บริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
2.74
0.02 (0.72%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้จากการจําหน่ายเพิ่มขึ้น 1.3%YoY ที่รายได้จากการจําหน่าย แป้งสาลีลดลง 0.6% ส่วนรายได้จากการจําหน่ายรําข้าวสาลีเพิ่มขึ้น 1.9%
ทั้งนี้ ถึงแม้ปริมาณการจําหน่ายแป้งสาลีและรํา ข้าวสาลีลดลง 4.1% และ 5.0% แต่ราคาจําหน่ายแป้งสาลีและรําข้าวสาลีเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 3.4% และ 19.0% เนื่องจากในปี 2564 ราคาตลาดข้าวสาลีปรับสูงขึ้นมากที่สุดในรอบกว่าสิบปี จึงทําให้มีการปรับราคาจําหน่ายแป้งสาลีขึ้น และราคาร ปรับสูงขึ้นจากปัญหาผลผลิตของสินค้าเกษตรในกลุ่มอาหารสัตว์ที่ลดลงทําให้มีความต้องการรํามากขึ้น
การใช้อัตรากําลังการผลิตเฉลี่ยในปี 2564 อยู่ที่ 72.19% ลดลง 3.29% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน เนื่องมาจากบริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์ในการจํากัดการจําหน่ายแป้ง จากผลกระทบด้านราคาข้าวสาลีที่ปรับสูงขึ้นแรงมาก
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7762 out_tok=2694 at=2026-07-26T08:55:55 -->
# TMILL กำไรสุทธิ Q3/66 ดิ่ง 96.7% รับแรงกดดันราคาขายแป้งสาลีลด สวนทางต้นทุน
## รายได้หด 2.7% กดดัน GPM วูบ 54.6% ฝ่ายบริหารชี้เหตุโรงสีเร่งระบายสต็อกข้าวเก่ากดราคาขาย
บริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TMILL รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 1.29 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 96.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 39.42 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลง 2.7% ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวลงอย่างมากถึง 54.6% ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากสถานการณ์ราคาข้าวสาลีและแป้งสาลีในตลาดที่ผันผวน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิของ TMILL ในไตรมาส 3/2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงของราคาขายเฉลี่ยแป้งสาลีและรำข้าวสาลี** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) ที่ลดลงถึง 54.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2565 แม้ว่าปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้นก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า สถานการณ์ปัจจุบันเกิดจากราคาตลาดข้าวสาลีและแป้งสาลีที่ปรับตัวลดลงตั้งแต่ปลายไตรมาส 1/2566 ทำให้โรงสีบางแห่งเร่งระบายสต็อกข้าวเก่าที่มีต้นทุนราคาสูงออกไปก่อน โดยยอมขายในราคาขาดทุน ส่งผลให้ลูกค้าหลายรายนำราคาดังกล่าวมาต่อรองกับ TMILL บริษัทฯ จึงจำเป็นต้องลดราคาขายแป้งสาลีลงเพื่อรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า แม้ว่าราคาตลาดที่ลดลงนั้นจะยังไม่ได้สะท้อนมาถึงต้นทุนวัตถุดิบในปัจจุบันของบริษัทฯ ทำให้บางสัญญาต้องขายในราคาที่ขาดทุน ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมากในไตรมาสนี้
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยด้าน **กำไร(ขาดทุน)จากอัตราแลกเปลี่ยน** ที่พลิกจากกำไร 21.82 ล้านบาทในไตรมาส 3/2565 มาเป็นขาดทุน 0.96 ล้านบาทในไตรมาส 3/2566 ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิเช่นกัน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากเอกสารระบุว่า สถานการณ์ราคาตลาดข้าวสาลีที่ปรับตัวลดลงและแรงกดดันด้านราคาขายแป้งสาลีนั้น เป็นผลมาจากโรงสีบางแห่งเร่งระบายสต็อกข้าวเก่าที่มีต้นทุนสูง ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการยังคงมั่นใจว่าจะสามารถฝ่าฟันวิกฤติต่างๆ ไปได้ และยังคงประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.08 บาทต่อหุ้น สะท้อนความเชื่อมั่นในระยะยาว แต่ในระยะสั้น ผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/66 ลดลง 96.7% YoY** เหลือเพียง 1.29 ล้านบาท จาก 39.42 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขาย Q3/66 หดตัว 2.7% YoY** อยู่ที่ 505.24 ล้านบาท โดยรายได้แป้งสาลีลด 4.2% แต่รำข้าวสาลีเพิ่ม 1.4%
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) Q3/66 ลดลง 54.6% YoY** อยู่ที่ 8.0% จาก 17.1% ปีก่อน เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยแป้งสาลีลดลง 11.2%
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 66 ลดลง 37.8% YoY** อยู่ที่ 56.84 ล้านบาท จาก 91.35 ล้านบาทปีก่อน
* **รายได้จากการขาย 9 เดือนแรกปี 66 ลดลง 1.1% YoY** อยู่ที่ 1,430.75 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) 9 เดือนแรกปี 66 ลดลง 17.8% YoY** อยู่ที่ 12.3% จาก 14.8% ปีก่อน
* **ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.08 บาทต่อหุ้น** แม้ผลประกอบการจะลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 TMILL มีรายได้จากการขายรวม 505.24 ล้านบาท ลดลง 2.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการจำหน่ายแป้งสาลีลดลง 4.2% ขณะที่รายได้จากการจำหน่ายรำข้าวสาลีเพิ่มขึ้น 1.4% แม้ปริมาณจำหน่ายแป้งสาลีและรำข้าวสาลีจะเพิ่มขึ้น 7.3% และ 12.4% ตามลำดับ แต่ราคาจำหน่ายเฉลี่ยกลับลดลงถึง 11.2% สำหรับแป้งสาลี และ 1.1% สำหรับรำข้าวสาลี ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมากถึง 54.6% ประกอบกับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน ทำให้กำไรสุทธิลดลง 96.7% มาอยู่ที่ 1.29 ล้านบาท
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 1,430.75 ล้านบาท ลดลง 1.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยรายได้แป้งสาลีลดลง 1.9% และรำข้าวสาลีเพิ่มขึ้น 0.8% แม้ราคาจำหน่ายเฉลี่ยแป้งสาลีและรำข้าวสาลีจะเพิ่มขึ้น 2.0% และ 12.2% ตามลำดับ แต่ปริมาณจำหน่ายกลับลดลง 4.0% และ 5.6% ตามลำดับ อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 17.8% และกำไรสุทธิรวม 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 56.84 ล้านบาท ลดลง 37.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า:** แม้จะต้องลดราคาขายเพื่อรักษาฐานลูกค้า แต่การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นในการรักษาความสัมพันธ์ระยะยาว ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการกลับมาทำกำไรเมื่อสถานการณ์ราคาคลี่คลาย
* **การพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน:** บริษัทฯ ได้รับการยอมรับในด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี การจ่ายปันผลต่อเนื่อง และการให้ความสำคัญกับพนักงาน สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในระยะยาว
* **การลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานสะอาด:** การมองหาพลังงานสะอาดรูปแบบใหม่และการเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียน อาจนำไปสู่การลดต้นทุนการผลิตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและราคาขาย:** ความผันผวนของราคาข้าวสาลีและแป้งสาลีในตลาดโลกเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนและราคาขาย รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้น
* **การแข่งขันด้านราคา:** การที่โรงสีบางแห่งเร่งระบายสต็อกในราคาขาดทุน สร้างแรงกดดันให้ TMILL ต้องลดราคาขายเพื่อแข่งขัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อ GPM
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรของบริษัทฯ ดังที่ปรากฏในไตรมาส 3/2566
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาข้าวสาลีและแป้งสาลีในตลาดโลก:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อต้นทุนและราคาขายในอนาคต
* **กลยุทธ์การบริหารสต็อก:** การบริหารจัดการสต็อกวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูปให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด จะมีผลต่อการรับรู้ต้นทุนและราคาขาย
* **การปรับตัวต่อแรงกดดันด้านราคาขาย:** ความสามารถของบริษัทฯ ในการบริหารจัดการต้นทุนและหาช่องทางเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์เพื่อชดเชยแรงกดดันด้านราคาขาย
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การติดตามความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทต่อสกุลเงินหลักที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าวัตถุดิบและการส่งออก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาขายเฉลี่ยแป้งสาลีลดลง 11.2% และรำข้าวสาลีลดลง 1.1% ใน Q3/66 YoY เป็นปัจจัยหลักกดดันรายได้และ GPM
* **Volume:** ปริมาณจำหน่ายแป้งสาลีเพิ่มขึ้น 7.3% และรำข้าวสาลีเพิ่มขึ้น 12.4% ใน Q3/66 YoY แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากราคาขายที่ลดลงได้
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 17.1% ใน Q3/65 เป็น 8.0% ใน Q3/66 เนื่องจากต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 7.9% ขณะที่รายได้ลดลง 2.7%
* **ช่องทางขาย:** เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดช่องทางขาย แต่กล่าวถึงการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า
* **สต็อก:** สถานการณ์ปัจจุบันเกิดจากโรงสีอื่นเร่งระบายสต็อกข้าวเก่าราคาสูง ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงสภาวะสต็อกในตลาด
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนใน Q3/66 จำนวน 0.96 ล้านบาท เทียบกับกำไร 21.82 ล้านบาทในปีก่อน
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุถึงผลกระทบจากฤดูกาลผลิตโดยตรง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในงบการเงินสำหรับไตรมาส 3 ปี 2566
## สรุปท้าย
TMILL เผชิญกับความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 3 ปี 2566 จากแรงกดดันด้านราคาขายแป้งสาลีที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นผลมาจากสภาวะตลาดที่มีการเร่งระบายสต็อกข้าวเก่า แม้ปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวลงอย่างมากได้ ประกอบกับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้กำไรสุทธิลดลงกว่า 96% อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นในการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าและประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล สะท้อนความเชื่อมั่นในระยะยาว แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและแรงกดดันด้านราคาขายยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TMILL ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
400.76
ล้านบาท
↓ 4.4% YoY
กำไรขั้นต้น
74.75
ล้านบาท
↑ 94.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.65
%
กำไรสุทธิ
24.22
ล้านบาท
↑ 247.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.04
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
401
↓ -4.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
75
↑ + 94.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
24
↑ + 247.7%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TMILL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
4.30
ROA (%)
4.09
Book Value/หุ้น
2.74
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TMILL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+249
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+5
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TMILL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
248.99
-2,192.35%
|
-11.90
-137.98%
|
31.33
-96.39%
|
866.79
-631.87%
|
-162.97
-187.06%
|
187.19
-32.01%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
5.48
+291.43%
|
1.40
-145.75%
|
-3.06
-460.00%
|
0.85
-85.11%
|
5.71
-199.65%
|
-5.73
-53.22%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
132.16
-142.98%
|
-307.51
+166.50%
|
-115.39
-85.67%
|
-805.40
-539.46%
|
183.27
-186.78%
|
-211.20
-22.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-35.79
+131.80%
|
-15.44
-288.52%
|
8.19
-86.84%
|
62.22
+139.12%
|
26.02
-187.46%
|
-29.75
+284.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
77.16
-22.23%
|
99.21
+20.28%
|
82.48
+14.97%
|
71.74
+1.44%
|
70.72
-9.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
39.99
-48.17%
|
77.16
-22.23%
|
99.21
+20.28%
|
82.48
+14.97%
|
71.74
+1.44%
|