บริษัท ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
5.80
+0.05 (+0.87%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=20351 out_tok=2646 at=2026-07-26T09:38:55 -->
# TNR กำไรสุทธิ Q2/66 หดตัว 49.8% รับผลกระทบค่าใช้จ่ายพิเศษ-FX
## รายได้โต 10.3% แต่กำไรสุทธิทรุดหนัก เหตุค่าใช้จ่ายคดีความ-FX กดดัน
บริษัท ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TNR รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 492.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 49.8% มาอยู่ที่ 34.6 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากค่าใช้จ่ายพิเศษเกี่ยวกับคดีความในต่างประเทศ และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ TNR ในไตรมาส 2/2566 ปรับตัวลดลงอย่างมาก มาจาก **ค่าใช้จ่ายพิเศษที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ส่งผลต่อกำไรอื่น** แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ดีก็ตาม
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **ค่าใช้จ่ายพิเศษเกี่ยวกับคดีความ:** ฝ่ายบริหารระบุว่า ค่าใช้จ่ายในการบริหารในไตรมาส 2/2566 เพิ่มขึ้นถึง 48.9 ล้านบาท (จาก 42.4 ล้านบาท เป็น 91.3 ล้านบาท) ซึ่งเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายพิเศษเกี่ยวกับคดีความที่ศาลต่างประเทศ ปัจจัยนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรจากการดำเนินงาน
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ว่าบริษัทฯ จะมีการทำสัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยง แต่การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ในไตรมาส 2/2566 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2565 ส่งผลให้กำไรสุทธิจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง 10.7 ล้านบาท (จาก 27.0 ล้านบาท เป็น 16.3 ล้านบาท) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายการกำไรอื่นที่ลดลง
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว** ปัจจัยหลักที่กดดันกำไรสุทธิในไตรมาสนี้คือ **ค่าใช้จ่ายพิเศษเกี่ยวกับคดีความ** ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (one-time expense) และไม่น่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้นจากคดีความนี้ส่งผลกระทบต่อฐานกำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 10.3%:** รายได้จากการขายและบริการรวมอยู่ที่ 492.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.8 ล้านบาท โดยธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นมียอดขายเพิ่มขึ้น 43.5 ล้านบาท และธุรกิจกล่องกระดาษเพิ่มขึ้น 2.3 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น:** กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 19.8 ล้านบาท เป็น 150.4 ล้านบาท คิดเป็น 30.5% ของยอดขาย เพิ่มขึ้นจาก 29.2% ในปีก่อน เป็นผลจากยอดขายที่เพิ่มสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายการตลาดเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 9.6 ล้านบาท เป็น 21.7 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการเพิ่มยอดขาย
* **ค่าใช้จ่ายพิเศษกดดันกำไรสุทธิ:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารพุ่งสูงขึ้น 48.9 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายพิเศษเกี่ยวกับคดีความในต่างประเทศ
* **กำไรสุทธิลดลง 49.8%:** กำไรสุทธิสำหรับงวด 3 เดือน อยู่ที่ 34.6 ล้านบาท ลดลง 34.3 ล้านบาท จาก 68.9 ล้านบาทในปีก่อน
* **ภาพรวม 6 เดือนแรก:** รายได้รวม 985.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.0% แต่กำไรสุทธิลดลง 60.7% มาอยู่ที่ 53.9 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายพิเศษ
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2/2566 TNR มีรายได้จากการขายและบริการรวม 492.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% จาก 446.8 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นที่มียอดขายเพิ่มขึ้น 43.5 ล้านบาท และธุรกิจกล่องกระดาษที่เพิ่มขึ้น 2.3 ล้านบาท กำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น 19.8 ล้านบาท มาอยู่ที่ 150.4 ล้านบาท หรือคิดเป็น 30.5% ของยอดขาย เพิ่มขึ้นจาก 29.2% ในปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 9.6 ล้านบาท จากการเพิ่มค่าใช้จ่ายการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขาย ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารพุ่งสูงขึ้นถึง 48.9 ล้านบาท อันเนื่องมาจากค่าใช้จ่ายพิเศษเกี่ยวกับคดีความในต่างประเทศ นอกจากนี้ ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง 5.3 ล้านบาท และกำไรอื่น (สุทธิ) ลดลง 10.7 ล้านบาท โดยหลักจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 49.8% มาอยู่ที่ 34.6 ล้านบาท
สำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 985.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.0% จาก 965.4 ล้านบาทในปีก่อน โดยธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นเพิ่มขึ้น 11.0 ล้านบาท และธุรกิจกล่องกระดาษเพิ่มขึ้น 8.6 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นลดลง 19.2 ล้านบาท เป็นผลจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 8.9 ล้านบาท จากการเพิ่มค่าใช้จ่ายการตลาด ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 54.6 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายพิเศษเกี่ยวกับคดีความในต่างประเทศ และกำไรอื่นลดลง 22.8 ล้านบาท จากผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 60.7% มาอยู่ที่ 53.9 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่น:** ยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ยังคงเติบโตได้ดี แสดงถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และความต้องการของตลาด
* **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** การลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับธุรกิจใหม่ในบริษัทย่อย อาจเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจและสร้างรายได้ในอนาคต
* **การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ:** การลดลงของสินค้าคงเหลือแสดงถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ค่าใช้จ่ายพิเศษจากคดีความ:** ค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดขึ้นจากคดีความในต่างประเทศเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อผลกำไรในระยะสั้น และต้องติดตามความคืบหน้าของคดี
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผลกำไรผ่านรายการกำไร (ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยน
* **ต้นทุนวัตถุดิบและสาธารณูปโภค:** ต้นทุนที่สูงขึ้นใน 6 เดือนแรกของปี ส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้น
* **ค่าใช้จ่ายการตลาดที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มค่าใช้จ่ายการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขาย อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าและผลของคดีความในต่างประเทศ:** จะส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในการบริหารในไตรมาสถัดไป
* **แนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทจะยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและสาธารณูปโภค:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนจะส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ประสิทธิภาพของแคมเปญการตลาด:** การใช้จ่ายค่าการตลาดที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อยอดขายและกำไรอย่างไร
* **การเติบโตของธุรกิจกล่องกระดาษ:** แม้จะเติบโตเล็กน้อย แต่การรักษาโมเมนตัมเป็นสิ่งสำคัญ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **ยอดขายถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นเติบโตต่อเนื่อง:** เป็นสัญญาณที่ดีว่าผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทฯ ยังคงได้รับความนิยมและมีความต้องการในตลาดอย่างต่อเนื่อง
* **การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ:** การลดลงของสินค้าคงเหลือ 53.3 ล้านบาท บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการที่รัดกุมขึ้น อาจเป็นผลจากการขายที่ดีขึ้น หรือการปรับแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการ
* **ค่าใช้จ่ายการตลาดที่เพิ่มขึ้น:** การลงทุนในการตลาดเพื่อเพิ่มยอดขายเป็นกลยุทธ์ปกติของธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค แต่ต้องพิจารณาถึงผลตอบแทนที่ได้รับอย่างรอบคอบ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 TNR มีสินทรัพย์รวม 1,839.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 7.6% เป็น 1,053.8 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากเงินสดและลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น ขณะที่สินค้าคงเหลือลดลง หนี้สินรวมอยู่ที่ 953.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.9% โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 15.7% จากเงินกู้ยืมระยะสั้นและเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น ส่วนของเจ้าของลดลง 5.2% มาอยู่ที่ 885.5 ล้านบาท จากการจ่ายปันผล
## สรุปท้าย
แม้ว่า TNR จะสามารถสร้างการเติบโตของรายได้ในไตรมาส 2/2566 ได้ถึง 10.3% จากการขายผลิตภัณฑ์ถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 49.8% เนื่องจากผลกระทบจากค่าใช้จ่ายพิเศษเกี่ยวกับคดีความในต่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยชั่วคราว แต่ก็สร้างแรงกดดันต่อผลประกอบการอย่างมาก นอกจากนี้ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายการตลาดจะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูกำไรในระยะต่อไป โดยนักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของคดีความและแนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TNR ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
484.70
ล้านบาท
↓ 8.6% YoY
กำไรขั้นต้น
107.14
ล้านบาท
↓ 13.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.10
%
กำไรสุทธิ
2.32
ล้านบาท
↓ 96.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.48
%
D/E Ratio
1.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
485
↓ -8.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
107
↓ -13.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2
↓ -96.7%
YoY
D/E Ratio
1.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TNR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.05
ROE (%)
10.46
ROA (%)
7.72
Book Value/หุ้น
4.29
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TNR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-17
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+35
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TNR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-16.89
-90.73%
|
-182.13
+236.34%
|
-54.15
-57.08%
|
-126.17
+5,823.47%
|
-2.13
-100.75%
|
284.89
+160.63%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
34.50
-37.50%
|
55.20
+31.65%
|
41.93
-33.32%
|
62.88
+338.49%
|
14.34
-122.91%
|
-62.58
-69.83%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-478.68
-473.56%
|
128.14
+73.05%
|
74.05
+10.94%
|
66.75
-3.15%
|
68.92
-134.68%
|
-198.71
-418.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-432.50
-35,550.82%
|
1.22
-98.03%
|
61.83
+1,692.17%
|
3.45
-95.75%
|
81.13
+243.77%
|
23.60
-166.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|