บริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
2.74
0.02 (0.72%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้จากการจําหน่ายเพิ่มขึ้น 1.3%YoY ที่รายได้จากการจําหน่าย แป้งสาลีลดลง 0.6% ส่วนรายได้จากการจําหน่ายรําข้าวสาลีเพิ่มขึ้น 1.9%
ทั้งนี้ ถึงแม้ปริมาณการจําหน่ายแป้งสาลีและรํา ข้าวสาลีลดลง 4.1% และ 5.0% แต่ราคาจําหน่ายแป้งสาลีและรําข้าวสาลีเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 3.4% และ 19.0% เนื่องจากในปี 2564 ราคาตลาดข้าวสาลีปรับสูงขึ้นมากที่สุดในรอบกว่าสิบปี จึงทําให้มีการปรับราคาจําหน่ายแป้งสาลีขึ้น และราคาร ปรับสูงขึ้นจากปัญหาผลผลิตของสินค้าเกษตรในกลุ่มอาหารสัตว์ที่ลดลงทําให้มีความต้องการรํามากขึ้น
การใช้อัตรากําลังการผลิตเฉลี่ยในปี 2564 อยู่ที่ 72.19% ลดลง 3.29% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน เนื่องมาจากบริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์ในการจํากัดการจําหน่ายแป้ง จากผลกระทบด้านราคาข้าวสาลีที่ปรับสูงขึ้นแรงมาก
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10087 out_tok=2590 at=2026-07-26T09:37:49 -->
# TMILL กำไรสุทธิ Q2/66 ดิ่ง 46.5% รับแรงกดดันต้นทุนข้าวสาลีพุ่ง-ราคาขายรำข้าวสาลีลด
## รายได้รวมทรงตัว แต่ GPM หด 19% หลังต้นทุนวัตถุดิบสูงกว่าราคาขาย
บริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TMILL รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 18.28 ล้านบาท ลดลง 46.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากการขายรวมทรงตัวเล็กน้อย แต่กำไรขั้นต้นปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและราคาขายสินค้าบางรายการที่ลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ TMILL ในไตรมาส 2 ปี 2566 ลดลง 46.5% YoY มาจาก **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่หดตัวลง 19.0%** จาก 14.2% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 12.8% ในไตรมาสนี้ แม้ว่ารายได้จากการขายรวมจะลดลงเพียง 10.3% ก็ตาม โดยปัจจัยหลักมาจากต้นทุนข้าวสาลีที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
เอกสารระบุว่า สาเหตุหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง มาจาก **ต้นทุนของข้าวสาลีที่ใช้ในการผลิตในไตรมาส 2/2566 ปรับสูงขึ้นถึง 8.3%** เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2565 ซึ่งเป็นสัดส่วนต้นทุนที่ปรับเพิ่มขึ้นสูงกว่าราคาขายแป้งสาลีที่เพิ่มขึ้นเพียง 3.5% นอกจากนี้ รายได้จากการจำหน่ายรำข้าวสาลีลดลง 10.5% แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้น 12.8% ก็ตาม
ในส่วนของ 6 เดือนแรกปี 2566 แม้ว่ากำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้น 7.0% เป็น 55.55 ล้านบาท แต่ก็มีปัจจัยที่น่าจับตาคือ อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 8.3% เป็น 14.6% ซึ่งเกิดจากการที่ราคาขายรำข้าวสาลีปรับสูงขึ้นถึง 12.8% อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายไตรมาส 1 และต่อเนื่องมาถึงไตรมาส 2 สถานการณ์ราคาตลาดข้าวสาลีและแป้งสาลีเริ่มปรับตัวลดลง ทำให้บางโรงงานเร่งระบายสต็อกข้าวเก่าที่ราคาสูง ส่งผลให้ลูกค้าของ TMILL นำราคานั้นมาต่อรอง ทำให้บริษัทฯ จำเป็นต้องลดราคาขายแป้งสาลีลงเพื่อรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า แม้ว่าต้นทุนปัจจุบันจะยังไม่ได้สะท้อนราคาที่ลดลงนั้น ทำให้ส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงในไตรมาส 2
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** สถานการณ์ราคาวัตถุดิบและราคาขายสินค้ามีความผันผวน ฝ่ายจัดการระบุว่า "ราคาตลาดข้าวสาลีเริ่มปรับตัวลดลงตั้งแต่ปลายไตรมาส 1" และบริษัทฯ จำเป็นต้องลดราคาขายเพื่อรักษาลูกค้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อ GPM ในไตรมาส 2 อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงปรับกลยุทธ์การผลิตและการจัดจำหน่ายเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรให้ใกล้เคียงเป้าหมายปี 2566 การที่ราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มลดลงอาจเป็นปัจจัยบวกในระยะถัดไป แต่การแข่งขันด้านราคาขายยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/66 ลดลง 46.5% YoY** อยู่ที่ 18.28 ล้านบาท จาก 34.16 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขาย Q2/66 หดตัว 10.3% YoY** อยู่ที่ 423.39 ล้านบาท จาก 472.23 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q2/66 ลดลง 19.0%** อยู่ที่ 12.8% จาก 14.2% ในปีก่อน
* **ต้นทุนข้าวสาลี Q2/66 เพิ่มขึ้น 8.3% YoY** เป็นปัจจัยหลักกดดัน GPM
* **6 เดือนแรกปี 66 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 7.0% YoY** อยู่ที่ 55.55 ล้านบาท จาก 51.94 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 2 ปี 2566:** บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 423.39 ล้านบาท ลดลง 10.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการจำหน่ายแป้งสาลีลดลง 8.3% และรายได้จากการจำหน่ายรำข้าวสาลีลดลง 10.5% แม้ว่าราคาจำหน่ายเฉลี่ยแป้งสาลีจะเพิ่มขึ้น 3.5% และรำข้าวสาลีเพิ่มขึ้น 12.8% แต่ปริมาณจำหน่ายแป้งสาลีและรำข้าวสาลีลดลง 13.1% และ 10.0% ตามลำดับ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 19.0% เป็น 12.8% เนื่องจากต้นทุนข้าวสาลีเพิ่มขึ้น 8.3% มากกว่าราคาขายแป้งสาลีที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรสุทธิลดลง 46.5% มาอยู่ที่ 18.28 ล้านบาท
**6 เดือนแรกปี 2566:** บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 925.52 ล้านบาท ลดลง 0.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการจำหน่ายแป้งสาลีลดลง 8.5% แต่รายได้จากการจำหน่ายรำข้าวสาลีเพิ่มขึ้น 8.5% แม้ว่าปริมาณจำหน่ายแป้งสาลีและรำข้าวสาลีจะลดลง 12.5% และ 18.3% ตามลำดับ แต่ราคาจำหน่ายเฉลี่ยแป้งสาลีเพิ่มขึ้น 10.7% และรำข้าวสาลีเพิ่มขึ้น 12.8% อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 8.3% เป็น 14.6% เนื่องจากราคาขายรำข้าวสาลีที่ปรับสูงขึ้น ทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 7.0% มาอยู่ที่ 55.55 ล้านบาท
## โอกาส
* **การปรับกลยุทธ์การผลิตและการจัดจำหน่าย:** บริษัทฯ มีการปรับกลยุทธ์เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรให้ใกล้เคียงเป้าหมายปี 2566
* **ราคาตลาดข้าวสาลีมีแนวโน้มลดลง:** หากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ใช้เป็นวัตถุดิบหลักปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยบวกต่อต้นทุนการผลิตในอนาคต
* **การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า:** แม้ต้องลดราคาขายเพื่อรักษาลูกค้า แต่เป็นการรักษาฐานรายได้ในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาข้าวสาลีและแป้งสาลีในตลาดโลกมีความผันผวนสูง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต
* **การแข่งขันด้านราคาขาย:** การที่โรงโม่บางรายเร่งระบายสต็อกทำให้เกิดแรงกดดันด้านราคาขาย และบริษัทฯ ต้องลดราคาเพื่อรักษาลูกค้า
* **ต้นทุนที่สูงกว่าราคาขาย:** ในไตรมาส 2/2566 ต้นทุนข้าวสาลีที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **ปริมาณการขายที่ลดลง:** ปริมาณการจำหน่ายแป้งสาลีและรำข้าวสาลีในไตรมาส 2/2566 ปรับลดลง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาข้าวสาลีและแป้งสาลีในตลาดโลก:** จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนและราคาขาย
* **กลยุทธ์การบริหารต้นทุนวัตถุดิบ:** การบริหารสต็อกและการจัดซื้อข้าวสาลีในช่วงที่ราคาผันผวน
* **การปรับราคาขายสินค้า:** ความสามารถในการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนและสภาวะตลาด
* **ปริมาณการขายสินค้า:** การฟื้นตัวของปริมาณการจำหน่ายแป้งสาลีและรำข้าวสาลี
* **ผลกระทบจากการแข่งขันด้านราคา:** การรักษา GPM ท่ามกลางแรงกดดันด้านราคา
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ต้นทุนข้าวสาลีปรับสูงขึ้น 8.3% YoY ใน Q2/66 ซึ่งเป็นปัจจัยกดดัน GPM อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ราคาขายแป้งสาลีเพิ่มขึ้น 3.5% และรำข้าวสาลีเพิ่มขึ้น 12.8%
* **Volume:** ปริมาณจำหน่ายแป้งสาลีและรำข้าวสาลีลดลง 13.1% และ 10.0% ตามลำดับใน Q2/66
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 19.0% ใน Q2/66 เป็นผลจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงกว่าราคาขาย
* **ช่องทางขาย:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดช่องทางขายที่เปลี่ยนแปลง
* **สต็อก:** มีการกล่าวถึงการเร่งระบายสต็อกข้าวเก่าของโรงโม่บางราย ซึ่งส่งผลต่อการแข่งขันด้านราคา
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.28 ล้านบาทใน Q2/66 เทียบกับขาดทุน 0.83 ล้านบาทในปีก่อน
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากฤดูกาลผลิตโดยตรง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **กำลังการผลิตเฉลี่ย:** Q2/66 อยู่ที่ 59.96% ลดลงจาก 69.77% ในปีก่อน
* **กระแสเงินสด:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดในเอกสาร
## สรุปท้าย
TMILL เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบข้าวสาลีที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 2 ปี 2566 ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลงอย่างมาก แม้ว่ารายได้รวมจะทรงตัวและมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาช่วยบางส่วน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ราคาตลาดที่เริ่มปรับลดลงและแรงกดดันด้านราคาขายสินค้าเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป แม้ว่าผลประกอบการ 6 เดือนแรกจะยังเติบโตได้เล็กน้อยจากราคาขายรำข้าวสาลีที่สูงขึ้น แต่ความสามารถในการทำกำไรในระยะสั้นยังคงเผชิญความท้าทายจากสภาวะตลาด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TMILL ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
400.76
ล้านบาท
↓ 4.4% YoY
กำไรขั้นต้น
74.75
ล้านบาท
↑ 94.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.65
%
กำไรสุทธิ
24.22
ล้านบาท
↑ 247.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.04
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
401
↓ -4.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
75
↑ + 94.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
24
↑ + 247.7%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TMILL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
4.30
ROA (%)
4.09
Book Value/หุ้น
2.74
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TMILL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+249
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+5
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TMILL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
248.99
-2,192.35%
|
-11.90
-137.98%
|
31.33
-96.39%
|
866.79
-631.87%
|
-162.97
-187.06%
|
187.19
-32.01%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
5.48
+291.43%
|
1.40
-145.75%
|
-3.06
-460.00%
|
0.85
-85.11%
|
5.71
-199.65%
|
-5.73
-53.22%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
132.16
-142.98%
|
-307.51
+166.50%
|
-115.39
-85.67%
|
-805.40
-539.46%
|
183.27
-186.78%
|
-211.20
-22.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-35.79
+131.80%
|
-15.44
-288.52%
|
8.19
-86.84%
|
62.22
+139.12%
|
26.02
-187.46%
|
-29.75
+284.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
77.16
-22.23%
|
99.21
+20.28%
|
82.48
+14.97%
|
71.74
+1.44%
|
70.72
-9.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
39.99
-48.17%
|
77.16
-22.23%
|
99.21
+20.28%
|
82.48
+14.97%
|
71.74
+1.44%
|