TNR
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TNR
บริษัท ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
5.90
+0.00 (+0.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8781 out_tok=3220 at=2026-07-26T10:19:13 --> # TNR กำไร Q2/2565 พุ่ง 811.5% รับอานิสงส์บาทอ่อน-ยอดขายถุงยางโต ## รายได้-กำไรโตแรงจากยอดขายกลุ่มถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ผลจากอัตราแลกเปลี่ยนหนุนกำไรขั้นต้น บริษัท ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TNR รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวม 446.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.0% และมีกำไรสุทธิ 68.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 811.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากยอดขายในกลุ่มธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ประกอบกับผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลงของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TNR ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเติบโตของยอดขายในกลุ่มธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่น** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 21.0% และ **การแข็งค่าของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin)** ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 18.7% ในปีก่อนเป็น 29.2% ในไตรมาสนี้ ปัจจัยทั้งสองนี้ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 811.5% ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **ยอดขายกลุ่มถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นเติบโต:** การเพิ่มขึ้นของยอดขาย 77.4 ล้านบาท มาจากทุกกลุ่มสินค้า ทั้งกลุ่มรับจ้างผลิต (OEM) ที่เพิ่มขึ้น 51.9 ล้านบาท, กลุ่มงานประมูลเพิ่มขึ้น 26.3 ล้านบาท และกลุ่มสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (OBM) เพิ่มขึ้น 15.6 ล้านบาท โดยไม่มีการระบุถึงยอดขายสินค้าภายใต้แบรนด์ Playboy ในงวดนี้ * **อัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นจากอัตราแลกเปลี่ยน:** กำไรขั้นต้นที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นผลโดยตรงจากการอ่อนค่าของเงินบาทไทยเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากยอดขายส่วนใหญ่ของบริษัทแม่เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ โดยอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยในไตรมาส 2/2565 อยู่ที่ 34.25 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 9.4% จาก 31.32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีก่อน ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยปัจจัยด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่ส่งผลดีต่อกำไรขั้นต้นมีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อเนื่องตราบเท่าที่เงินบาทไทยยังคงอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยภายนอกที่อาจผันผวนได้ ส่วนการเติบโตของยอดขายในกลุ่มถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นนั้น ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์การขายและการตอบรับของตลาด ซึ่งฝ่ายจัดการไม่ได้ระบุถึงแนวโน้มที่ชัดเจน แต่การที่ยอดขายเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มสินค้าบ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์ ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิพุ่ง 811.5% YoY:** จาก 7.5 ล้านบาท ใน Q2/2564 เป็น 68.8 ล้านบาท ใน Q2/2565 * **รายได้รวมเติบโต 21.0% YoY:** จาก 369.4 ล้านบาท ใน Q2/2564 เป็น 446.8 ล้านบาท ใน Q2/2565 * **กำไรขั้นต้น (GPM) ขยายตัวก้าวกระโดด:** จาก 18.7% ใน Q2/2564 เป็น 29.2% ใน Q2/2565 * **ค่าใช้จ่ายการขายลดลง 70.4% YoY:** จาก 41.0 ล้านบาท เหลือ 12.1 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีค่าการตลาดสำหรับสินค้า Playboy * **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น:** จาก 1.4 ล้านบาท เป็น 20.7 ล้านบาท เป็นผลจากการปรับปรุงมูลค่าเผื่อฯ ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ * **ภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น:** จากรายได้ภาษี 1.1 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายภาษี 11.9 ล้านบาท เนื่องจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีหมดอายุ ## ภาพรวมผลประกอบการ **ไตรมาส 2 ปี 2565:** กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวม 446.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.0% หรือ 77.4 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากยอดขายในกลุ่มธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นเพิ่มขึ้น 74.7 ล้านบาท ในทุกกลุ่มสินค้า ทั้ง OEM, งานประมูล และ OBM กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 18.7% เป็น 29.2% ของยอดขาย ซึ่งเป็นผลจากการอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้กำไรขั้นต้นในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อแปลงเป็นบาทมีมูลค่าสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 70.4% เนื่องจากไม่มีค่าการตลาดสำหรับสินค้า Playboy แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 26.2% จากค่าใช้จ่ายพิเศษเกี่ยวกับคดีความกับ Playboy และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 1,358.2% จาก 1.4 ล้านบาท เป็น 20.7 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการปรับปรุงมูลค่าเผื่อฯ ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ กำไรอื่นเพิ่มขึ้น 74.1% จาก 15.5 ล้านบาท เป็น 27.0 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ภาษีเงินได้กลายเป็นค่าใช้จ่าย 11.9 ล้านบาท จากที่เคยเป็นรายได้ภาษี 1.1 ล้านบาท เนื่องจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีหมดอายุ ส่งผลให้กำไรสุทธิรวม 68.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 811.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน **งวด 6 เดือน ปี 2565:** รายได้รวม 965.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.1% หรือ 161.9 ล้านบาท โดยธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นเพิ่มขึ้น 182.2 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจกล่องกระดาษลดลง 13.4 ล้านบาท กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 22.0% เป็น 27.6% ของยอดขาย แม้ว่ากำไรขั้นต้นของธุรกิจกล่องกระดาษจะลดลง 13% ค่าใช้จ่ายการขายลดลง 62.4% จากการไม่มีค่าการตลาด Playboy แต่ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 45.5% จากค่าใช้จ่ายคดีความกับ Playboy ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 992.5% จาก 1.8 ล้านบาท เป็น 19.6 ล้านบาท กำไรอื่นลดลง 35.3% จาก 43.1 ล้านบาท เป็น 27.9 ล้านบาท ภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นเป็น 19.3 ล้านบาท จาก 0.1 ล้านบาท เนื่องจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีหมดอายุ ส่งผลให้กำไรสุทธิรวม 137.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน ## โอกาส * **การเติบโตของยอดขายในกลุ่มถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่น:** การเพิ่มขึ้นของยอดขายในทุกกลุ่มสินค้า (OEM, ประมูล, OBM) บ่งชี้ถึงความสามารถในการแข่งขันและการขยายตลาดของผลิตภัณฑ์หลัก * **ผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน:** หากเงินบาทไทยยังคงอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ จะเป็นปัจจัยหนุนกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิอย่างต่อเนื่อง * **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายการขาย:** การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่ายการตลาดและส่งเสริมการขายสำหรับสินค้า Playboy ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานลดลง ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ว่าปัจจุบันจะเป็นปัจจัยบวก แต่หากเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นได้ * **ค่าใช้จ่ายพิเศษเกี่ยวกับคดีความกับ Playboy:** ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากคดีความนี้ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการบริหาร และอาจมีผลต่อเนื่องหากคดีความยังไม่สิ้นสุด * **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนนี้เป็นผลจากการปรับปรุงมูลค่าเผื่อฯ ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงด้านการเก็บหนี้จากลูกหนี้ในต่างประเทศ * **การหมดอายุของสิทธิประโยชน์ทางภาษี:** การที่สิทธิประโยชน์ทางภาษีหมดอายุ ทำให้ภาระภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในอนาคต ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยน:** การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ จะส่งผลโดยตรงต่อกำไรขั้นต้น * **ความคืบหน้าของคดีความกับ Playboy:** ผลของคดีความและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องจะส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการบริหาร * **การบริหารจัดการหนี้สงสัยจะสูญ:** ความสามารถในการควบคุมและลดผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น * **กลยุทธ์การขายและการตลาดสำหรับสินค้า OBM และ OEM:** เพื่อรักษาการเติบโตของยอดขายในกลุ่มธุรกิจหลัก * **ผลกระทบจากการหมดอายุสิทธิประโยชน์ทางภาษี:** การปรับตัวของกำไรสุทธิหลังหักภาษีที่เพิ่มขึ้น ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค) * **ยอดขาย:** การเติบโตของยอดขายในกลุ่มถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มขึ้นของยอดขายในกลุ่ม OEM และงานประมูล ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าภาคธุรกิจ * **ราคาขาย:** แม้จะไม่ได้ระบุราคาขายโดยตรง แต่การที่ยอดขายในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเมื่อแปลงเป็นเงินบาท และการที่กำไรขั้นต้นสูงขึ้น บ่งชี้ว่าราคาขายในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อาจมีการปรับตัวขึ้น หรือมีส่วนผสมของสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น * **ต้นทุนวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงการเตรียมวัตถุดิบหลักและซิลิโคนเพิ่มขึ้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านราคาที่ปรับสูงขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่อาจมีความผันผวน * **ค่าใช้จ่ายการตลาด:** การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่ายการตลาดและส่งเสริมการขายสำหรับสินค้า Playboy เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยลดต้นทุน * **ช่องทาง Modern Trade/Online:** เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับช่องทางขายเหล่านี้โดยเฉพาะ แต่การเติบโตของยอดขาย OBM อาจรวมถึงการขายผ่านช่องทางเหล่านี้ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์หมุนเวียน:** เพิ่มขึ้น 9.4% เป็น 983.6 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น (18.5 ล้านบาท) และสินค้าคงเหลือ (65.1 ล้านบาท) ซึ่งเป็นการเตรียมวัตถุดิบเพิ่ม * **สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน:** เพิ่มขึ้น 3.1% เป็น 720.6 ล้านบาท จากการซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ใหม่ (68.1 ล้านบาท) ในบริษัทย่อย * **หนี้สินหมุนเวียน:** ลดลง 3.6% เป็น 742.3 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและส่วนที่ถึงกำหนดชำระของเงินกู้ระยะยาว แต่มีเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้นจากการซื้อวัตถุดิบ * **หนี้สินไม่หมุนเวียน:** ลดลง 3.1% เป็น 104.5 ล้านบาท จากการจ่ายชำระหนี้สินตามสัญญาเช่า * **ส่วนของเจ้าของ:** เพิ่มขึ้น 19.0% เป็น 857.5 ล้านบาท จากกำไรสุทธิ 137.1 ล้านบาท ในงวด 6 เดือน ## สรุปท้าย TNR ในไตรมาส 2 ปี 2565 โชว์ผลประกอบการที่โดดเด่นด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 811.5% เป็นผลจากการเติบโตของยอดขายกลุ่มถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่น ประกอบกับปัจจัยบวกจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลงของเงินบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีค่าใช้จ่ายพิเศษจากคดีความกับ Playboy และผลขาดทุนด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้น รวมถึงภาระภาษีที่สูงขึ้นจากการหมดอายุสิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่ภาพรวมยังคงแข็งแกร่ง นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนและความคืบหน้าของคดีความกับ Playboy เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TNR ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
484.70 ล้านบาท
↓ 8.6% YoY
กำไรขั้นต้น
107.14 ล้านบาท
↓ 13.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.10 %
กำไรสุทธิ
2.32 ล้านบาท
↓ 96.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.48 %
D/E Ratio
1.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
485
↓ -8.6% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
107
↓ -13.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2
↓ -96.7% YoY
D/E Ratio
1.05

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TNR

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
484.70
-8.61%
530.35
-1.64%
539.19
+36.80%
394.14
-4.75%
413.82
-23.63%
541.89
-3.62%
กำไรขั้นต้น —
107.14
-13.92%
124.46
-22.27%
160.12
+68.56%
94.99
+129.58%
-321.18
-282.72%
175.78
+7.32%
ค่าใช้จ่ายรวม —
71.74
-12.55%
82.04
+36.45%
60.13
-15.72%
71.34
-24.27%
94.20
+32.24%
71.23
-17.84%
กำไรสุทธิ —
2.32
-96.70%
70.20
-13.74%
81.38
+2,057.71%
-4.16
+99.29%
-584.29
-1,453.24%
43.18
-25.55%
กำไรต่อหุ้น —
0.01
-96.58%
0.23
-13.65%
0.27
+2,035.71%
-0.01
+99.28%
-1.95
-1,452.78%
0.14
-25.39%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
22.10
-5.84%
23.47
-20.98%
29.70
+23.24%
24.10
+131.05%
-77.62
-339.27%
32.44
+11.36%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
14.80
-4.33%
15.47
+38.74%
11.15
-38.40%
18.10
-20.47%
22.76
+73.08%
13.15
-14.72%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
0.48
-96.37%
13.24
-12.26%
15.09
+1,537.14%
-1.05
+99.26%
-141.20
-1,871.64%
7.97
-22.70%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
1.48
+17.46%
1.26
+763.16%
-0.19
-375.00%
-0.04
-107.27%
0.55
0.00
ROE(%) —
10.46
-77.54%
46.57
+118.43%
21.32
-32.77%
31.71
+167.45%
-47.01
-195.57%
49.19
ROA(%) —
7.72
-76.48%
32.83
+141.57%
13.59
-25.86%
18.33
+159.30%
-30.91
-193.33%
33.12
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.05
+61.54%
0.65
-26.14%
0.88
-2.22%
0.90
-26.23%
1.22
+54.43%
0.79
P/E —
8.84
+80.04%
4.91
-80.35%
24.99
+162.22%
9.53
-43.24%
16.79
-46.00%
31.09
-0.13%
P/BV —
1.36
-35.85%
2.12
-30.72%
3.06
-23.69%
4.01
+90.95%
2.10
-35.78%
3.27
+40.34%
BV —
4.37
+3.80%
4.21
+32.81%
3.17
+2.59%
3.09
-28.64%
4.33
+6.39%
4.07
+4.36%
YIELD(%) —
13.45
+139.32%
5.62
+9.13%
5.15
-24.04%
6.78
+137.06%
2.86
+58.89%
1.80
-18.18%
ราคาหุ้น —
5.95
-33.15%
8.90
-8.25%
9.70
-21.77%
12.40
+36.26%
9.10
-31.58%
13.30
+46.15%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.05
ROE (%)
10.46
ROA (%)
7.72
Book Value/หุ้น
4.35

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TNR

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
1,482.03
+31.03%
1,131.05
+7.08%
1,056.28
+7.87%
979.21
+8.89%
899.27
-10.14%
1,000.76
+6.99%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
1,043.08
-1.95%
1,063.82
+42.55%
746.30
-5.80%
792.26
+13.37%
698.85
-32.83%
1,040.46
-3.09%
รวมสินทรัพย์ —
2,525.11
+15.05%
2,194.87
+21.76%
1,802.58
+1.76%
1,771.47
+10.85%
1,598.11
-21.71%
2,041.22
+1.60%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
1,142.45
+52.58%
748.77
+3.20%
725.52
+3.13%
703.52
-8.63%
770.00
+29.12%
596.34
+9.57%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
148.44
+26.21%
117.61
+0.91%
116.55
-12.77%
133.60
+23.91%
107.82
-42.51%
187.55
-21.02%
รวมหนี้สิน —
1,290.90
+49.00%
866.38
+2.89%
842.07
+0.59%
837.12
-4.64%
877.82
+11.98%
783.90
+0.28%
รวมส่วนของเจ้าของ —
1,234.21
-7.10%
1,328.48
+38.31%
960.51
+2.80%
934.35
+29.72%
720.29
-42.71%
1,257.32
+2.45%
D/E —
1.05
0.65
0.88
0.90
1.22
0.62
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
10.46
46.57
21.32
31.71
-47.01
49.19
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
7.72
32.83
13.59
18.33
-30.91
33.12
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.30
1.51
1.46
1.39
1.17
1.35
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
1.01
1.11
1.06
0.88
0.76
0.98
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
147.96
119.89
0.00
0.00
136.37
144.77
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
78.87
64.15
0.00
0.00
67.64
53.12
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
64.48
63.36
0.00
0.00
78.61
69.31
วงจรเงินสด —
162.35
120.68
0.00
0.00
125.40
128.58
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-17
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+35
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TNR

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-16.89
-90.73%
-182.13
+236.34%
-54.15
-57.08%
-126.17
+5,823.47%
-2.13
-100.75%
284.89
+160.63%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
34.50
-37.50%
55.20
+31.65%
41.93
-33.32%
62.88
+338.49%
14.34
-122.91%
-62.58
-69.83%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
-478.68
-473.56%
128.14
+73.05%
74.05
+10.94%
66.75
-3.15%
68.92
-134.68%
-198.71
-418.19%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-432.50
-35,550.82%
1.22
-98.03%
61.83
+1,692.17%
3.45
-95.75%
81.13
+243.77%
23.60
-166.12%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00