บริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
2.74
0.02 (0.72%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้จากการจําหน่ายเพิ่มขึ้น 1.3%YoY ที่รายได้จากการจําหน่าย แป้งสาลีลดลง 0.6% ส่วนรายได้จากการจําหน่ายรําข้าวสาลีเพิ่มขึ้น 1.9%
ทั้งนี้ ถึงแม้ปริมาณการจําหน่ายแป้งสาลีและรํา ข้าวสาลีลดลง 4.1% และ 5.0% แต่ราคาจําหน่ายแป้งสาลีและรําข้าวสาลีเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 3.4% และ 19.0% เนื่องจากในปี 2564 ราคาตลาดข้าวสาลีปรับสูงขึ้นมากที่สุดในรอบกว่าสิบปี จึงทําให้มีการปรับราคาจําหน่ายแป้งสาลีขึ้น และราคาร ปรับสูงขึ้นจากปัญหาผลผลิตของสินค้าเกษตรในกลุ่มอาหารสัตว์ที่ลดลงทําให้มีความต้องการรํามากขึ้น
การใช้อัตรากําลังการผลิตเฉลี่ยในปี 2564 อยู่ที่ 72.19% ลดลง 3.29% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน เนื่องมาจากบริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์ในการจํากัดการจําหน่ายแป้ง จากผลกระทบด้านราคาข้าวสาลีที่ปรับสูงขึ้นแรงมาก
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4883 out_tok=2425 at=2026-07-26T09:48:29 -->
# TMILL กำไร Q1/65 ดิ่ง 62% รับต้นทุนข้าวสาลีพุ่ง แบกภาระลูกค้า
## รายได้โต 16.6% สวนทางกำไรหด เหตุ GPM วูบ หลังแบกต้นทุนวัตถุดิบสูงกว่าราคาขาย
บริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TMILL รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 17.78 ล้านบาท ลดลง 62.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 46.85 ล้านบาท แม้รายได้จากการขายจะเติบโตถึง 16.6% เป็นผลมาจากราคาขายที่สูงขึ้น แต่ต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงกว่ามากทำให้กำไรขั้นต้นหดตัวอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ TMILL ในไตรมาส 1 ปี 2565 ลดลงถึง 62.0% (จาก 46.85 ล้านบาท เป็น 17.78 ล้านบาท) มาจาก **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** โดย GPM ลดลงจาก 22.3% ใน Q1/64 เหลือเพียง 12.8% ใน Q1/65 แม้รายได้จากการขายจะเติบโต 16.6% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของ GPM เกิดจาก **ต้นทุนวัตถุดิบหลักคือข้าวสาลีที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก** โดยต้นทุนข้าวสาลีเพิ่มขึ้นถึง 35.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นที่สูงกว่าราคาขายแป้งสาลีที่ปรับขึ้นได้เพียง 31.5% ฝ่ายบริหารระบุว่าบริษัทฯ เลือกที่จะแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นบางส่วนไว้ เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบต่อลูกค้าและผู้บริโภคปลายทางไม่ให้รุนแรงจนเกินไป นอกจากนี้ ปริมาณการขายแป้งสาลีและรำข้าวสาลีลดลง 18.2% และ 4.5% ตามลำดับ ซึ่งส่งผลให้การใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยลดลงจาก 79.69% ใน Q1/64 เหลือ 69.24% ใน Q1/65 ซึ่งเป็นการลดปริมาณการขายตามแผนปรับกลยุทธ์ในสถานการณ์ที่ราคาวัตถุดิบสูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ฝ่ายบริหารจะระบุว่าราคาตลาดข้าวสาลีปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2564 และยิ่งสูงขึ้นอีกจากสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก และบริษัทฯ มีการปรับกลยุทธ์ทั้งด้านการผลิตและการจัดจำหน่ายเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร แต่การที่ต้นทุนวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยกดดัน และบริษัทฯ เลือกที่จะแบกรับภาระบางส่วนไว้ ทำให้แนวโน้ม GPM ในระยะสั้นยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 62.0% YoY:** จาก 46.85 ล้านบาท ใน Q1/64 เหลือ 17.78 ล้านบาท ใน Q1/65
* **รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 16.6% YoY:** เป็น 454.51 ล้านบาท จาก 389.71 ล้านบาท ใน Q1/64
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวแรง:** จาก 22.3% ใน Q1/64 เหลือ 12.8% ใน Q1/65
* **ต้นทุนวัตถุดิบ (ข้าวสาลี) พุ่งสูง:** เพิ่มขึ้น 35.5% YoY ซึ่งสูงกว่าราคาขายแป้งสาลีที่เพิ่มขึ้น 31.5% YoY
* **ปริมาณขายลดลง:** ปริมาณจำหน่ายแป้งสาลีลดลง 18.2% และรำข้าวสาลีลดลง 4.5% YoY
* **อัตราการใช้กำลังการผลิตลดลง:** จาก 79.69% ใน Q1/64 เหลือ 69.24% ใน Q1/65
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TMILL ในไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 454.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 389.71 ล้านบาท โดยรายได้จากการจำหน่ายแป้งสาลีเพิ่มขึ้น 15.6% และรำข้าวสาลีเพิ่มขึ้น 1.5% แม้ปริมาณจำหน่ายจะลดลง แต่ราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นถึง 31.5% สำหรับแป้งสาลี และ 17.5% สำหรับรำข้าวสาลี เป็นปัจจัยหนุนรายได้ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นถึง 30.9% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 22.3% เหลือ 12.8% ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดนี้อยู่ที่ 17.78 ล้านบาท ลดลง 62.0% จาก 46.85 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **ราคาขายที่สูงขึ้น:** การปรับขึ้นราคาขายแป้งสาลีและรำข้าวสาลีตามราคาตลาดข้าวสาลีที่สูงขึ้น ช่วยหนุนรายได้
* **ความต้องการรำข้าวสาลี:** ความต้องการรำข้าวสาลีเพิ่มขึ้นจากปัญหาผลผลิตสินค้าเกษตรในกลุ่มอาหารสัตว์ที่ลดลง
* **การปรับกลยุทธ์:** บริษัทฯ มีการปรับกลยุทธ์ทั้งด้านการผลิตและการจัดจำหน่ายเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวนสูง:** ราคาข้าวสาลีที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและคาดการณ์ว่าจะยังคงสูงต่อไป เป็นความเสี่ยงหลักต่ออัตรากำไร
* **การแบกรับต้นทุน:** การที่บริษัทฯ เลือกแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นบางส่วนเพื่อช่วยลูกค้า อาจส่งผลกระทบต่อ GPM ในระยะสั้น
* **ปริมาณการขายที่ลดลง:** การลดลงของปริมาณการขายส่งผลต่ออัตราการใช้กำลังการผลิต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาข้าวสาลีในตลาดโลก:** ปัจจัยภายนอกที่ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต
* **ความสามารถในการปรับราคาขาย:** การปรับราคาขายที่สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **กลยุทธ์การบริหารต้นทุนและสต็อก:** การบริหารจัดการวัตถุดิบเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคา
* **การเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์ในตลาดอาหารสัตว์:** ซึ่งส่งผลต่อความต้องการรำข้าวสาลี
* **อัตราการใช้กำลังการผลิต:** การฟื้นตัวของปริมาณการขายและการใช้กำลังการผลิต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาข้าวสาลีซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักปรับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปี 2564 และเร่งตัวขึ้นอีกในไตรมาส 1/2565 จากสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ต้นทุนข้าวสาลีที่ใช้ในไตรมาสนี้สูงกว่าปีก่อนถึง 35.5% ในขณะที่ราคาขายแป้งสาลีปรับขึ้นได้ 31.5% และรำข้าวสาลี 17.5% ซึ่งไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด
**Volume:** ปริมาณการจำหน่ายแป้งสาลีลดลง 18.2% และรำข้าวสาลีลดลง 4.5% YoY ซึ่งสอดคล้องกับแผนการปรับกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในสถานการณ์ที่ราคาวัตถุดิบสูงขึ้น ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยลดลงจาก 79.69% เหลือ 69.24%
**GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมากจาก 22.3% เป็น 12.8% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าราคาขายที่ปรับขึ้นได้ และบริษัทฯ เลือกที่จะแบกรับภาระต้นทุนบางส่วน
**ช่องทางขาย/ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับช่องทางขายหรือการส่งออกโดยเฉพาะ แต่การที่ราคาขายเฉลี่ยปรับสูงขึ้นอาจสะท้อนถึงการส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าได้ในระดับหนึ่ง
**สต็อก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับสต็อกวัตถุดิบหรือสินค้าสำเร็จรูป
**อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** มีรายการ "กำไร(ขาดทุน)จากอัตราแลกเปลี่ยน" ซึ่งขาดทุน 5.359 ล้านบาทใน Q1/65 เทียบกับขาดทุน 7.958 ล้านบาทใน Q1/64 ซึ่งเป็นการขาดทุนที่ลดลง แต่ไม่ได้เป็นปัจจัยหลักที่มีนัยสำคัญต่อผลประกอบการ
**ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุถึงปัจจัยฤดูกาลผลิตที่ชัดเจน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในงบการเงิน
## สรุปท้าย
TMILL เผชิญความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 1 ปี 2565 จากต้นทุนวัตถุดิบข้าวสาลีที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้บริษัทฯ จะสามารถผลักภาระต้นทุนบางส่วนไปสู่ราคาขายที่สูงขึ้นได้ ทำให้รายได้จากการขายยังคงเติบโต แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด ประกอบกับการเลือกที่จะแบกรับภาระต้นทุนบางส่วนเพื่อรักษาฐานลูกค้า ทำให้กำไรสุทธิลดลงกว่า 62% การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนและกลยุทธ์การปรับราคาขายจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป เพื่อประเมินความสามารถในการรักษาความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TMILL ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
400.76
ล้านบาท
↓ 4.4% YoY
กำไรขั้นต้น
74.75
ล้านบาท
↑ 94.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.65
%
กำไรสุทธิ
24.22
ล้านบาท
↑ 247.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.04
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
401
↓ -4.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
75
↑ + 94.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
24
↑ + 247.7%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TMILL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
4.30
ROA (%)
4.09
Book Value/หุ้น
2.74
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TMILL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+249
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+5
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TMILL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
248.99
-2,192.35%
|
-11.90
-137.98%
|
31.33
-96.39%
|
866.79
-631.87%
|
-162.97
-187.06%
|
187.19
-32.01%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
5.48
+291.43%
|
1.40
-145.75%
|
-3.06
-460.00%
|
0.85
-85.11%
|
5.71
-199.65%
|
-5.73
-53.22%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
132.16
-142.98%
|
-307.51
+166.50%
|
-115.39
-85.67%
|
-805.40
-539.46%
|
183.27
-186.78%
|
-211.20
-22.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-35.79
+131.80%
|
-15.44
-288.52%
|
8.19
-86.84%
|
62.22
+139.12%
|
26.02
-187.46%
|
-29.75
+284.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
77.16
-22.23%
|
99.21
+20.28%
|
82.48
+14.97%
|
71.74
+1.44%
|
70.72
-9.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
39.99
-48.17%
|
77.16
-22.23%
|
99.21
+20.28%
|
82.48
+14.97%
|
71.74
+1.44%
|