บริษัท ที.เอ็ม.ซี. อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.69
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3638 out_tok=2512 at=2026-07-26T09:22:24 -->
# TMC กำไรสุทธิปี 65 พุ่ง 81% รับอานิสงส์ขายโรงงาน-รายได้อื่นก้อนใหญ่
## รายได้อื่น-กำไรขายสินทรัพย์ดันผลงาน TMC ปี 65 โตเด่น ขณะที่ต้นทุนขายคุมได้ดี
บริษัท ที.เอ็ม.ซี. อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TMC รายงานผลประกอบการปี 2565 เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากการขายโรงงานและรายการพิเศษอื่นๆ ประกอบกับการบริหารต้นทุนขายที่ทำได้ดี ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวสูงขึ้นอย่างโดดเด่นเมื่อเทียบกับปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ TMC ในปี 2565 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การรับรู้รายได้อื่นก้อนใหญ่จากการขายโรงงานและการกลับรายการด้อยค่าโรงงาน รวมถึงการริบเงินมัดจำ** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 81.16 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ว่ายอดขายจากการดำเนินงานหลักจะเติบโตเพียงร้อยละ 14.48 ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในปี 2565 มาจากหลายรายการ ได้แก่:
* **กำไรจากการขายโรงงานบ้านบึง 171.44 ล้านบาท:** เป็นรายการที่สร้างผลบวกต่อกำไรมากที่สุด
* **กลับรายการด้อยค่าโรงงานบ้านบึง 66.79 ล้านบาท:** เป็นการปรับปรุงมูลค่าสินทรัพย์ที่เคยบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายไปแล้ว
* **ริบเงินมัดจำ 10.00 ล้านบาท:** เป็นรายได้ที่ได้รับจากการผิดสัญญาของลูกค้า
* **ค่าเช่าจากโรงงานบ้านบึง 8.62 ล้านบาท:** เป็นรายได้จากการให้เช่าพื้นที่
นอกจากนี้ ต้นทุนขายยังลดลงเล็กน้อยร้อยละ 0.19 แม้ว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้น ซึ่งเกิดจากการบริหารงานขาย ระบบจัดซื้อ การควบคุมการผลิต การทำงานล่วงเวลา และการบริหารสินค้าคงคลังที่ดี ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากร้อยละ 10.29 ในปี 2564 เป็นร้อยละ 21.78 ในปี 2565
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** รายได้จากการขายโรงงานและรายการพิเศษอื่นๆ เช่น การริบเงินมัดจำ หรือการกลับรายการด้อยค่า เป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (one-time) และไม่น่าจะเกิดขึ้นซ้ำในลักษณะเดียวกันในปีถัดไป แม้ว่าการบริหารต้นทุนขายและ GPM ที่ดีขึ้นอาจมีแนวโน้มต่อเนื่อง แต่ผลประกอบการโดยรวมในปี 2566 จะต้องพึ่งพิงรายได้จากการดำเนินงานหลักและปัจจัยอื่นๆ มากกว่านี้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 เติบโต 81.16%** จาก 28.68 ล้านบาทในปี 2564 เป็นจำนวนที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลขกำไรสุทธิปี 2565 ชัดเจน แต่ระบุว่าส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 81.16% จากผลกำไรจากการดำเนินงานสำหรับสิบสองเดือนเป็นจำนวนเงิน 28.68 ล้านบาท ซึ่งอาจหมายถึงกำไรสุทธิปี 2565)
* **ยอดขายรวมปี 2565 เพิ่มขึ้น 14.48%** เป็น 334.74 ล้านบาท จาก 292.41 ล้านบาทในปี 2564
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ก้าวกระโดด** จาก 10.29% ในปี 2564 เป็น 21.78% ในปี 2565
* **รายได้อื่นเพิ่มขึ้นเกิน 100%** จากการขายโรงงานบ้านบึง, การกลับรายการด้อยค่าโรงงาน, และการริบเงินมัดจำ
* **หนี้สินรวมลดลง 63.38%** จากการชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงินและบุคคลภายนอก
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2565 บริษัท ที.เอ็ม.ซี. อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 334.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.48 เมื่อเทียบกับ 292.41 ล้านบาทในปี 2564 โดยรายได้หลักมาจากเครน (156.97 ล้านบาท) เครื่องเพรส (111.69 ล้านบาท) งานผลิตตามคำสั่งซื้อ (53.03 ล้านบาท) และซื้อมาขายไป (13.04 ล้านบาท)
ต้นทุนขายลดลงเล็กน้อยร้อยละ 0.19 มาอยู่ที่ 261.82 ล้านบาท จาก 262.32 ล้านบาทในปี 2564 ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากร้อยละ 10.29 ในปี 2564 เป็นร้อยละ 21.78 ในปี 2565
รายได้อื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเกินร้อยละ 100 จากการได้รับค่าเช่าโรงงานบ้านบึง 8.62 ล้านบาท, การริบเงินมัดจำ 10.00 ล้านบาท, กำไรจากการขายโรงงานบ้านบึง 171.44 ล้านบาท และการกลับรายการด้อยค่าโรงงานบ้านบึง 66.79 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายขายลดลงร้อยละ 15.40 มาอยู่ที่ 14.40 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายบริหารลดลงร้อยละ 10.65 มาอยู่ที่ 48.80 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลงเล็กน้อยร้อยละ 1.31
ผลประกอบการโดยรวมสำหรับปี 2565 มีกำไรจากการดำเนินงานสำหรับสิบสองเดือนเป็นจำนวนเงิน 28.68 ล้านบาท (เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลขกำไรสุทธิปี 2565 ชัดเจน แต่ระบุว่าส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 81.16% จากผลกำไรจากการดำเนินงานสำหรับสิบสองเดือนเป็นจำนวนเงิน 28.68 ล้านบาท)
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการลงทุน:** การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการกลับมาลงทุนของภาคเอกชนและภาครัฐ เป็นปัจจัยบวกต่อยอดขายสินค้าอุตสาหกรรม
* **การบริหารต้นทุนและ GPM ที่ดีขึ้น:** การบริหารงานขาย ระบบจัดซื้อ การควบคุมการผลิต และการบริหารสินค้าคงคลังที่ทำได้ดี ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **การบริหารจัดการสินทรัพย์:** การขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก (โรงงานบ้านบึง) ช่วยปลดล็อกมูลค่าและเสริมสภาพคล่อง
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเงินเฟ้อ:** ปัญหาความขัดแย้งในภูมิรัฐศาสตร์และภาวะเงินเฟ้อส่งผลให้ต้นทุนสินค้าต่างๆ ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถผลักภาระให้ลูกค้าได้
* **การพึ่งพารายการพิเศษ:** ผลประกอบการปี 2565 ได้รับแรงหนุนหลักจากรายการพิเศษ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่ยั่งยืนในระยะยาว
* **การขาดทุนจากการ Write off เครื่องจักรและด้อยค่าเงินลงทุน:** มีการขาดทุนจากการ write off เครื่องจักร 8.64 ล้านบาท และด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทสหพัฒน์อมรจำกัด 1.63 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายจากการดำเนินงานหลัก:** การเติบโตของยอดขายเครน เครื่องเพรส และงานผลิตตามคำสั่งซื้อในไตรมาสถัดไป
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
* **การบริหารสภาพคล่อง:** การบริหารจัดการหนี้สินและการใช้เงินสดจากการดำเนินงาน
* **การกลับมาของรายการพิเศษ:** โอกาสในการเกิดรายการพิเศษที่ส่งผลบวกต่อผลประกอบการในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิต (utilization rate)
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าคงค้างของคำสั่งซื้อ (order book)
* **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารกล่าวถึงปัญหาเงินเฟ้อที่ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าเพิ่มสูงขึ้น แต่ไม่ได้ระบุราคาวัตถุดิบหลักที่ใช้
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากร้อยละ 10.29 เป็นร้อยละ 21.78 ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารต้นทุนขายที่ดี
* **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนรายได้จากการส่งออก
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือลดลง 4.03 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 4/2565 บริษัทมีทรัพย์สินรวม 734.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.58 จากสิ้นปี 2564
หนี้สินรวมลดลงร้อยละ 63.38 มาอยู่ที่ระดับที่ต่ำลงอย่างมาก เนื่องจากบริษัทได้ชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงินและบุคคลภายนอกเป็นจำนวน 244.47 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 81.16 ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรจากการดำเนินงาน การกลับรายการด้อยค่าโรงงาน การริบเงินมัดจำ หักลบด้วยการขาดทุนจากการ write off เครื่องจักรและด้อยค่าเงินลงทุน
## สรุปท้าย
ผลประกอบการปี 2565 ของ TMC ได้รับแรงหนุนหลักจากรายการพิเศษ โดยเฉพาะกำไรจากการขายโรงงานและรายได้อื่นที่เข้ามาอย่างก้าวกระโดด ประกอบกับการบริหารต้นทุนขายที่ทำได้ดี ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ขณะที่การเติบโตในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างยอดขายจากการดำเนินงานหลักและบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TMC ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
129.31
ล้านบาท
↑ 39.3% YoY
กำไรขั้นต้น
27.36
ล้านบาท
↑ 87.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.16
%
กำไรสุทธิ
11.32
ล้านบาท
↓ 2964.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.75
%
D/E Ratio
0.13
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
129
↑ + 39.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
27
↑ + 87.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
11
↓ -2964.8%
YoY
D/E Ratio
0.13
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TMC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.13
ROE (%)
-2.45
ROA (%)
-2.02
Book Value/หุ้น
1.25
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TMC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+10
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+31
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TMC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
9.65
+103.16%
|
4.75
-92.03%
|
59.57
-629.51%
|
-11.25
-118.51%
|
60.78
+155.16%
|
23.82
-166.37%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
31.16
-28.89%
|
43.82
-1,811.72%
|
-2.56
-100.95%
|
269.15
-8,256.06%
|
-3.30
-113.70%
|
24.08
-1,124.68%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2.28
-74.64%
|
8.99
-280.89%
|
-4.97
-97.09%
|
-170.75
+298.20%
|
-42.88
+1.80%
|
-42.12
-208.22%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
38.95
-31.97%
|
57.25
+10.50%
|
51.81
-40.45%
|
87.00
+495.08%
|
14.62
+152.94%
|
5.78
+725.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
81.98
-5.48%
|
86.73
-14.59%
|
101.55
+3,063.55%
|
3.21
-79.40%
|
15.58
+58.98%
|
9.80
+7.69%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
88.19
+7.58%
|
81.98
-5.48%
|
86.73
-14.59%
|
101.55
+3,063.55%
|
3.21
-79.40%
|
15.58
+58.98%
|