TNR
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TNR
บริษัท ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
5.80
+0.05 (+0.87%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6185 out_tok=3355 at=2026-07-26T09:24:15 --> # TNR พลิกกำไรโต 727 ล้านบาทใน Q4/65 รับอานิสงส์บาทอ่อน-รายการพิเศษปีเก่าหมด ## รายได้ธุรกิจถุงยางอนามัย-เจลหล่อลื่นฟื้นตัวแรง ขณะที่ต้นทุน-ค่าใช้จ่ายลดลง หนุนผลงานปี 65 พลิกขาดทุนมหาศาล บริษัท ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TNR รายงานผลประกอบการปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 727.1 ล้านบาท เทียบกับปี 2564 ที่ขาดทุนสุทธิ 464.8 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากการฟื้นตัวของธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่น ประกอบกับการอ่อนค่าของเงินบาทที่ส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้น และการไม่มีรายการพิเศษที่เคยสร้างผลขาดทุนในปีที่ผ่านมา ซึ่งจะวิเคราะห์รายละเอียดในส่วนของหัวใจกำไรต่อไป ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TNR พลิกจากขาดทุนมหาศาลในปี 2564 มาเป็นกำไรสุทธิ 727.1 ล้านบาทในปี 2565 มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1) การฟื้นตัวของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้นถึง 330.5 ล้านบาท หรือ 20.0% โดยเฉพาะจากธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่น และ 2) การกลับมามีกำไรขั้นต้น 561.6 ล้านบาท หรือ 28.3% ของยอดขาย จากที่เคยขาดทุนขั้นต้น 46.7 ล้านบาทในปี 2564 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการไม่มีรายการพิเศษที่เคยเกิดขึ้นในปี 2564 ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญนี้เกิดจากหลายกลไก: * **รายได้เติบโต:** ฝ่ายบริหารระบุว่ารายได้รวมเพิ่มขึ้น 330.5 ล้านบาท มาจากธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นที่มียอดขายเพิ่มขึ้น 371.8 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของตลาดและความต้องการสินค้า ในขณะที่ธุรกิจกล่องกระดาษมียอดขายลดลง 41.3 ล้านบาท * **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น:** กำไรขั้นต้นกลับมาเป็นบวกที่ 561.6 ล้านบาท (28.3% ของยอดขาย) จากที่เคยขาดทุน 46.7 ล้านบาท (-2.8% ของยอดขาย) ปัจจัยหลักคือการอ่อนค่าของเงินบาทไทยเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ โดยอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยปี 2565 อยู่ที่ 35.02 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับ 31.68 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2564 (อ่อนค่า 10.53%) ซึ่งส่งผลดีต่อการรับรู้รายได้และต้นทุนที่อยู่ในสกุลเงินต่างประเทศ นอกจากนี้ การที่ปี 2564 มีรายการพิเศษคือการด้อยค่าเครื่องหมายการค้า Playboy ส่งผลให้ปี 2565 ไม่มีรายการนี้ จึงทำให้ฐานกำไรขั้นต้นดีขึ้นอย่างมาก * **ค่าใช้จ่ายลดลง:** ค่าใช้จ่ายในการขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 100.2 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีค่าการตลาดและส่งเสริมการขายสำหรับสินค้า Playboy ในปี 2565 ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 39.6 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับคดีความกับ Playboy * **ผลขาดทุนด้านเครดิตลดลง:** ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงอย่างมากจาก 280.6 ล้านบาท เหลือเพียง 13.7 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการปรับปรุงมูลค่าของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คำนวณจากลูกหนี้การค้าสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ให้เป็นเงินบาทไทยด้วยอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันสิ้นงวด ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้ที่คาดว่าจะเติบโตจากการฟื้นตัวของธุรกิจหลัก และการลงทุนในธุรกิจใหม่ของบริษัทย่อยที่ฝ่ายบริหารได้มีการลงทุนซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่ส่งผลดีต่อกำไรขั้นต้นในปี 2565 นั้น มีความผันผวนและขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจโลกและนโยบายการเงิน ซึ่งอาจไม่คงที่ในระยะยาว ส่วนประเด็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับคดีความกับ Playboy นั้น ฝ่ายบริหารไม่ได้ระบุแนวโน้มชัดเจน แต่การที่ไม่มีค่าใช้จ่ายการตลาด Playboy ในปี 2565 ถือเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้ ## Highlight สำคัญ * **พลิกกำไรสุทธิ:** ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 727.1 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 464.8 ล้านบาทในปี 2564 * **รายได้เติบโต 20%:** รายได้จากการขายและบริการรวม 1,984.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 330.5 ล้านบาท (20.0%) จากปี 2564 * **ธุรกิจถุงยางอนามัย-เจลหล่อลื่นฟื้นตัว:** ยอดขายธุรกิจนี้เพิ่มขึ้น 371.8 ล้านบาท ชดเชยยอดขายกล่องกระดาษที่ลดลง * **กำไรขั้นต้นกลับมา:** กำไรขั้นต้น 561.6 ล้านบาท (28.3% ของยอดขาย) พลิกจากขาดทุน 46.7 ล้านบาท (-2.8%) * **บาทอ่อนหนุนมาร์จิ้น:** อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยปี 2565 ที่ 35.02 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ (อ่อนค่า 10.53%) ช่วยหนุนกำไรขั้นต้น * **ค่าใช้จ่ายลดลง:** ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 100.2 ล้านบาท จากการไม่มีค่าการตลาด Playboy ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2565 กลุ่มบริษัท TNR มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,984.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 330.5 ล้านบาท หรือ 20.0% เมื่อเทียบกับปี 2564 ที่มีรายได้ 1,653.8 ล้านบาท การเติบโตนี้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นที่มียอดขายเพิ่มขึ้น 371.8 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจกล่องกระดาษมียอดขายลดลง 41.3 ล้านบาท กำไรขั้นต้นของกลุ่มบริษัทฯ ในปี 2565 อยู่ที่ 561.6 ล้านบาท คิดเป็น 28.3% ของยอดขาย พลิกกลับมาจากผลขาดทุนขั้นต้น 46.7 ล้านบาท หรือ -2.8% ของยอดขายในปี 2564 การปรับตัวดีขึ้นนี้เป็นผลมาจากการอ่อนค่าของเงินบาทไทยเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และการที่ปี 2564 มีรายการพิเศษจากการด้อยค่าเครื่องหมายการค้า Playboy ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 100.2 ล้านบาท จาก 161.0 ล้านบาท เหลือ 60.8 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีค่าการตลาดและส่งเสริมการขายสำหรับสินค้า Playboy ในปี 2565 ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 39.6 ล้านบาท จาก 140.3 ล้านบาท เป็น 179.9 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับคดีความกับ Playboy เพิ่มขึ้น 34.2 ล้านบาท ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงอย่างมากจาก 280.6 ล้านบาท เหลือ 13.7 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการปรับปรุงมูลค่าตามอัตราแลกเปลี่ยน ภาษีเงินได้ในปี 2565 เป็นค่าใช้จ่าย 32.6 ล้านบาท โดยใช้สิทธิประโยชน์ BOI ในอัตรา 10% ขณะที่ปี 2564 มีรายการภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีจากรายการพิเศษ ทำให้มีรายได้ภาษี 110.0 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 727.1 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 464.8 ล้านบาทในปี 2564 ## โอกาส * **การฟื้นตัวของธุรกิจหลัก:** ยอดขายธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นที่เพิ่มขึ้น สะท้อนถึงการฟื้นตัวของตลาดและความต้องการสินค้า * **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** การลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับธุรกิจใหม่ในบริษัทย่อย อาจเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรในอนาคต * **การบริหารจัดการต้นทุน:** การลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายจากการไม่มีค่าการตลาด Playboy เป็นปัจจัยบวกต่ออัตรากำไร * **อัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทไทยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยบวกต่อกำไรขั้นต้น หากแนวโน้มนี้ยังคงอยู่ ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ว่าบาทอ่อนจะเป็นผลดี แต่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและรายได้ในอนาคตได้ * **ค่าใช้จ่ายคดีความ:** ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับคดีความกับ Playboy ที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรหากยังคงมีอยู่ * **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ผลิตในประเทศและต่างประเทศ * **ต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่ต้นทุนวัตถุดิบหลัก เช่น ยางธรรมชาติ อาจมีความผันผวนและส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตได้ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มรายได้ธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่น:** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตต่อเนื่องได้หรือไม่ * **ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทจะยังคงอยู่หรือกลับทิศทาง ซึ่งจะส่งผลต่อกำไรขั้นต้น * **ความคืบหน้าคดีความกับ Playboy:** จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือสิ้นสุดลงเมื่อใด * **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** ผลตอบแทนจากการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับธุรกิจใหม่จะเป็นอย่างไร * **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลักและผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค) * **Volume/SSS:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล SSS หรือ Volume การขายโดยตรง แต่ระบุว่ายอดขายธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นเพิ่มขึ้น 371.8 ล้านบาท ซึ่งบ่งชี้ถึงการเติบโตของปริมาณการขายหรือราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้น * **Market Share:** ไม่มีการกล่าวถึง Market Share ในเอกสาร * **ราคาขาย:** ไม่ได้ระบุการเปลี่ยนแปลงราคาขายโดยตรง แต่การเติบโตของรายได้ธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นอาจรวมถึงการปรับราคาขายด้วย * **ต้นทุนวัตถุดิบ:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดต้นทุนวัตถุดิบหลัก (ยางธรรมชาติ) แต่มีการกล่าวถึงการเตรียมวัตถุดิบเพิ่มเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านราคาที่ปรับสูงขึ้น * **ค่าใช้จ่ายการตลาด:** ค่าใช้จ่ายในการขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 100.2 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีค่าการตลาดและส่งเสริมการขายสำหรับสินค้า Playboy * **ช่องทาง Modern Trade/Online:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงข้อมูลเฉพาะของช่องทางขายเหล่านี้ในเอกสาร ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นปี 2565 กลุ่มบริษัท TNR มีสินทรัพย์รวม 1,771.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.8% จากปีก่อน โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 8.9% เป็น 979.2 ล้านบาท จากยอดขายที่สูงขึ้น การเพิ่มขึ้นของเงินสดและเทียบเท่าเงินสด 25.5 ล้านบาท และการเตรียมวัตถุดิบเพิ่มขึ้น 29.9 ล้านบาท สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 13.3% เป็น 792.2 ล้านบาท จากการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (สุทธิ) เพิ่มขึ้น 65.8 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับธุรกิจใหม่ในบริษัทย่อย และการต่อสัญญาเช่าสินทรัพย์สิทธิการใช้ หนี้สินรวมลดลง 4.6% เป็น 837.1 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลง 8.6% จากการจ่ายชำระเจ้าหนี้การค้าและเงินกู้ยืมระยะยาวบางส่วน แม้ว่าเงินกู้ยืมระยะสั้นจะเพิ่มขึ้น 42.5 ล้านบาท หนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 23.9% เป็น 133.6 ล้านบาท จากการกู้ยืมเงินระยะยาวใหม่เพื่อลงทุนในเครื่องจักรสำหรับธุรกิจใหม่ และการต่อสัญญาเช่า ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้น 29.7% เป็น 934.3 ล้านบาท จากกำไรสุทธิ 262.3 ล้านบาท (ข้อมูลจากงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จรวม) และการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 60 ล้านบาท กระแสเงินสดรับจากกิจกรรมดำเนินงานสูงกว่ากระแสเงินสดใช้ไปจากกิจกรรมลงทุนและจัดหาเงิน ซึ่งส่งผลให้เงินสดและเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น ## สรุปท้าย TNR พลิกเกมกลับมามีกำไรสุทธิ 727.1 ล้านบาทในปี 2565 จากการเติบโตของรายได้ธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่น การกลับมามีกำไรขั้นต้นจากการอ่อนค่าของเงินบาท และการไม่มีรายการพิเศษที่เคยสร้างผลขาดทุนในปี 2564 แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายคดีความกับ Playboy เพิ่มขึ้น แต่ภาพรวมผลประกอบการดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มรายได้ อัตราแลกเปลี่ยน และความคืบหน้าของคดีความ เพื่อประเมินโอกาสการเติบโตและความเสี่ยงในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TNR ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
484.70 ล้านบาท
↓ 8.6% YoY
กำไรขั้นต้น
107.14 ล้านบาท
↓ 13.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.10 %
กำไรสุทธิ
2.32 ล้านบาท
↓ 96.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.48 %
D/E Ratio
1.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
485
↓ -8.6% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
107
↓ -13.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2
↓ -96.7% YoY
D/E Ratio
1.05

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TNR

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
484.70
-8.61%
530.35
-1.64%
539.19
+36.80%
394.14
-4.75%
413.82
-23.63%
541.89
-3.62%
กำไรขั้นต้น
107.14
-13.92%
124.46
-22.27%
160.12
+68.56%
94.99
+129.58%
-321.18
-282.72%
175.78
+7.32%
ค่าใช้จ่ายรวม
71.74
-12.55%
82.04
+36.45%
60.13
-15.72%
71.34
-24.27%
94.20
+32.24%
71.23
-17.84%
กำไรสุทธิ
2.32
-96.70%
70.20
-13.74%
81.38
+2,057.71%
-4.16
+99.29%
-584.29
-1,453.24%
43.18
-25.55%
กำไรต่อหุ้น
0.01
-96.58%
0.23
-13.65%
0.27
+2,035.71%
-0.01
+99.28%
-1.95
-1,452.78%
0.14
-25.39%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
22.10
-5.84%
23.47
-20.98%
29.70
+23.24%
24.10
+131.05%
-77.62
-339.27%
32.44
+11.36%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
14.80
-4.33%
15.47
+38.74%
11.15
-38.40%
18.10
-20.47%
22.76
+73.08%
13.15
-14.72%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
0.48
-96.37%
13.24
-12.26%
15.09
+1,537.14%
-1.05
+99.26%
-141.20
-1,871.64%
7.97
-22.70%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
1.48
+17.46%
1.26
+763.16%
-0.19
-375.00%
-0.04
-107.27%
0.55
0.00
ROE(%)
10.46
-77.54%
46.57
+118.43%
21.32
-32.77%
31.71
+167.45%
-47.01
-195.57%
49.19
ROA(%)
7.72
-76.48%
32.83
+141.57%
13.59
-25.86%
18.33
+159.30%
-30.91
-193.33%
33.12
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
1.05
+61.54%
0.65
-26.14%
0.88
-2.22%
0.90
-26.23%
1.22
+54.43%
0.79
P/E
8.84
+80.04%
4.91
-80.35%
24.99
+111.78%
11.80
-29.72%
16.79
-46.00%
31.09
-0.13%
P/BV
1.36
-35.85%
2.12
-30.72%
3.06
-23.69%
4.01
+90.95%
2.10
-35.78%
3.27
+40.34%
BV
4.37
+3.80%
4.21
+32.81%
3.17
+2.59%
3.09
-28.64%
4.33
+6.39%
4.07
+4.36%
YIELD(%)
13.45
+139.32%
5.62
+9.13%
5.15
-25.36%
6.90
+141.26%
2.86
+58.89%
1.80
-18.18%
ราคาหุ้น
5.95
-33.15%
8.90
-8.25%
9.70
-21.77%
12.40
+36.26%
9.10
-31.58%
13.30
+46.15%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.05
ROE (%)
10.46
ROA (%)
7.72
Book Value/หุ้น
4.29

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TNR

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
1,482.03
+31.03%
1,131.05
+7.08%
1,056.28
+7.87%
979.21
+8.89%
899.27
-10.14%
1,000.76
+6.99%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
1,043.08
-1.95%
1,063.82
+42.55%
746.30
-5.80%
792.26
+13.37%
698.85
-32.83%
1,040.46
-3.09%
รวมสินทรัพย์
2,525.11
+15.05%
2,194.87
+21.76%
1,802.58
+1.76%
1,771.47
+10.85%
1,598.11
-21.71%
2,041.22
+1.60%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
1,142.45
+52.58%
748.77
+3.20%
725.52
+3.13%
703.52
-8.63%
770.00
+29.12%
596.34
+9.57%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
148.44
+26.21%
117.61
+0.91%
116.55
-12.77%
133.60
+23.91%
107.82
-42.51%
187.55
-21.02%
รวมหนี้สิน
1,290.90
+49.00%
866.38
+2.89%
842.07
+0.59%
837.12
-4.64%
877.82
+11.98%
783.90
+0.28%
รวมส่วนของเจ้าของ
1,234.21
-7.10%
1,328.48
+38.31%
960.51
+2.80%
934.35
+29.72%
720.29
-42.71%
1,257.32
+2.45%
D/E
1.05
0.65
0.88
0.90
1.22
0.62
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
10.46
46.57
21.32
31.71
-47.01
49.19
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
7.72
32.83
13.59
18.33
-30.91
33.12
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.30
1.51
1.46
1.39
1.17
1.35
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
1.01
1.11
1.06
0.88
0.76
0.98
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
147.96
119.89
0.00
0.00
136.37
144.77
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
78.87
64.15
0.00
0.00
67.64
53.12
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
64.48
63.36
0.00
0.00
78.61
69.31
วงจรเงินสด
162.35
120.68
0.00
0.00
125.40
128.58
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-17
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+35
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TNR

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-16.89
-90.73%
-182.13
+236.34%
-54.15
-57.08%
-126.17
+5,823.47%
-2.13
-100.75%
284.89
+160.63%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
34.50
-37.50%
55.20
+31.65%
41.93
-33.32%
62.88
+338.49%
14.34
-122.91%
-62.58
-69.83%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-478.68
-473.56%
128.14
+73.05%
74.05
+10.94%
66.75
-3.15%
68.92
-134.68%
-198.71
-418.19%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-432.50
-35,550.82%
1.22
-98.03%
61.83
+1,692.17%
3.45
-95.75%
81.13
+243.77%
23.60
-166.12%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00