บริษัท ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
5.80
+0.05 (+0.87%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6264 out_tok=3201 at=2026-07-26T09:49:55 -->
# TNR Q1/65 รายได้โตเกือบ 20% รับอานิสงส์ออเดอร์ OEM-ประมูล แต่กำไรสุทธิทรงตัว
## ยอดขายถุงยาง-เจลหล่อลื่นพุ่งดันรายได้รวม แต่กำไรสุทธิลดลงเล็กน้อยจากฐานสูงปีก่อนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
บริษัท ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TNR รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวม 518.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่น ทั้งจากงานรับจ้างผลิต (OEM) และงานประมูล อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับงวดกลับลดลงเล็กน้อย 2.0% อยู่ที่ 68.2 ล้านบาท เนื่องจากมีรายการค่าใช้จ่ายที่ปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TNR ในไตรมาส 1/2565 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นที่แข็งแกร่ง** โดยเฉพาะจากยอดขายสินค้า OEM และงานประมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม **ปัจจัยที่กดดันกำไรสุทธิให้ลดลงเล็กน้อย** มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงในธุรกิจผลิตกล่องกระดาษ และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงรายการกำไรอื่นที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้เติบโต:** การเพิ่มขึ้นของรายได้ 84.5 ล้านบาท (+19.5%) มาจากปริมาณการขายถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นที่เพิ่มขึ้น 107.5 ล้านบาท โดยยอดขาย OEM เพิ่มขึ้น 24.4 ล้านบาท และยอดขายงานประมูลเพิ่มขึ้นถึง 121.1 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นและการได้รับคำสั่งซื้อที่มากขึ้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก
* **ธุรกิจกล่องกระดาษชะลอตัว:** ในทางตรงกันข้าม ธุรกิจผลิตกล่องกระดาษมียอดขายลดลง 22.8 ล้านบาท เนื่องจากมีการเลื่อนการสั่งซื้อจากลูกค้า ทำให้การผลิตและส่งมอบสินค้าเลื่อนออกไป ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้ลดลงอย่างมากจาก 28.3% ในปีก่อน เหลือเพียง 1.9% ในไตรมาสนี้
* **อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย:** แม้ธุรกิจกล่องกระดาษจะมีอัตรากำไรลดลง แต่ธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นมีอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้น 4.3% มาอยู่ที่ 29.1% ทำให้ภาพรวมอัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มบริษัทฯ ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยจาก 24.7% เป็น 26.3%
* **ค่าใช้จ่ายการขายลดลง:** ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 53.5% คิดเป็น 19.5 ล้านบาท เนื่องจากมีการหยุดการจำหน่าย ทำการตลาด และส่งเสริมการขายสำหรับสินค้า Play Boy ทำให้ภาพรวมค่าใช้จ่ายด้านการตลาดลดลง
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 70.4% คิดเป็น 18.2 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการขอใบอนุญาตและค่าที่ปรึกษาด้านกฎหมาย
* **กำไรอื่นลดลง:** กำไรอื่นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 27.6 ล้านบาท เหลือ 0.9 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ในไตรมาสนี้ค่อนข้างคงที่เมื่อเทียบกับปีก่อนที่เงินบาทอ่อนค่าลง ประกอบกับปริมาณลูกหนี้การค้าสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่น้อยลง
* **ภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น:** ภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก 525.7% จาก 1.2 ล้านบาท เป็น 7.4 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ อยู่ในระหว่างได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้กึ่งหนึ่ง ซึ่งส่งผลให้ภาระภาษีที่แท้จริงสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับปัจจัยที่ทำให้กำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย โดยเฉพาะผลกระทบจากธุรกิจกล่องกระดาษที่เกิดจากการเลื่อนคำสั่งซื้อของลูกค้า ซึ่งคาดว่าจะเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราวและจะกลับมาดำเนินการผลิตและส่งมอบได้ในเดือนเมษายน 2565 ส่วนการลดลงของกำไรอื่นจากอัตราแลกเปลี่ยนนั้น เป็นผลมาจากความผันผวนของค่าเงิน ซึ่งบริษัทฯ มีการทำสัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้จากธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่น โดยเฉพาะจากงาน OEM และงานประมูล **มีโอกาสต่อเนื่อง** หากบริษัทฯ สามารถรักษาฐานลูกค้าและขยายตลาดได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 19.5%:** อยู่ที่ 518.6 ล้านบาท จาก 434.1 ล้านบาทใน Q1/64
* **ยอดขายถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นเพิ่มขึ้น:** หนุนโดย OEM (+24.4 ลบ.) และงานประมูล (+121.1 ลบ.)
* **ธุรกิจกล่องกระดาษยอดขายลดลง:** 22.8 ล้านบาท เหตุเลื่อนส่งมอบสินค้า
* **กำไรขั้นต้นรวมดีขึ้นเล็กน้อย:** จาก 24.7% เป็น 26.3% จากการเพิ่มขึ้นของธุรกิจถุงยางฯ
* **กำไรสุทธิลดลง 2.0%:** อยู่ที่ 68.2 ล้านบาท จาก 69.6 ล้านบาทใน Q1/64
* **ค่าใช้จ่ายการขายลดลง 53.5%:** จากการหยุดทำตลาดสินค้า Play Boy
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 70.4%:** จากค่าใบอนุญาตและที่ปรึกษากฎหมาย
* **กำไรอื่นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ:** จาก 27.6 ลบ. เหลือ 0.9 ลบ. หลักจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 TNR มีรายได้รวม 518.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q1/64: 434.1 ล้านบาท) โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่น ซึ่งรวมถึงยอดขายสินค้า OEM และงานประมูลที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ในขณะที่ธุรกิจผลิตกล่องกระดาษมียอดขายลดลงเนื่องจากการเลื่อนการสั่งซื้อของลูกค้า
อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยจาก 24.7% ในปีก่อน เป็น 26.3% ในไตรมาสนี้ โดยได้แรงหนุนจากอัตรากำไรที่สูงขึ้นของธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่น แม้ว่าธุรกิจกล่องกระดาษจะมีอัตรากำไรลดลงอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 2.0% อยู่ที่ 68.2 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ 69.6 ล้านบาทในปีก่อน ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ได้แก่ การลดลงของกำไรอื่น (ส่วนใหญ่เป็นกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายจะลดลงก็ตาม นอกจากนี้ ภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้นก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อกำไรสุทธิ
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่น:** ความต้องการผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ยังคงมีแนวโน้มเติบโต โดยเฉพาะจากช่องทาง OEM และงานประมูล ซึ่งเป็นจุดแข็งของ TNR
* **การขยายตลาด OEM:** การได้รับคำสั่งซื้อ OEM ที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้า
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่การรักษาอัตรากำไรขั้นต้นที่ระดับสูงในธุรกิจหลักเป็นสิ่งสำคัญ
* **การบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน:** การทำสัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงิน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่ยางธรรมชาติเป็นวัตถุดิบหลักที่อาจมีความผันผวนของราคา ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนการผลิต
* **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดถุงยางอนามัยและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องมีการแข่งขันสูง ทั้งจากแบรนด์ในประเทศและต่างประเทศ
* **การพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่:** การมีสัดส่วนยอดขายจาก OEM และงานประมูลสูง อาจมีความเสี่ยงหากลูกค้ารายใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงคำสั่งซื้อ
* **ความล่าช้าในการส่งมอบสินค้า:** เหตุการณ์เลื่อนการส่งมอบสินค้าในธุรกิจกล่องกระดาษแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านการดำเนินงานที่อาจเกิดขึ้น
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะมีการบริหารความเสี่ยง แต่ความผันผวนของค่าเงินบาทยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การฟื้นตัวของธุรกิจผลิตกล่องกระดาษ:** การกลับมาส่งมอบสินค้าตามคำสั่งซื้อที่เลื่อนออกไปในเดือนเมษายน 2565 และแนวโน้มคำสั่งซื้อในอนาคต
* **แนวโน้มยอดขาย OEM และงานประมูล:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบหลัก เช่น ยางธรรมชาติ
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** การควบคุมค่าใช้จ่ายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับรายได้
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะมีการป้องกันความเสี่ยง แต่ความผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **ปริมาณการขาย (Volume):** ปริมาณการขายถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลัก
* **ราคาขาย (Selling Price):** ไม่ได้ระบุการเปลี่ยนแปลงราคาขายโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นบ่งชี้ว่าราคาขายอาจทรงตัวหรือปรับขึ้นเล็กน้อย
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดต้นทุนวัตถุดิบ แต่การที่อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจถุงยางฯ ปรับตัวดีขึ้น อาจบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ดี หรือการปรับราคาขายที่เหมาะสม
* **ค่าใช้จ่ายการตลาด:** ค่าใช้จ่ายการตลาดลดลงอย่างมากจากการหยุดทำตลาดสินค้า Play Boy ซึ่งส่งผลดีต่ออัตรากำไรในระยะสั้น
* **ช่องทาง Modern Trade/Online:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงช่องทางเหล่านี้โดยตรงในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์หมุนเวียน:** เพิ่มขึ้น 9.9% มาอยู่ที่ 988.4 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น (121.4 ลบ.) เนื่องจากยอดขายที่สูงขึ้น และการลดลงของสินค้าคงเหลือ (35.7 ลบ.) จากการขายที่เพิ่มขึ้น
* **สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน:** เพิ่มขึ้น 1.7% มาอยู่ที่ 710.8 ล้านบาท จากการซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ใหม่
* **หนี้สินหมุนเวียน:** เพิ่มขึ้น 4.6% มาอยู่ที่ 805.8 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นจากธนาคาร (51.5 ลบ.) เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
* **หนี้สินไม่หมุนเวียน:** ลดลง 2.8% มาอยู่ที่ 104.8 ล้านบาท จากการจ่ายชำระหนี้สินตามสัญญาเช่า
* **ส่วนของเจ้าของ:** เพิ่มขึ้น 9.5% มาอยู่ที่ 788.6 ล้านบาท จากกำไรเบ็ดเสร็จรวมของงวด
## สรุปท้าย
TNR ในไตรมาส 1/2565 สามารถสร้างการเติบโตของรายได้เกือบ 20% จากแรงหนุนของธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่น โดยเฉพาะจากคำสั่งซื้อ OEM และงานประมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากผลกระทบจากธุรกิจกล่องกระดาษที่มียอดขายชะลอตัวชั่วคราว อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงในธุรกิจดังกล่าว และรายการกำไรอื่นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากปัจจัยอัตราแลกเปลี่ยน แม้ว่าค่าใช้จ่ายการตลาดจะลดลง แต่ค่าใช้จ่ายบริหารที่เพิ่มขึ้นก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องจับตา การฟื้นตัวของธุรกิจกล่องกระดาษและการรักษาโมเมนตัมการเติบโตในธุรกิจหลักจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TNR ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
484.70
ล้านบาท
↓ 8.6% YoY
กำไรขั้นต้น
107.14
ล้านบาท
↓ 13.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.10
%
กำไรสุทธิ
2.32
ล้านบาท
↓ 96.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.48
%
D/E Ratio
1.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
485
↓ -8.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
107
↓ -13.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2
↓ -96.7%
YoY
D/E Ratio
1.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TNR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.05
ROE (%)
10.46
ROA (%)
7.72
Book Value/หุ้น
4.29
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TNR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-17
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+35
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TNR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-16.89
-90.73%
|
-182.13
+236.34%
|
-54.15
-57.08%
|
-126.17
+5,823.47%
|
-2.13
-100.75%
|
284.89
+160.63%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
34.50
-37.50%
|
55.20
+31.65%
|
41.93
-33.32%
|
62.88
+338.49%
|
14.34
-122.91%
|
-62.58
-69.83%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-478.68
-473.56%
|
128.14
+73.05%
|
74.05
+10.94%
|
66.75
-3.15%
|
68.92
-134.68%
|
-198.71
-418.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-432.50
-35,550.82%
|
1.22
-98.03%
|
61.83
+1,692.17%
|
3.45
-95.75%
|
81.13
+243.77%
|
23.60
-166.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|