บริษัท ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
5.80
+0.05 (+0.87%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8781 out_tok=3220 at=2026-07-26T10:19:13 -->
# TNR กำไร Q2/2565 พุ่ง 811.5% รับอานิสงส์บาทอ่อน-ยอดขายถุงยางโต
## รายได้-กำไรโตแรงจากยอดขายกลุ่มถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ผลจากอัตราแลกเปลี่ยนหนุนกำไรขั้นต้น
บริษัท ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TNR รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวม 446.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.0% และมีกำไรสุทธิ 68.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 811.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากยอดขายในกลุ่มธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ประกอบกับผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลงของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TNR ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเติบโตของยอดขายในกลุ่มธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่น** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 21.0% และ **การแข็งค่าของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin)** ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 18.7% ในปีก่อนเป็น 29.2% ในไตรมาสนี้ ปัจจัยทั้งสองนี้ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 811.5%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ยอดขายกลุ่มถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นเติบโต:** การเพิ่มขึ้นของยอดขาย 77.4 ล้านบาท มาจากทุกกลุ่มสินค้า ทั้งกลุ่มรับจ้างผลิต (OEM) ที่เพิ่มขึ้น 51.9 ล้านบาท, กลุ่มงานประมูลเพิ่มขึ้น 26.3 ล้านบาท และกลุ่มสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (OBM) เพิ่มขึ้น 15.6 ล้านบาท โดยไม่มีการระบุถึงยอดขายสินค้าภายใต้แบรนด์ Playboy ในงวดนี้
* **อัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นจากอัตราแลกเปลี่ยน:** กำไรขั้นต้นที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นผลโดยตรงจากการอ่อนค่าของเงินบาทไทยเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากยอดขายส่วนใหญ่ของบริษัทแม่เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ โดยอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยในไตรมาส 2/2565 อยู่ที่ 34.25 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 9.4% จาก 31.32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยปัจจัยด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่ส่งผลดีต่อกำไรขั้นต้นมีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อเนื่องตราบเท่าที่เงินบาทไทยยังคงอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยภายนอกที่อาจผันผวนได้ ส่วนการเติบโตของยอดขายในกลุ่มถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นนั้น ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์การขายและการตอบรับของตลาด ซึ่งฝ่ายจัดการไม่ได้ระบุถึงแนวโน้มที่ชัดเจน แต่การที่ยอดขายเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มสินค้าบ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 811.5% YoY:** จาก 7.5 ล้านบาท ใน Q2/2564 เป็น 68.8 ล้านบาท ใน Q2/2565
* **รายได้รวมเติบโต 21.0% YoY:** จาก 369.4 ล้านบาท ใน Q2/2564 เป็น 446.8 ล้านบาท ใน Q2/2565
* **กำไรขั้นต้น (GPM) ขยายตัวก้าวกระโดด:** จาก 18.7% ใน Q2/2564 เป็น 29.2% ใน Q2/2565
* **ค่าใช้จ่ายการขายลดลง 70.4% YoY:** จาก 41.0 ล้านบาท เหลือ 12.1 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีค่าการตลาดสำหรับสินค้า Playboy
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น:** จาก 1.4 ล้านบาท เป็น 20.7 ล้านบาท เป็นผลจากการปรับปรุงมูลค่าเผื่อฯ ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
* **ภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น:** จากรายได้ภาษี 1.1 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายภาษี 11.9 ล้านบาท เนื่องจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีหมดอายุ
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 2 ปี 2565:** กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวม 446.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.0% หรือ 77.4 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากยอดขายในกลุ่มธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นเพิ่มขึ้น 74.7 ล้านบาท ในทุกกลุ่มสินค้า ทั้ง OEM, งานประมูล และ OBM กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 18.7% เป็น 29.2% ของยอดขาย ซึ่งเป็นผลจากการอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้กำไรขั้นต้นในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อแปลงเป็นบาทมีมูลค่าสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 70.4% เนื่องจากไม่มีค่าการตลาดสำหรับสินค้า Playboy แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 26.2% จากค่าใช้จ่ายพิเศษเกี่ยวกับคดีความกับ Playboy และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 1,358.2% จาก 1.4 ล้านบาท เป็น 20.7 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการปรับปรุงมูลค่าเผื่อฯ ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ กำไรอื่นเพิ่มขึ้น 74.1% จาก 15.5 ล้านบาท เป็น 27.0 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ภาษีเงินได้กลายเป็นค่าใช้จ่าย 11.9 ล้านบาท จากที่เคยเป็นรายได้ภาษี 1.1 ล้านบาท เนื่องจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีหมดอายุ ส่งผลให้กำไรสุทธิรวม 68.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 811.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน
**งวด 6 เดือน ปี 2565:** รายได้รวม 965.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.1% หรือ 161.9 ล้านบาท โดยธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นเพิ่มขึ้น 182.2 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจกล่องกระดาษลดลง 13.4 ล้านบาท กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 22.0% เป็น 27.6% ของยอดขาย แม้ว่ากำไรขั้นต้นของธุรกิจกล่องกระดาษจะลดลง 13% ค่าใช้จ่ายการขายลดลง 62.4% จากการไม่มีค่าการตลาด Playboy แต่ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 45.5% จากค่าใช้จ่ายคดีความกับ Playboy ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 992.5% จาก 1.8 ล้านบาท เป็น 19.6 ล้านบาท กำไรอื่นลดลง 35.3% จาก 43.1 ล้านบาท เป็น 27.9 ล้านบาท ภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นเป็น 19.3 ล้านบาท จาก 0.1 ล้านบาท เนื่องจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีหมดอายุ ส่งผลให้กำไรสุทธิรวม 137.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของยอดขายในกลุ่มถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่น:** การเพิ่มขึ้นของยอดขายในทุกกลุ่มสินค้า (OEM, ประมูล, OBM) บ่งชี้ถึงความสามารถในการแข่งขันและการขยายตลาดของผลิตภัณฑ์หลัก
* **ผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน:** หากเงินบาทไทยยังคงอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ จะเป็นปัจจัยหนุนกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิอย่างต่อเนื่อง
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายการขาย:** การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่ายการตลาดและส่งเสริมการขายสำหรับสินค้า Playboy ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานลดลง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ว่าปัจจุบันจะเป็นปัจจัยบวก แต่หากเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นได้
* **ค่าใช้จ่ายพิเศษเกี่ยวกับคดีความกับ Playboy:** ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากคดีความนี้ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการบริหาร และอาจมีผลต่อเนื่องหากคดีความยังไม่สิ้นสุด
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนนี้เป็นผลจากการปรับปรุงมูลค่าเผื่อฯ ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงด้านการเก็บหนี้จากลูกหนี้ในต่างประเทศ
* **การหมดอายุของสิทธิประโยชน์ทางภาษี:** การที่สิทธิประโยชน์ทางภาษีหมดอายุ ทำให้ภาระภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยน:** การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ จะส่งผลโดยตรงต่อกำไรขั้นต้น
* **ความคืบหน้าของคดีความกับ Playboy:** ผลของคดีความและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องจะส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการบริหาร
* **การบริหารจัดการหนี้สงสัยจะสูญ:** ความสามารถในการควบคุมและลดผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
* **กลยุทธ์การขายและการตลาดสำหรับสินค้า OBM และ OEM:** เพื่อรักษาการเติบโตของยอดขายในกลุ่มธุรกิจหลัก
* **ผลกระทบจากการหมดอายุสิทธิประโยชน์ทางภาษี:** การปรับตัวของกำไรสุทธิหลังหักภาษีที่เพิ่มขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **ยอดขาย:** การเติบโตของยอดขายในกลุ่มถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มขึ้นของยอดขายในกลุ่ม OEM และงานประมูล ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าภาคธุรกิจ
* **ราคาขาย:** แม้จะไม่ได้ระบุราคาขายโดยตรง แต่การที่ยอดขายในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเมื่อแปลงเป็นเงินบาท และการที่กำไรขั้นต้นสูงขึ้น บ่งชี้ว่าราคาขายในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อาจมีการปรับตัวขึ้น หรือมีส่วนผสมของสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงการเตรียมวัตถุดิบหลักและซิลิโคนเพิ่มขึ้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านราคาที่ปรับสูงขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่อาจมีความผันผวน
* **ค่าใช้จ่ายการตลาด:** การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่ายการตลาดและส่งเสริมการขายสำหรับสินค้า Playboy เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยลดต้นทุน
* **ช่องทาง Modern Trade/Online:** เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับช่องทางขายเหล่านี้โดยเฉพาะ แต่การเติบโตของยอดขาย OBM อาจรวมถึงการขายผ่านช่องทางเหล่านี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์หมุนเวียน:** เพิ่มขึ้น 9.4% เป็น 983.6 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น (18.5 ล้านบาท) และสินค้าคงเหลือ (65.1 ล้านบาท) ซึ่งเป็นการเตรียมวัตถุดิบเพิ่ม
* **สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน:** เพิ่มขึ้น 3.1% เป็น 720.6 ล้านบาท จากการซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ใหม่ (68.1 ล้านบาท) ในบริษัทย่อย
* **หนี้สินหมุนเวียน:** ลดลง 3.6% เป็น 742.3 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและส่วนที่ถึงกำหนดชำระของเงินกู้ระยะยาว แต่มีเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้นจากการซื้อวัตถุดิบ
* **หนี้สินไม่หมุนเวียน:** ลดลง 3.1% เป็น 104.5 ล้านบาท จากการจ่ายชำระหนี้สินตามสัญญาเช่า
* **ส่วนของเจ้าของ:** เพิ่มขึ้น 19.0% เป็น 857.5 ล้านบาท จากกำไรสุทธิ 137.1 ล้านบาท ในงวด 6 เดือน
## สรุปท้าย
TNR ในไตรมาส 2 ปี 2565 โชว์ผลประกอบการที่โดดเด่นด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 811.5% เป็นผลจากการเติบโตของยอดขายกลุ่มถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่น ประกอบกับปัจจัยบวกจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลงของเงินบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีค่าใช้จ่ายพิเศษจากคดีความกับ Playboy และผลขาดทุนด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้น รวมถึงภาระภาษีที่สูงขึ้นจากการหมดอายุสิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่ภาพรวมยังคงแข็งแกร่ง นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนและความคืบหน้าของคดีความกับ Playboy เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TNR ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
484.70
ล้านบาท
↓ 8.6% YoY
กำไรขั้นต้น
107.14
ล้านบาท
↓ 13.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.10
%
กำไรสุทธิ
2.32
ล้านบาท
↓ 96.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.48
%
D/E Ratio
1.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
485
↓ -8.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
107
↓ -13.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2
↓ -96.7%
YoY
D/E Ratio
1.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TNR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.05
ROE (%)
10.46
ROA (%)
7.72
Book Value/หุ้น
4.29
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TNR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-17
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+35
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TNR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-16.89
-90.73%
|
-182.13
+236.34%
|
-54.15
-57.08%
|
-126.17
+5,823.47%
|
-2.13
-100.75%
|
284.89
+160.63%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
34.50
-37.50%
|
55.20
+31.65%
|
41.93
-33.32%
|
62.88
+338.49%
|
14.34
-122.91%
|
-62.58
-69.83%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-478.68
-473.56%
|
128.14
+73.05%
|
74.05
+10.94%
|
66.75
-3.15%
|
68.92
-134.68%
|
-198.71
-418.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-432.50
-35,550.82%
|
1.22
-98.03%
|
61.83
+1,692.17%
|
3.45
-95.75%
|
81.13
+243.77%
|
23.60
-166.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|