TNR
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TNR
บริษัท ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
5.90
+0.00 (+0.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=20351 out_tok=2646 at=2026-07-26T09:38:55 --> # TNR กำไรสุทธิ Q2/66 หดตัว 49.8% รับผลกระทบค่าใช้จ่ายพิเศษ-FX ## รายได้โต 10.3% แต่กำไรสุทธิทรุดหนัก เหตุค่าใช้จ่ายคดีความ-FX กดดัน บริษัท ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TNR รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 492.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 49.8% มาอยู่ที่ 34.6 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากค่าใช้จ่ายพิเศษเกี่ยวกับคดีความในต่างประเทศ และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ TNR ในไตรมาส 2/2566 ปรับตัวลดลงอย่างมาก มาจาก **ค่าใช้จ่ายพิเศษที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ส่งผลต่อกำไรอื่น** แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ดีก็ตาม **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** * **ค่าใช้จ่ายพิเศษเกี่ยวกับคดีความ:** ฝ่ายบริหารระบุว่า ค่าใช้จ่ายในการบริหารในไตรมาส 2/2566 เพิ่มขึ้นถึง 48.9 ล้านบาท (จาก 42.4 ล้านบาท เป็น 91.3 ล้านบาท) ซึ่งเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายพิเศษเกี่ยวกับคดีความที่ศาลต่างประเทศ ปัจจัยนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรจากการดำเนินงาน * **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ว่าบริษัทฯ จะมีการทำสัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยง แต่การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ในไตรมาส 2/2566 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2565 ส่งผลให้กำไรสุทธิจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง 10.7 ล้านบาท (จาก 27.0 ล้านบาท เป็น 16.3 ล้านบาท) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายการกำไรอื่นที่ลดลง **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **ลักษณะครั้งคราว** ปัจจัยหลักที่กดดันกำไรสุทธิในไตรมาสนี้คือ **ค่าใช้จ่ายพิเศษเกี่ยวกับคดีความ** ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (one-time expense) และไม่น่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้นจากคดีความนี้ส่งผลกระทบต่อฐานกำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมเติบโต 10.3%:** รายได้จากการขายและบริการรวมอยู่ที่ 492.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.8 ล้านบาท โดยธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นมียอดขายเพิ่มขึ้น 43.5 ล้านบาท และธุรกิจกล่องกระดาษเพิ่มขึ้น 2.3 ล้านบาท * **กำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น:** กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 19.8 ล้านบาท เป็น 150.4 ล้านบาท คิดเป็น 30.5% ของยอดขาย เพิ่มขึ้นจาก 29.2% ในปีก่อน เป็นผลจากยอดขายที่เพิ่มสูงขึ้น * **ค่าใช้จ่ายการตลาดเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 9.6 ล้านบาท เป็น 21.7 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการเพิ่มยอดขาย * **ค่าใช้จ่ายพิเศษกดดันกำไรสุทธิ:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารพุ่งสูงขึ้น 48.9 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายพิเศษเกี่ยวกับคดีความในต่างประเทศ * **กำไรสุทธิลดลง 49.8%:** กำไรสุทธิสำหรับงวด 3 เดือน อยู่ที่ 34.6 ล้านบาท ลดลง 34.3 ล้านบาท จาก 68.9 ล้านบาทในปีก่อน * **ภาพรวม 6 เดือนแรก:** รายได้รวม 985.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.0% แต่กำไรสุทธิลดลง 60.7% มาอยู่ที่ 53.9 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายพิเศษ ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 2/2566 TNR มีรายได้จากการขายและบริการรวม 492.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% จาก 446.8 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นที่มียอดขายเพิ่มขึ้น 43.5 ล้านบาท และธุรกิจกล่องกระดาษที่เพิ่มขึ้น 2.3 ล้านบาท กำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น 19.8 ล้านบาท มาอยู่ที่ 150.4 ล้านบาท หรือคิดเป็น 30.5% ของยอดขาย เพิ่มขึ้นจาก 29.2% ในปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 9.6 ล้านบาท จากการเพิ่มค่าใช้จ่ายการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขาย ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารพุ่งสูงขึ้นถึง 48.9 ล้านบาท อันเนื่องมาจากค่าใช้จ่ายพิเศษเกี่ยวกับคดีความในต่างประเทศ นอกจากนี้ ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง 5.3 ล้านบาท และกำไรอื่น (สุทธิ) ลดลง 10.7 ล้านบาท โดยหลักจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 49.8% มาอยู่ที่ 34.6 ล้านบาท สำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 985.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.0% จาก 965.4 ล้านบาทในปีก่อน โดยธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นเพิ่มขึ้น 11.0 ล้านบาท และธุรกิจกล่องกระดาษเพิ่มขึ้น 8.6 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นลดลง 19.2 ล้านบาท เป็นผลจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 8.9 ล้านบาท จากการเพิ่มค่าใช้จ่ายการตลาด ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 54.6 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายพิเศษเกี่ยวกับคดีความในต่างประเทศ และกำไรอื่นลดลง 22.8 ล้านบาท จากผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 60.7% มาอยู่ที่ 53.9 ล้านบาท ## โอกาส * **การเติบโตของธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่น:** ยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ยังคงเติบโตได้ดี แสดงถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และความต้องการของตลาด * **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** การลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับธุรกิจใหม่ในบริษัทย่อย อาจเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจและสร้างรายได้ในอนาคต * **การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ:** การลดลงของสินค้าคงเหลือแสดงถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ## ความเสี่ยง * **ค่าใช้จ่ายพิเศษจากคดีความ:** ค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดขึ้นจากคดีความในต่างประเทศเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อผลกำไรในระยะสั้น และต้องติดตามความคืบหน้าของคดี * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผลกำไรผ่านรายการกำไร (ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยน * **ต้นทุนวัตถุดิบและสาธารณูปโภค:** ต้นทุนที่สูงขึ้นใน 6 เดือนแรกของปี ส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้น * **ค่าใช้จ่ายการตลาดที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มค่าใช้จ่ายการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขาย อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ความคืบหน้าและผลของคดีความในต่างประเทศ:** จะส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในการบริหารในไตรมาสถัดไป * **แนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทจะยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด * **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและสาธารณูปโภค:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนจะส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้น * **ประสิทธิภาพของแคมเปญการตลาด:** การใช้จ่ายค่าการตลาดที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อยอดขายและกำไรอย่างไร * **การเติบโตของธุรกิจกล่องกระดาษ:** แม้จะเติบโตเล็กน้อย แต่การรักษาโมเมนตัมเป็นสิ่งสำคัญ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค) * **ยอดขายถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นเติบโตต่อเนื่อง:** เป็นสัญญาณที่ดีว่าผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทฯ ยังคงได้รับความนิยมและมีความต้องการในตลาดอย่างต่อเนื่อง * **การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ:** การลดลงของสินค้าคงเหลือ 53.3 ล้านบาท บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการที่รัดกุมขึ้น อาจเป็นผลจากการขายที่ดีขึ้น หรือการปรับแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการ * **ค่าใช้จ่ายการตลาดที่เพิ่มขึ้น:** การลงทุนในการตลาดเพื่อเพิ่มยอดขายเป็นกลยุทธ์ปกติของธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค แต่ต้องพิจารณาถึงผลตอบแทนที่ได้รับอย่างรอบคอบ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 TNR มีสินทรัพย์รวม 1,839.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 7.6% เป็น 1,053.8 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากเงินสดและลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น ขณะที่สินค้าคงเหลือลดลง หนี้สินรวมอยู่ที่ 953.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.9% โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 15.7% จากเงินกู้ยืมระยะสั้นและเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น ส่วนของเจ้าของลดลง 5.2% มาอยู่ที่ 885.5 ล้านบาท จากการจ่ายปันผล ## สรุปท้าย แม้ว่า TNR จะสามารถสร้างการเติบโตของรายได้ในไตรมาส 2/2566 ได้ถึง 10.3% จากการขายผลิตภัณฑ์ถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 49.8% เนื่องจากผลกระทบจากค่าใช้จ่ายพิเศษเกี่ยวกับคดีความในต่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยชั่วคราว แต่ก็สร้างแรงกดดันต่อผลประกอบการอย่างมาก นอกจากนี้ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายการตลาดจะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูกำไรในระยะต่อไป โดยนักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของคดีความและแนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TNR ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
484.70 ล้านบาท
↓ 8.6% YoY
กำไรขั้นต้น
107.14 ล้านบาท
↓ 13.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.10 %
กำไรสุทธิ
2.32 ล้านบาท
↓ 96.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.48 %
D/E Ratio
1.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
485
↓ -8.6% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
107
↓ -13.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2
↓ -96.7% YoY
D/E Ratio
1.05

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TNR

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
484.70
-8.61%
530.35
-1.64%
539.19
+36.80%
394.14
-4.75%
413.82
-23.63%
541.89
-3.62%
กำไรขั้นต้น —
107.14
-13.92%
124.46
-22.27%
160.12
+68.56%
94.99
+129.58%
-321.18
-282.72%
175.78
+7.32%
ค่าใช้จ่ายรวม —
71.74
-12.55%
82.04
+36.45%
60.13
-15.72%
71.34
-24.27%
94.20
+32.24%
71.23
-17.84%
กำไรสุทธิ —
2.32
-96.70%
70.20
-13.74%
81.38
+2,057.71%
-4.16
+99.29%
-584.29
-1,453.24%
43.18
-25.55%
กำไรต่อหุ้น —
0.01
-96.58%
0.23
-13.65%
0.27
+2,035.71%
-0.01
+99.28%
-1.95
-1,452.78%
0.14
-25.39%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
22.10
-5.84%
23.47
-20.98%
29.70
+23.24%
24.10
+131.05%
-77.62
-339.27%
32.44
+11.36%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
14.80
-4.33%
15.47
+38.74%
11.15
-38.40%
18.10
-20.47%
22.76
+73.08%
13.15
-14.72%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
0.48
-96.37%
13.24
-12.26%
15.09
+1,537.14%
-1.05
+99.26%
-141.20
-1,871.64%
7.97
-22.70%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
1.48
+17.46%
1.26
+763.16%
-0.19
-375.00%
-0.04
-107.27%
0.55
0.00
ROE(%) —
10.46
-77.54%
46.57
+118.43%
21.32
-32.77%
31.71
+167.45%
-47.01
-195.57%
49.19
ROA(%) —
7.72
-76.48%
32.83
+141.57%
13.59
-25.86%
18.33
+159.30%
-30.91
-193.33%
33.12
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.05
+61.54%
0.65
-26.14%
0.88
-2.22%
0.90
-26.23%
1.22
+54.43%
0.79
P/E —
8.84
+80.04%
4.91
-80.35%
24.99
+162.22%
9.53
-43.24%
16.79
-46.00%
31.09
-0.13%
P/BV —
1.36
-35.85%
2.12
-30.72%
3.06
-23.69%
4.01
+90.95%
2.10
-35.78%
3.27
+40.34%
BV —
4.37
+3.80%
4.21
+32.81%
3.17
+2.59%
3.09
-28.64%
4.33
+6.39%
4.07
+4.36%
YIELD(%) —
13.45
+139.32%
5.62
+9.13%
5.15
-24.04%
6.78
+137.06%
2.86
+58.89%
1.80
-18.18%
ราคาหุ้น —
5.95
-33.15%
8.90
-8.25%
9.70
-21.77%
12.40
+36.26%
9.10
-31.58%
13.30
+46.15%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.05
ROE (%)
10.46
ROA (%)
7.72
Book Value/หุ้น
4.35

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TNR

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
1,482.03
+31.03%
1,131.05
+7.08%
1,056.28
+7.87%
979.21
+8.89%
899.27
-10.14%
1,000.76
+6.99%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
1,043.08
-1.95%
1,063.82
+42.55%
746.30
-5.80%
792.26
+13.37%
698.85
-32.83%
1,040.46
-3.09%
รวมสินทรัพย์ —
2,525.11
+15.05%
2,194.87
+21.76%
1,802.58
+1.76%
1,771.47
+10.85%
1,598.11
-21.71%
2,041.22
+1.60%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
1,142.45
+52.58%
748.77
+3.20%
725.52
+3.13%
703.52
-8.63%
770.00
+29.12%
596.34
+9.57%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
148.44
+26.21%
117.61
+0.91%
116.55
-12.77%
133.60
+23.91%
107.82
-42.51%
187.55
-21.02%
รวมหนี้สิน —
1,290.90
+49.00%
866.38
+2.89%
842.07
+0.59%
837.12
-4.64%
877.82
+11.98%
783.90
+0.28%
รวมส่วนของเจ้าของ —
1,234.21
-7.10%
1,328.48
+38.31%
960.51
+2.80%
934.35
+29.72%
720.29
-42.71%
1,257.32
+2.45%
D/E —
1.05
0.65
0.88
0.90
1.22
0.62
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
10.46
46.57
21.32
31.71
-47.01
49.19
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
7.72
32.83
13.59
18.33
-30.91
33.12
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.30
1.51
1.46
1.39
1.17
1.35
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
1.01
1.11
1.06
0.88
0.76
0.98
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
147.96
119.89
0.00
0.00
136.37
144.77
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
78.87
64.15
0.00
0.00
67.64
53.12
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
64.48
63.36
0.00
0.00
78.61
69.31
วงจรเงินสด —
162.35
120.68
0.00
0.00
125.40
128.58
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-17
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+35
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TNR

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-16.89
-90.73%
-182.13
+236.34%
-54.15
-57.08%
-126.17
+5,823.47%
-2.13
-100.75%
284.89
+160.63%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
34.50
-37.50%
55.20
+31.65%
41.93
-33.32%
62.88
+338.49%
14.34
-122.91%
-62.58
-69.83%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
-478.68
-473.56%
128.14
+73.05%
74.05
+10.94%
66.75
-3.15%
68.92
-134.68%
-198.71
-418.19%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-432.50
-35,550.82%
1.22
-98.03%
61.83
+1,692.17%
3.45
-95.75%
81.13
+243.77%
23.60
-166.12%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00