยกลยุทธ์การปรับโครงสร้างองค์กรสู่ Data-driven Broker ภายใต้แผน Jump+ และการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้บริษัทฯ ยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรและฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาวได้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TQM ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
978.23
ล้านบาท
↑ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
468.26
ล้านบาท
↓ 1.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
47.87
%
กำไรสุทธิ
183.50
ล้านบาท
↑ 3.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
18.76
%
D/E Ratio
0.78
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
978
↑ + 2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
468
↓ -1.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
184
↑ + 3.7%
YoY
D/E Ratio
0.78
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TQM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.78
ROE (%)
25.45
ROA (%)
17.32
Book Value/หุ้น
4.80
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TQM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,070
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-206
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TQM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,070.07
-239.52%
|
766.99
-244.10%
|
-532.26
-33.41%
|
-799.27
+90.03%
|
-420.60
-160.61%
|
693.89
+40.56%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-205.93
-0.34%
|
-206.63
+159.59%
|
-79.60
-86.56%
|
-592.25
+1,101.81%
|
-49.28
-126.97%
|
182.69
-341.37%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,425.47
-278.93%
|
-796.66
-253.20%
|
520.03
+22.14%
|
425.77
+15.42%
|
368.89
-150.61%
|
-728.93
+137.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
149.49
-163.26%
|
-236.31
+157.31%
|
-91.84
-91.17%
|
-1,039.77
+1,266.14%
|
-76.11
-151.54%
|
147.66
+32.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,014.55
+14.37%
|
887.10
+21.67%
|
729.09
-23.46%
|
952.59
-14.21%
|
1,110.41
+15.74%
|
959.39
+13.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,129.10
+11.29%
|
1,014.55
+14.37%
|
887.10
+21.67%
|
729.09
-9.32%
|
804.04
-27.37%
|
1,107.05
+15.39%
|