บริษัท ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
5.80
+0.05 (+0.87%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8520 out_tok=3085 at=2026-07-26T10:03:16 -->
# TNR Q3/2566 กำไรสุทธิหดกว่าครึ่ง รับยอดขายถดถอย-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้-กำไรทรุดหนัก YoY เหตุปัจจัยลบซ้ำซ้อน ฝ่ายบริหารเร่งอัดฉีดการตลาดสู้
บริษัท ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TNR รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 435.4 ล้านบาท ลดลง 30.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 66.7 ล้านบาท ลดลงถึง 48.5% โดยมีปัจจัยกดดันจากยอดขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบและค่าสาธารณูปโภคที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้ผลประกอบการของ TNR ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การหดตัวของรายได้จากการขายและบริการที่ลดลงถึง 30.5% YoY** ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังกำไรขั้นต้นที่ลดลง 31.9% และกำไรสุทธิที่ลดลง 48.5% โดยมีปัจจัยกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้ที่ลดลง** เป็นผลมาจากยอดขายในธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นที่ลดลง 189.2 ล้านบาท และธุรกิจกล่องกระดาษที่ลดลง 1.8 ล้านบาท โดยฝ่ายบริหารระบุว่ายอดขายในไตรมาส 3 ปี 2565 นั้นสูงเป็นประวัติการณ์ ทำให้การเปรียบเทียบ YoY ในปีนี้จึงดูหดตัวลงอย่างมาก นอกจากนี้ **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง** เกิดจากการที่ยอดขายลดลงประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบและค่าสาธารณูปโภคที่ปรับตัวสูงขึ้น
ในขณะเดียวกัน **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น** 8.0 ล้านบาท เป็นผลมาจากการเพิ่มค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขาย ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ฝ่ายบริหารนำมาใช้เพื่อชดเชยยอดขายที่ลดลง
**รายการที่ช่วยลดผลกระทบ** คือ ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง 7.6 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายพิเศษเกี่ยวกับคดีความในต่างประเทศ และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นที่ลดลง 17.0 ล้านบาท เนื่องจากมีการปรับปรุงมูลค่าผลขาดทุนตามอัตราแลกเปลี่ยน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยที่ต้องจับตาต่อเนื่อง
เหตุผล:
* **ยอดขายใน Q3/2565 สูงเป็นประวัติการณ์:** การเปรียบเทียบกับฐานที่สูงมากทำให้ตัวเลข YoY ดูแย่กว่าความเป็นจริง ซึ่งอาจไม่สะท้อนแนวโน้มระยะยาว
* **การเพิ่มค่าใช้จ่ายการตลาด:** เป็นกลยุทธ์ระยะสั้นเพื่อกระตุ้นยอดขาย ซึ่งหากได้ผล อาจช่วยพลิกฟื้นรายได้ในไตรมาสถัดไป
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าสาธารณูปโภค:** แม้จะปรับเพิ่มขึ้น แต่หากมีการบริหารจัดการที่ดี หรือราคา commodity ปรับลดลง ก็อาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตและอัตราแลกเปลี่ยน:** มีความผันผวนตามสภาวะตลาด ซึ่งบริษัทฯ มีการทำสัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยง
โดยรวมแล้ว แม้ไตรมาส 3 จะเผชิญแรงกดดันหลายด้าน แต่ปัจจัยบางส่วนมีลักษณะเฉพาะช่วงเวลา และบริษัทฯ มีการปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือ ซึ่งต้องติดตามผลลัพธ์ในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2566 อยู่ที่ 435.4 ล้านบาท ลดลง 30.5% YoY** จากยอดขายธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นที่ลดลง
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 อยู่ที่ 66.7 ล้านบาท ลดลง 48.5% YoY**
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) Q3/2566 อยู่ที่ 31.2% ลดลงจาก 31.9% ใน Q3/2565** จากยอดขายที่ลดลงและต้นทุนวัตถุดิบ/ค่าสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 8.0 ล้านบาท** เพื่อกระตุ้นยอดขาย
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 7.6 ล้านบาท** จากค่าใช้จ่ายพิเศษคดีความในต่างประเทศ
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง 17.0 ล้านบาท** จากการปรับปรุงตามอัตราแลกเปลี่ยน
* **กำไรอื่น (สุทธิ) ลดลง 16.7 ล้านบาท** ส่วนใหญ่มาจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 3 ปี 2566:** กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 435.4 ล้านบาท ลดลง 30.5% เมื่อเทียบกับ 626.4 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565 สาเหตุหลักมาจากยอดขายธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นที่ลดลง 189.2 ล้านบาท และธุรกิจกล่องกระดาษที่ลดลง 1.8 ล้านบาท กำไรขั้นต้นลดลง 31.9% เป็น 135.9 ล้านบาท หรือคิดเป็น 31.2% ของยอดขาย เนื่องจากยอดขายที่ลดลงและต้นทุนวัตถุดิบ/ค่าสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 8.0 ล้านบาท จากการเพิ่มค่าใช้จ่ายการตลาด ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 7.6 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายพิเศษคดีความในต่างประเทศ กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 48.5% เป็น 66.7 ล้านบาท
**งวด 9 เดือน ปี 2566:** รายได้จากการขายและบริการรวม 1,420.4 ล้านบาท ลดลง 10.8% เมื่อเทียบกับ 1,591.8 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน โดยธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นมียอดขายลดลง 178.2 ล้านบาท แต่ธุรกิจกล่องกระดาษมียอดขายเพิ่มขึ้น 6.8 ล้านบาท กำไรขั้นต้นลดลง 17.8% เป็น 383.6 ล้านบาท หรือคิดเป็น 27.0% ของยอดขาย จากยอดขายที่ลดลงและต้นทุนวัตถุดิบ/ค่าสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 16.8 ล้านบาท จากการเพิ่มค่าใช้จ่ายการตลาด ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 47.0 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายพิเศษคดีความในต่างประเทศ กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 54.7% เป็น 120.6 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเพิ่มค่าใช้จ่ายทางการตลาด:** เป็นความพยายามในการกระตุ้นยอดขาย ซึ่งหากประสบความสำเร็จจะช่วยพลิกฟื้นรายได้ในอนาคต
* **การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ:** มีการบริหารจัดการสินค้าคงเหลือได้ดีขึ้น ทำให้สินค้าคงเหลือลดลง
* **การลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับธุรกิจใหม่:** แสดงถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในตลาดถุงยางอนามัย:** แม้จะไม่ได้ระบุโดยตรง แต่เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อยอดขายในธุรกิจหลัก
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าสาธารณูปโภค:** ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ส่งผลกระทบต่อผลขาดทุนด้านเครดิตและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แม้จะมีสัญญาป้องกันความเสี่ยง
* **ค่าใช้จ่ายพิเศษเกี่ยวกับคดีความในต่างประเทศ:** แม้จะลดลงในไตรมาสนี้ แต่ยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่น:** จะสามารถฟื้นตัวได้หรือไม่หลังจากการเพิ่มค่าใช้จ่ายการตลาด
* **ทิศทางต้นทุนวัตถุดิบและค่าสาธารณูปโภค:** จะมีแนวโน้มลดลงหรือทรงตัวในระดับสูง
* **ผลกระทบจากการอ่อนค่าของเงินบาท:** ต่อผลขาดทุนด้านเครดิตและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **ประสิทธิภาพของกลยุทธ์การตลาด:** ในการกระตุ้นยอดขายและเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด
* **ความคืบหน้าของธุรกิจใหม่:** ที่มีการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **ยอดขาย (Volume/Price):** เอกสารไม่ได้ระบุปริมาณการขายหรือราคาขายโดยตรง แต่ระบุว่ายอดขายรวมลดลง 30.5% YoY ใน Q3/2566 โดยหลักมาจากธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นที่ลดลง 189.2 ล้านบาท ซึ่งบ่งชี้ถึงแรงกดดันทั้งด้านปริมาณและ/หรือราคาขาย
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** ระบุว่าต้นทุนวัตถุดิบและค่าสาธารณูปโภคปรับราคาสูงขึ้น เป็นปัจจัยกดดัน GPM
* **ค่าใช้จ่ายการตลาด:** เพิ่มขึ้น 8.0 ล้านบาทใน Q3/2566 เพื่อกระตุ้นยอดขาย
* **ช่องทาง Modern Trade/Online:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 ก.ย. 2566 อยู่ที่ 1,812.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% จาก 1,771.4 ล้านบาท ณ 31 ธ.ค. 2565
* **สินทรัพย์หมุนเวียน:** เพิ่มขึ้น 5.9% เป็น 1,036.5 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น (100.8 ล้านบาท) แม้เงินสดจะลดลง 14.3 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือลดลง 21.2 ล้านบาท
* **สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน:** ลดลง 2.1% เป็น 775.9 ล้านบาท จากการลดลงของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (สุทธิ) 22.4 ล้านบาท แม้จะมีการลงทุนซื้อเครื่องจักร 44.6 ล้านบาท
* **หนี้สินรวม:** ณ 30 ก.ย. 2566 อยู่ที่ 861.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.9% จาก 837.1 ล้านบาท ณ 31 ธ.ค. 2565
* **หนี้สินหมุนเวียน:** เพิ่มขึ้น 3.1% เป็น 725.1 ล้านบาท จากหนี้อนุพันธ์ทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 40.5 ล้านบาท จากการทำสัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า
* **หนี้สินไม่หมุนเวียน:** เพิ่มขึ้น 2.0% เป็น 136.3 ล้านบาท จากภาระผูกพันผลประโยชน์พนักงานที่เพิ่มขึ้น 18.0 ล้านบาท
* **ส่วนของเจ้าของ:** ณ 30 ก.ย. 2566 อยู่ที่ 950.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% จาก 934.3 ล้านบาท ณ 31 ธ.ค. 2565 โดยมีกำไรสุทธิในไตรมาส 3/2566 จำนวน 106.6 ล้านบาท (ตัวเลขนี้อาจคลาดเคลื่อนจากการคำนวณจากกำไรสุทธิ 66.7 ล้านบาท และการจ่ายปันผล 90 ล้านบาท)
* **กระแสเงินสด:** ไม่ได้ให้รายละเอียดกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ TNR ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากการหดตัวของรายได้หลักในธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่น ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบและค่าสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงกว่าครึ่งเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ฝ่ายบริหารจะพยายามกระตุ้นยอดขายด้วยการเพิ่มค่าใช้จ่ายทางการตลาด และมีปัจจัยบวกจากการลดลงของค่าใช้จ่ายพิเศษและผลขาดทุนด้านเครดิต แต่ภาพรวมยังคงมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา commodity และอัตราแลกเปลี่ยน นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของยอดขายและประสิทธิภาพของกลยุทธ์การตลาดในไตรมาสถัดไปอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TNR ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
484.70
ล้านบาท
↓ 8.6% YoY
กำไรขั้นต้น
107.14
ล้านบาท
↓ 13.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.10
%
กำไรสุทธิ
2.32
ล้านบาท
↓ 96.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.48
%
D/E Ratio
1.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
485
↓ -8.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
107
↓ -13.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2
↓ -96.7%
YoY
D/E Ratio
1.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TNR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.05
ROE (%)
10.46
ROA (%)
7.72
Book Value/หุ้น
4.29
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TNR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-17
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+35
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TNR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-16.89
-90.73%
|
-182.13
+236.34%
|
-54.15
-57.08%
|
-126.17
+5,823.47%
|
-2.13
-100.75%
|
284.89
+160.63%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
34.50
-37.50%
|
55.20
+31.65%
|
41.93
-33.32%
|
62.88
+338.49%
|
14.34
-122.91%
|
-62.58
-69.83%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-478.68
-473.56%
|
128.14
+73.05%
|
74.05
+10.94%
|
66.75
-3.15%
|
68.92
-134.68%
|
-198.71
-418.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-432.50
-35,550.82%
|
1.22
-98.03%
|
61.83
+1,692.17%
|
3.45
-95.75%
|
81.13
+243.77%
|
23.60
-166.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|