บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
16.40
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เกิดจาก รายได้ค่าบริการประจําไตรมาส 1/2565 เท่ากับ 875.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.1 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.7 โดย ส่วนใหญ่มากจากผลิตภัณฑ์ประกันรถยนต์ และกลุ่มลูกค้าองค์กร รวมถึงช่องทางขายผ่านสาขาในต่างจังหวัดที่ปรับตัว ดีขึ้น
แนวทางการเติบโตข้างต้น คาดว่าจะทําให้ TQM สามารถบรรลุเป้าหมายที่ต้องการสร้างการเติบโตของยอดเบี้ยประกัน ของปี 2565 รวมเป็นประมาณ 29,000 ล้านบาท จาก 17,505 บาท ในปีที่ผ่านมา โดยมาจากการเติบโตแบบ organic ประมาณ 19,000 ล้านบาท และจากการเติบโตแบบ inorganic ประมาณ 10,000 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5554 out_tok=2370 at=2026-07-26T10:11:34 -->
# TQM กำไรปกติ Q3/65 พลิกโต 15% รับแรงหนุนเบี้ยประกันรวม-ธุรกิจการเงิน
## รายได้-กำไรปกติฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ ขณะฝ่ายจัดการเน้นกลยุทธ์ตอบโจทย์ลูกค้า-ขยายธุรกิจการเงิน-เทคโนโลยี
บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) หรือ TQM รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีสัญญาณฟื้นตัว โดยรายได้รวมเติบโตเล็กน้อย 1.1% มาอยู่ที่ 925.4 ล้านบาท แม้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จะลดลง 15.2% มาอยู่ที่ 205.9 ล้านบาท แต่หากพิจารณาเฉพาะกำไรปกติ (ไม่รวมรายการพิเศษ) กลับเติบโตถึง 15.0% สะท้อนการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้นตามทิศทางเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TQM ในไตรมาส 3 ปี 2565 มีการเปลี่ยนแปลง คือ **การฟื้นตัวของรายได้ค่าบริการจากการขายผลิตภัณฑ์ประกันโดยรวมที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการเติบโตของธุรกิจการเงิน (อีซี่ เลนดิ้ง) และการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ยังคงมีประสิทธิภาพ** แม้ว่ากำไรสุทธิรวมจะลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่หากพิจารณาเฉพาะกำไรปกติ (หลังหักรายการพิเศษ) พบว่ามีการเติบโตถึง 15.0% ซึ่งสะท้อนถึงการดำเนินงานหลักที่แข็งแกร่งขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้ค่าบริการมาจากหลายปัจจัย ได้แก่:
* **ยอดขายประกันรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น:** สอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวม
* **ประกันอุบัติเหตุและสุขภาพ:** ยังคงมีแนวโน้มเติบโตที่ดี เนื่องจากลูกค้าตระหนักถึงความสำคัญของการมีประกันเพื่อคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล
* **ประกันบ้าน:** มียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากการที่ TQM สามารถสร้างการรับรู้และความเข้าใจในผลิตภัณฑ์และความคุ้มครองที่ครอบคลุม โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่ความเสี่ยงจากภัยน้ำท่วมหลังคารั่วมีสูง
* **ธุรกิจสินเชื่ออีซี่ เลนดิ้ง:** ยังคงมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่อง จากความสนใจของลูกค้าที่ต้องการใช้สินเชื่อเพื่อซื้อประกัน ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่ต่ำจากการบริหารความเสี่ยงที่ดี
ในด้านต้นทุนและค่าใช้จ่าย แม้ต้นทุนการให้บริการและค่าใช้จ่ายในการบริหารจะปรับเพิ่มขึ้นตามรายได้และการขยายธุรกิจใหม่ แต่ฝ่ายจัดการยังคงมุ่งเน้นการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ และให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรดี
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าแนวโน้มในไตรมาสที่ 4 ปี 2565 จะยังคงเติบโตต่อ และเป็นช่วง High Season ของผลิตภัณฑ์ประกันรถและประกันสุขภาพ นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพ ประกันบ้าน และประกันการเดินทาง จะสามารถทดแทนยอดเบี้ยประกัน COVID-19 ในปี 2564 ได้ การขยายธุรกิจการเงินและการพัฒนาเทคโนโลยีแพลตฟอร์มก็เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่หลังหักรายการพิเศษเติบโต 15.0% YoY:** สะท้อนการดำเนินงานปกติที่แข็งแกร่งขึ้น แม้กำไรสุทธิรวมจะลดลง 15.2% เนื่องจากผลกระทบจากรายการพิเศษในปี 2564
* **รายได้ค่าบริการเพิ่มขึ้น 7.6% YoY:** มาจากการขายผลิตภัณฑ์ประกันโดยรวมที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะประกันบ้านที่เติบโตโดดเด่น
* **ธุรกิจสินเชื่ออีซี่ เลนดิ้ง มีแนวโน้มดีต่อเนื่อง:** ได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินเชื่อเพื่อซื้อประกัน และต้นทุนทางการเงินที่ต่ำ
* **คาดการณ์ไตรมาส 4/2565 เป็นช่วง High Season:** คาดการณ์การเติบโตต่อเนื่องจากผลิตภัณฑ์ประกันรถและประกันสุขภาพ
* **การเข้าซื้อหุ้น Builk:** เป็นการต่อยอดธุรกิจบนแพลตฟอร์มและฐานลูกค้า รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยี
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 TQM มีรายได้รวม 925.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีรายได้ค่าบริการ 895.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% ขณะที่รายได้อื่นลดลง 64.1% มาอยู่ที่ 30.0 ล้านบาท
ต้นทุนการให้บริการอยู่ที่ 432.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.5% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 463.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.1%
ค่าใช้จ่ายในการบริหารอยู่ที่ 223.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3%
ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลง 15.2% มาอยู่ที่ 205.9 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เมื่อหักรายการพิเศษ (กำไรพิเศษจากการซื้อบริษัทย่อยในราคาต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม 63.8 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2564) พบว่ากำไรสุทธิปกติส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 15.0%
สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2565 รายได้รวมอยู่ที่ 2,747.8 ล้านบาท ลดลง 0.3% และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลง 10.0% มาอยู่ที่ 599.4 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** ส่งผลดีต่อการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน ซึ่งจะหนุนยอดขายผลิตภัณฑ์ประกันต่างๆ
* **การตระหนักถึงความสำคัญของประกัน:** ลูกค้าให้ความสำคัญกับการมีประกันเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงด้านสุขภาพและทรัพย์สินมากขึ้น
* **การเติบโตของธุรกิจการเงิน:** อีซี่ เลนดิ้ง มีศักยภาพในการขยายตัว โดยเฉพาะการหาพันธมิตรเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพิ่มเติม
* **การพัฒนาเทคโนโลยีและแพลตฟอร์ม:** การเข้าซื้อหุ้น Builk จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยีและฐานลูกค้า
* **การทดแทนรายได้ประกัน COVID-19:** ผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพ ประกันบ้าน และประกันการเดินทาง จะเข้ามาช่วยชดเชยรายได้จากประกัน COVID-19 ที่ลดลง
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมประกัน:** ยังคงมีการแข่งขันสูง ทั้งจากบริษัทประกันโดยตรงและโบรกเกอร์รายอื่น
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจ:** หากเศรษฐกิจชะลอตัว อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการผลิตภัณฑ์ประกัน
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันและธุรกิจการเงิน อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
* **ต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้น:** อัตราส่วนต้นทุนการบริการต่อรายได้รวมที่ปรับสูงขึ้น อาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางการเติบโตของรายได้ค่าบริการ:** โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ประกันบ้าน ประกันสุขภาพ และประกันการเดินทาง
* **การขยายตัวของธุรกิจสินเชื่ออีซี่ เลนดิ้ง:** รวมถึงการหาพันธมิตรใหม่ๆ
* **ความคืบหน้าในการผนวกรวมธุรกิจ Builk:** และผลลัพธ์จากการพัฒนาเทคโนโลยี
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** เพื่อรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
* **แนวโน้มเบี้ยประกัน COVID-19:** และผลกระทบต่อรายได้รวมของกลุ่ม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในไตรมาส 3 ปี 2565 TQM แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของธุรกิจประกันวินาศภัย โดยเฉพาะประกันรถยนต์ที่สอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ประกันบ้านยังเป็นผลิตภัณฑ์ดาวเด่นที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด จากการที่บริษัทสามารถสร้างการรับรู้และความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ได้ดี โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่ความเสี่ยงจากภัยน้ำท่วมหลังคารั่วมีสูง
ในส่วนของธุรกิจการเงิน อีซี่ เลนดิ้ง ยังคงเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่อง จากความต้องการสินเชื่อเพื่อซื้อประกันของลูกค้า ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่ต่ำจากการบริหารความเสี่ยงที่ดี ฝ่ายจัดการมีแผนที่จะขยายธุรกิจด้วยการหาพันธมิตรเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ เพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นการเพิ่มช่องทางรายได้และสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน
การเข้าซื้อหุ้น Builk ในสัดส่วน 40% เป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดธุรกิจบนแพลตฟอร์มและฐานลูกค้า รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ TQM ในระยะยาว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรงในส่วนนี้ มีเพียงข้อมูลการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจำนวน 420 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารสภาพคล่องและการคืนผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น
## สรุปท้าย
TQM ในไตรมาส 3 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเติบโตของรายได้ค่าบริการจากการขายผลิตภัณฑ์ประกันที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะประกันบ้านที่เติบโตโดดเด่น ประกอบกับการขยายตัวของธุรกิจสินเชื่ออีซี่ เลนดิ้ง และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้กำไรปกติเติบโตได้ถึง 15.0% แม้จะมีรายการพิเศษในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากการแข่งขันและภาวะเศรษฐกิจยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา แต่ด้วยแผนการขยายธุรกิจ การพัฒนาเทคโนโลยี และการมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้า TQM ยังมีโอกาสเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วง High Season ของอุตสาหกรรม
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TQM ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
978.23
ล้านบาท
↑ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
468.26
ล้านบาท
↓ 1.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
47.87
%
กำไรสุทธิ
183.50
ล้านบาท
↑ 3.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
18.76
%
D/E Ratio
0.78
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
978
↑ + 2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
468
↓ -1.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
184
↑ + 3.7%
YoY
D/E Ratio
0.78
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TQM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.78
ROE (%)
25.45
ROA (%)
17.32
Book Value/หุ้น
5.29
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TQM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,070
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-206
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TQM
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
-1,070.07
-239.52%
|
766.99
-244.10%
|
-532.26
-33.41%
|
-799.27
+90.03%
|
-420.60
-160.61%
|
693.89
+40.56%
|
493.65
+100.28%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-205.93
-0.34%
|
-206.63
+159.59%
|
-79.60
-86.56%
|
-592.25
+1,101.81%
|
-49.28
-126.97%
|
182.69
-341.37%
|
-75.69
-94.28%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
1,425.47
-278.93%
|
-796.66
-253.20%
|
520.03
+22.14%
|
425.77
+15.42%
|
368.89
-150.61%
|
-728.93
+137.51%
|
-306.90
-122.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
149.49
-163.26%
|
-236.31
+157.31%
|
-91.84
-91.17%
|
-1,039.77
+1,266.14%
|
-76.11
-151.54%
|
147.66
+32.96%
|
111.06
-64.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
1,014.55
+14.37%
|
887.10
+21.67%
|
729.09
-23.46%
|
952.59
-14.21%
|
1,110.41
+15.74%
|
959.39
+13.09%
|
848.33
+57.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
1,129.10
+11.29%
|
1,014.55
+14.37%
|
887.10
+21.67%
|
729.09
-9.32%
|
804.04
-27.37%
|
1,107.05
+15.39%
|
959.39
+13.09%
|