บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
16.40
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เกิดจาก รายได้ค่าบริการประจําไตรมาส 1/2565 เท่ากับ 875.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.1 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.7 โดย ส่วนใหญ่มากจากผลิตภัณฑ์ประกันรถยนต์ และกลุ่มลูกค้าองค์กร รวมถึงช่องทางขายผ่านสาขาในต่างจังหวัดที่ปรับตัว ดีขึ้น
แนวทางการเติบโตข้างต้น คาดว่าจะทําให้ TQM สามารถบรรลุเป้าหมายที่ต้องการสร้างการเติบโตของยอดเบี้ยประกัน ของปี 2565 รวมเป็นประมาณ 29,000 ล้านบาท จาก 17,505 บาท ในปีที่ผ่านมา โดยมาจากการเติบโตแบบ organic ประมาณ 19,000 ล้านบาท และจากการเติบโตแบบ inorganic ประมาณ 10,000 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5081 out_tok=2384 at=2026-07-26T10:35:19 -->
# TQM กำไรสุทธิ Q1/2566 ลดลง 11.4% รับต้นทุนบริการพุ่งจากการลงทุนเพิ่มบุคลากร
## รายได้รวมเติบโต 5.1% แต่ต้นทุนบริการพุ่ง 17.4% กดดันกำไรสุทธิ เหตุบริษัทเร่งลงทุนเพิ่มทีมขายดันยอดขายระยะยาว
บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) หรือ TQM รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 997.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวและมีสัญญาณที่ดีขึ้น แต่กำไรสุทธิกลับลดลง 11.4% มาอยู่ที่ 208.7 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนการให้บริการที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการลงทุนเพิ่มบุคลากรเพื่อขยายทีมขายและส่งเสริมการขายในระยะยาว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ TQM ในไตรมาส 1 ปี 2566 ลดลง 11.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **ต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 17.4%** ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้รวมที่ 5.1% ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 3.1% และส่งผลต่อเนื่องมายังกำไรสุทธิที่ลดลง 8.8% (ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่) ปัจจัยนี้เกิดจากการลงทุนเพิ่มบุคลากรและฝึกอบรมเพื่อสร้างการเติบโตของยอดขายในอนาคต
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการให้บริการเป็นผลมาจากการ **ลงทุนเพิ่มบุคลากรและฝึกอบรมเพื่อส่งเสริมการขาย** โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความสามารถในการขายและผลักดันยอดขายให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต แม้ว่าการลงทุนนี้จะส่งผลกระทบต่อกำไรในระยะสั้น แต่บริษัทคาดว่าทีมขายใหม่จะสามารถเพิ่มยอดขายได้และจะสะท้อนการเติบโตที่ชัดเจนมากขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2566 เป็นต้นไป
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้น แต่คาดว่าจะเห็นผลบวกในระยะยาว** จากการที่ฝ่ายจัดการได้ระบุอย่างชัดเจนว่าการลงทุนในบุคลากรและการฝึกอบรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการเติบโตของยอดขายในอนาคต และคาดว่าจะเห็นผลสะท้อนที่ชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2566 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนนี้จะยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาในไตรมาสถัดไป จนกว่าจะเห็นผลตอบแทนจากการลงทุนที่ชัดเจน
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 5.1% YoY** แตะ 997.3 ล้านบาท จากการขายผลิตภัณฑ์ประกันโดยรวมที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะประกันวินาศภัย เช่น ประกันรถยนต์ ประกันอุบัติเหตุและสุขภาพ ประกันบ้าน และประกันเดินทาง
* **กำไรสุทธิลดลง 11.4% YoY** อยู่ที่ 208.7 ล้านบาท (กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ลดลง 8.8% อยู่ที่ 194.8 ล้านบาท)
* **ต้นทุนการให้บริการพุ่ง 17.4% YoY** สู่ระดับ 488.0 ล้านบาท ทำให้อัตราส่วนต้นทุนบริการต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นจาก 43.8% เป็น 48.9%
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 2.0% YoY** อยู่ที่ 242.3 ล้านบาท แต่อัตราส่วนค่าใช้จ่ายบริหารต่อรายได้รวมลดลงจาก 25.0% เป็น 24.3%
* **ธุรกิจสินเชื่ออีซี่ เลนดิ้ง ได้รับการตอบรับดี** มีการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับยอดขายประกัน
* **คาดการณ์อุตสาหกรรมประกันปี 2566 จะมั่นคงขึ้น** และ TQM คาดผลประกอบการจะดีขึ้นในครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะไตรมาส 4
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 TQM มีรายได้รวม 997.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.1% จาก 949.0 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2565 โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้ค่าบริการที่เติบโต 6.1% เป็น 983.9 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการให้บริการปรับตัวสูงขึ้นถึง 17.4% เป็น 488.0 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 3.1% มาอยู่ที่ 495.9 ล้านบาท แม้ค่าใช้จ่ายในการบริหารจะเพิ่มขึ้นเพียง 2.0% เป็น 242.3 ล้านบาท แต่อัตราส่วนต้นทุนบริการที่สูงขึ้นได้กดดันกำไรสุทธิให้ลดลง 11.4% YoY มาอยู่ที่ 208.7 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย:** การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยว และการบริโภคภาคเอกชนที่ปรับตัวดีขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อภาพรวมธุรกิจประกัน
* **ความต้องการประกันที่เพิ่มขึ้น:** ประกันรถยนต์ (พ.ร.บ. และภาคสมัครใจ) ประกันอุบัติเหตุและสุขภาพ ประกันบ้าน และประกันเดินทาง ได้รับการตอบรับที่ดีจากการที่ผู้บริโภคตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองความเสี่ยง
* **การเติบโตของธุรกิจสินเชื่อ:** อีซี่ เลนดิ้ง ได้รับการตอบรับที่ดี มีการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น และมีแผนขยายพันธมิตรเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพิ่มเติม
* **เทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า (EV):** การเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดรถยนต์ EV จะเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจประกันรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งมีเบี้ยประกันสูงกว่าประกันรถยนต์ทั่วไป
* **การลงทุนในบุคลากร:** การเพิ่มทีมขายและการฝึกอบรมคาดว่าจะช่วยผลักดันยอดขายให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้น:** การลงทุนเพิ่มบุคลากรและฝึกอบรมเพื่อสร้างการเติบโตของยอดขาย อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะสั้น หากการเพิ่มยอดขายไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
* **การแข่งขันด้านราคา:** แม้คาดว่าปัจจัยกดดันในการแข่งขันด้านราคาจะลดลง แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมประกันยังคงมีอยู่
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ:** แม้เศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัว แต่ยังคงมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลตอบแทนจากการลงทุนเพิ่มบุคลากร:** การเพิ่มยอดขายและอัตรากำไรที่คาดหวังจากการลงทุนในทีมขายใหม่ ตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2566 เป็นต้นไป
* **การขยายธุรกิจสินเชื่อ:** ความคืบหน้าในการหาพันธมิตรเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพิ่มเติม
* **แนวโน้มอุตสาหกรรมประกัน:** การเติบโตของเบี้ยประกันโดยรวมในปี 2566 และผลกระทบจากเทรนด์รถยนต์ EV
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการให้บริการให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับการเติบโตของรายได้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในไตรมาส 1 ปี 2566 TQM ยังคงแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างรายได้ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยรายได้ค่าบริการเพิ่มขึ้น 6.1% YoY สะท้อนถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ประกันที่ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะประกันวินาศภัย เช่น ประกันรถยนต์ที่ได้รับอานิสงส์จากการใช้รถที่เพิ่มขึ้น รวมถึงประกันอุบัติเหตุ สุขภาพ และประกันบ้านที่เติบโตจากการตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองความเสี่ยง นอกจากนี้ การท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวยังส่งผลดีต่อประกันเดินทางด้วย
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้ไม่ได้ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นตาม เนื่องจากต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้นถึง 17.4% ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้รวมอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจัยหลักมาจาก **การลงทุนเพิ่มบุคลากรและฝึกอบรมเพื่อสร้างการเติบโตของยอดขายในอนาคต** ซึ่งเป็นกลยุทธ์ระยะยาวของบริษัท การเพิ่มขึ้นของต้นทุนนี้ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 55.2% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 50.4% ในไตรมาสนี้
ในส่วนของธุรกิจสินเชื่ออีซี่ เลนดิ้ง ได้รับการตอบรับที่ดี มีการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของยอดขายประกัน และบริษัทมีแผนขยายธุรกิจด้วยการหาพันธมิตรเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น ๆ เพิ่มเติม ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และผลกำไรในอนาคต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง มีเพียงข้อมูลการจ่ายเงินปันผลจำนวน 300 ล้านบาท ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2566 จากกำไรสุทธิและกำไรสะสมของปี 2565
## สรุปท้าย
TQM ในไตรมาส 1 ปี 2566 เผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนเพื่อการเติบโตในระยะยาว แม้รายได้รวมจะเติบโตได้ดี แต่ต้นทุนการให้บริการที่พุ่งสูงขึ้นได้กดดันกำไรสุทธิให้ลดลง อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการมองว่าการลงทุนนี้จะส่งผลดีต่อยอดขายในอนาคต โดยเฉพาะตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป โอกาสจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เทรนด์รถยนต์ EV และการขยายธุรกิจสินเชื่อ ยังคงเป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตา ขณะที่ความเสี่ยงหลักอยู่ที่การบริหารจัดการต้นทุนและการบรรลุเป้าหมายการขายที่ตั้งไว้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TQM ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
978.23
ล้านบาท
↑ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
468.26
ล้านบาท
↓ 1.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
47.87
%
กำไรสุทธิ
183.50
ล้านบาท
↑ 3.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
18.76
%
D/E Ratio
0.78
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
978
↑ + 2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
468
↓ -1.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
184
↑ + 3.7%
YoY
D/E Ratio
0.78
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TQM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.78
ROE (%)
25.45
ROA (%)
17.32
Book Value/หุ้น
5.29
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TQM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,070
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-206
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TQM
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
-1,070.07
-239.52%
|
766.99
-244.10%
|
-532.26
-33.41%
|
-799.27
+90.03%
|
-420.60
-160.61%
|
693.89
+40.56%
|
493.65
+100.28%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-205.93
-0.34%
|
-206.63
+159.59%
|
-79.60
-86.56%
|
-592.25
+1,101.81%
|
-49.28
-126.97%
|
182.69
-341.37%
|
-75.69
-94.28%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
1,425.47
-278.93%
|
-796.66
-253.20%
|
520.03
+22.14%
|
425.77
+15.42%
|
368.89
-150.61%
|
-728.93
+137.51%
|
-306.90
-122.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
149.49
-163.26%
|
-236.31
+157.31%
|
-91.84
-91.17%
|
-1,039.77
+1,266.14%
|
-76.11
-151.54%
|
147.66
+32.96%
|
111.06
-64.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
1,014.55
+14.37%
|
887.10
+21.67%
|
729.09
-23.46%
|
952.59
-14.21%
|
1,110.41
+15.74%
|
959.39
+13.09%
|
848.33
+57.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
1,129.10
+11.29%
|
1,014.55
+14.37%
|
887.10
+21.67%
|
729.09
-9.32%
|
804.04
-27.37%
|
1,107.05
+15.39%
|
959.39
+13.09%
|