บริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
2.74
0.02 (0.72%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้จากการจําหน่ายเพิ่มขึ้น 1.3%YoY ที่รายได้จากการจําหน่าย แป้งสาลีลดลง 0.6% ส่วนรายได้จากการจําหน่ายรําข้าวสาลีเพิ่มขึ้น 1.9%
ทั้งนี้ ถึงแม้ปริมาณการจําหน่ายแป้งสาลีและรํา ข้าวสาลีลดลง 4.1% และ 5.0% แต่ราคาจําหน่ายแป้งสาลีและรําข้าวสาลีเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 3.4% และ 19.0% เนื่องจากในปี 2564 ราคาตลาดข้าวสาลีปรับสูงขึ้นมากที่สุดในรอบกว่าสิบปี จึงทําให้มีการปรับราคาจําหน่ายแป้งสาลีขึ้น และราคาร ปรับสูงขึ้นจากปัญหาผลผลิตของสินค้าเกษตรในกลุ่มอาหารสัตว์ที่ลดลงทําให้มีความต้องการรํามากขึ้น
การใช้อัตรากําลังการผลิตเฉลี่ยในปี 2564 อยู่ที่ 72.19% ลดลง 3.29% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน เนื่องมาจากบริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์ในการจํากัดการจําหน่ายแป้ง จากผลกระทบด้านราคาข้าวสาลีที่ปรับสูงขึ้นแรงมาก
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5044 out_tok=2472 at=2026-07-26T09:20:54 -->
**TMILL Q1/2566 กำไรสุทธิพุ่ง 109.6% รับแรงหนุนราคาขายแป้งสาลี-รำข้าวสาลี**
**รายได้-กำไรโตเด่นจากราคาขายที่ปรับขึ้น ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นกลยุทธ์รักษามาร์จิ้นท่ามกลางต้นทุนวัตถุดิบผันผวน**
บริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TMILL รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 37.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 109.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับขึ้นราคาขายสินค้าที่สามารถชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ TMILL ในไตรมาส 1 ปี 2566 ให้เติบโตถึง 109.6% (19.49 ล้านบาท) มาจากการที่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการปรับขึ้นราคาขายแป้งสาลีและรำข้าวสาลีที่สูงกว่าต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการได้อธิบายว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา ราคาตลาดของข้าวสาลีและแป้งสาลีได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2564 โดยบริษัทฯ ได้แบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นบางส่วนเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อลูกค้า อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2565 จนถึงไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทฯ ได้มีการปรับกลยุทธ์ทั้งด้านการผลิตและการจัดจำหน่าย โดยสามารถปรับราคาขายแป้งสาลีขึ้นได้ใกล้เคียงกับต้นทุนที่สูงขึ้น ทำให้สามารถรักษาและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นได้
นอกจากนี้ รายได้จากการขายโดยรวมเพิ่มขึ้น 10.5% โดยรายได้จากการจำหน่ายแป้งสาลีเพิ่มขึ้น 8.7% และรายได้จากการจำหน่ายรำข้าวสาลีเพิ่มขึ้น 1.8% แม้ว่าปริมาณการจำหน่ายแป้งสาลีและรำข้าวสาลีจะลดลง 4.0% และ 8.7% ตามลำดับ แต่ราคาจำหน่ายเฉลี่ยของแป้งสาลีและรำข้าวสาลีได้ปรับสูงขึ้นถึง 14.7% และ 23.6% ตามราคาตลาดที่ปรับสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้และกำไรโดยตรง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่ามีการปรับราคาจำหน่ายแป้งสาลีขึ้นได้ใกล้เคียงกับต้นทุนที่สูงขึ้น ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน อย่างไรก็ตาม การใช้อัตรากำลังการผลิตเฉลี่ยในไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 66.20% ลดลง 3.04% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากการปรับกลยุทธ์จำกัดการจำหน่ายแป้งจากผลกระทบด้านราคาข้าวสาลีที่สูงขึ้น อาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามว่าบริษัทจะสามารถเพิ่มปริมาณการผลิตและจำหน่ายให้กลับมาสู่ระดับเดิมได้หรือไม่ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขาย
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 109.6%:** TMILL รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2566 ที่ 37.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.49 ล้านบาท จาก 17.78 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายเติบโต 10.5%:** ยอดขายรวมอยู่ที่ 502.12 ล้านบาท โดยรายได้จากแป้งสาลีเพิ่ม 8.7% และรำข้าวสาลีเพิ่ม 1.8%
* **ราคาขายสินค้าเฉลี่ยสูงขึ้น:** ราคาจำหน่ายแป้งสาลีเฉลี่ยเพิ่ม 14.7% และรำข้าวสาลีเฉลี่ยเพิ่ม 23.6% ชดเชยปริมาณขายที่ลดลง
* **อัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้น:** GPM เพิ่มขึ้นจาก 12.8% เป็น 16.1% หรือเพิ่มขึ้น 3.4% เป็นผลจากการปรับราคาขายได้มากกว่าต้นทุน
* **กำลังการผลิตลดลง:** อัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยลดลง 3.04% มาอยู่ที่ 66.20% จากการปรับกลยุทธ์จำกัดการจำหน่าย
## ภาพรวมผลประกอบการ
TMILL ในไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้จากการขายรวม 502.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 ที่มีรายได้ 454.51 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากราคาจำหน่ายเฉลี่ยของแป้งสาลีและรำข้าวสาลีที่ปรับสูงขึ้น แม้ปริมาณการขายจะลดลง ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 6.2% เป็น 421.10 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 39.8% เป็น 81.02 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับเพิ่มขึ้นจาก 12.8% เป็น 16.1%
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 32.9% เป็น 7.12 ล้านบาท แต่มีกำไรจากสัญญาอนุพันธ์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 450.2% เป็น 9.79 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 31.7% ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 109.8% เป็น 46.76 ล้านบาท และกำไรสุทธิสำหรับงวดเพิ่มขึ้น 109.6% เป็น 37.27 ล้านบาท หรือ 0.09 บาทต่อหุ้น
## โอกาส
* **การบริหารจัดการราคาขาย:** ความสามารถในการปรับขึ้นราคาขายสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น เป็นโอกาสในการรักษาและเพิ่มอัตรากำไรในระยะยาว
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ให้มีประสิทธิภาพ จะช่วยเสริมความสามารถในการทำกำไร
* **การเติบโตของตลาด:** หากราคาวัตถุดิบมีเสถียรภาพมากขึ้น หรือมีแนวโน้มลดลง จะเป็นโอกาสในการเพิ่มปริมาณการขายและรายได้
* **กิจกรรมตอบแทนสังคม:** การดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างสม่ำเสมอ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาข้าวสาลีซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักมีความผันผวนสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรหากไม่สามารถปรับราคาขายได้ทันท่วงที
* **ปริมาณการขายที่ลดลง:** การที่ปริมาณการจำหน่ายแป้งสาลีและรำข้าวสาลีลดลง อาจส่งผลกระทบต่อรายได้รวมหากไม่สามารถเพิ่มปริมาณการขายได้
* **อัตราการใช้กำลังการผลิต:** การที่อัตราการใช้กำลังการผลิตลดลง อาจบ่งชี้ถึงการผลิตที่ต่ำกว่าศักยภาพ ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการดำเนินงาน
* **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาข้าวสาลีและแป้งสาลีในตลาดโลก
* ความสามารถของบริษัทในการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบ
* กลยุทธ์การบริหารจัดการปริมาณการผลิตและจำหน่าย เพื่อเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิต
* ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการ
* การบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบและสินค้า:** ราคาข้าวสาลีและแป้งสาลีที่ปรับสูงขึ้นเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อต้นทุนและราคาขาย โดยบริษัทสามารถปรับราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 14.7% (แป้งสาลี) และ 23.6% (รำข้าวสาลี) ซึ่งสูงกว่าต้นทุนที่ปรับเพิ่มขึ้น
* **Volume:** ปริมาณการจำหน่ายแป้งสาลีและรำข้าวสาลีลดลง 4.0% และ 8.7% ตามลำดับ ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับกลยุทธ์จำกัดการจำหน่ายเนื่องจากราคาข้าวสาลีที่สูงขึ้น
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 12.8% เป็น 16.1% เนื่องจากราคาขายที่ปรับขึ้นได้มากกว่าต้นทุน
* **ช่องทางขาย:** เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับช่องทางขายที่เปลี่ยนแปลงไป
* **สต็อก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับสต็อกสินค้า
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** บริษัทมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 7.12 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับฤดูกาลผลิตที่ชัดเจน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทในไตรมาส 1 ปี 2566
## สรุปท้าย
TMILL ในไตรมาส 1 ปี 2566 สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการได้อย่างโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิเติบโตกว่าเท่าตัว จากการบริหารจัดการราคาขายสินค้าที่สามารถชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ปริมาณการขายจะลดลงและอัตราการใช้กำลังการผลิตต่ำลง แต่ความสามารถในการปรับราคาขายถือเป็นจุดแข็งที่ช่วยหนุนผลกำไร อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและปริมาณการขายยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในรอบถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TMILL ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
400.76
ล้านบาท
↓ 4.4% YoY
กำไรขั้นต้น
74.75
ล้านบาท
↑ 94.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.65
%
กำไรสุทธิ
24.22
ล้านบาท
↑ 247.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.04
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
401
↓ -4.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
75
↑ + 94.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
24
↑ + 247.7%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TMILL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
4.30
ROA (%)
4.09
Book Value/หุ้น
2.74
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TMILL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+249
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+5
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TMILL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
248.99
-2,192.35%
|
-11.90
-137.98%
|
31.33
-96.39%
|
866.79
-631.87%
|
-162.97
-187.06%
|
187.19
-32.01%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
5.48
+291.43%
|
1.40
-145.75%
|
-3.06
-460.00%
|
0.85
-85.11%
|
5.71
-199.65%
|
-5.73
-53.22%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
132.16
-142.98%
|
-307.51
+166.50%
|
-115.39
-85.67%
|
-805.40
-539.46%
|
183.27
-186.78%
|
-211.20
-22.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-35.79
+131.80%
|
-15.44
-288.52%
|
8.19
-86.84%
|
62.22
+139.12%
|
26.02
-187.46%
|
-29.75
+284.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
77.16
-22.23%
|
99.21
+20.28%
|
82.48
+14.97%
|
71.74
+1.44%
|
70.72
-9.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
39.99
-48.17%
|
77.16
-22.23%
|
99.21
+20.28%
|
82.48
+14.97%
|
71.74
+1.44%
|