บริษัท ที.เอ็ม.ซี. อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.69
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3578 out_tok=2366 at=2026-07-26T08:51:46 -->
# TMC Q3/2564 พลิกกำไรขั้นต้นพุ่ง 9.88% รับบริหารต้นทุน-รายได้อื่นหนุน
## รายได้-กำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการควบคุมต้นทุนและรายได้จากการเช่าเป็นปัจจัยหลัก
บริษัท ที.เอ็ม.ซี. อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TMC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 ที่มีสัญญาณการฟื้นตัว โดยเฉพาะอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ายอดขายโดยรวมจะยังคงลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้มาจากการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกอบกับรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นจากการให้เช่าโรงงาน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TMC ในไตรมาส 3 ปี 2564 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การพลิกฟื้นของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 0.45% ในไตรมาส 3 ปี 2563 เป็น 9.88% ในไตรมาส 3 ปี 2564** แม้ว่ายอดขายรวมจะลดลง 8.33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การเพิ่มขึ้นของ GPM นี้เป็นปัจจัยหลักที่ช่วยชดเชยผลกระทบจากยอดขายที่ลดลง และทำให้ภาพรวมผลการดำเนินงานดีขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการได้ระบุว่า การปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นเกิดจากการ **ควบคุมการบริหารในส่วนของฝ่ายขาย ฝ่ายจัดซื้อ และกระบวนการผลิตของโรงงาน** ซึ่งเริ่มมีผลตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2564 การบริหารจัดการต้นทุนเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนขายที่ลดลง 17.02% ในไตรมาส 3 ปี 2564 เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่ายอดขายจะลดลงก็ตาม นอกจากนี้ **รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นเกิน 100%** จากการได้รับค่าเช่าโรงงานบ้านบึงในปี 2564 ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนผลประกอบการโดยรวม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าการบริหารต้นทุนและการควบคุมค่าใช้จ่ายจะเริ่มมีผลตั้งแต่ต้นปี 2564 และฝ่ายจัดการได้ระบุว่าต้นทุนทางการเงินลดลงจากการควบคุมค่าใช้จ่ายและต้นทุนการสั่งซื้อ ทำให้การกู้ยืมลดลง แต่การที่ยอดขายยังคงลดลง 8.33% ในไตรมาส 3 ปี 2564 และผลขาดทุนจากการดำเนินงานสำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2564 อยู่ที่ 38.40 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากยอดขายที่ลดลงได้อย่างเต็มที่ ปัจจัยภายนอก เช่น การแพร่ระบาดของโควิด-19 และการปรับราคาของเหล็กและน้ำมัน ยังคงเป็นความท้าทายที่ส่งผลกระทบต่อยอดขายและแผนการลงทุนของลูกค้า ซึ่งอาจทำให้การปรับประมาณการเศรษฐกิจเป็นไปอย่างจำกัด
## Highlight สำคัญ
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ:** จาก 0.45% ใน Q3/2563 เป็น 9.88% ใน Q3/2564 คิดเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 9.43% หรือ 21.96 เท่า
* **ยอดขายรวมลดลง:** ไตรมาส 3 ปี 2564 มียอดขาย 168.76 ล้านบาท ลดลง 8.33% จาก 184.10 ล้านบาทใน Q3/2563
* **ต้นทุนขายลดลง:** ลดลง 17.02% จาก 183.27 ล้านบาทใน Q3/2563 เป็น 152.09 ล้านบาทใน Q3/2564
* **รายได้อื่นเพิ่มขึ้นอย่างมาก:** เพิ่มขึ้นเกิน 100% จากการได้รับค่าเช่าโรงงานบ้านบึง
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง:** ลดลง 16.48% จากการควบคุมค่าใช้จ่ายและต้นทุนการสั่งซื้อ
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง:** ลดลง 10.37% เนื่องจากผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 38.40 ล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท ที.เอ็ม.ซี. อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) มียอดขายรวม 168.76 ล้านบาท ลดลง 8.33% เมื่อเทียบกับ 184.10 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2563 อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายลดลงถึง 17.02% จาก 183.27 ล้านบาท เป็น 152.09 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก จาก 0.45% ในปีก่อน เป็น 9.88% ในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ รายได้อื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการรับค่าเช่าโรงงานบ้านบึง และต้นทุนทางการเงินลดลง 16.48% จากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและการกู้ยืมที่ลดลง
## โอกาส
* **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในส่วนฝ่ายขาย ฝ่ายจัดซื้อ และกระบวนการผลิตที่เริ่มเห็นผลตั้งแต่ต้นปี 2564 เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
* **รายได้จากค่าเช่า:** การรับรู้รายได้ค่าเช่าจากโรงงานบ้านบึง เป็นแหล่งรายได้อื่นที่เข้ามาสนับสนุนผลประกอบการ
* **การลดต้นทุนทางการเงิน:** มาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายและต้นทุนการสั่งซื้อที่ส่งผลให้การกู้ยืมลดลง ช่วยลดภาระดอกเบี้ย
## ความเสี่ยง
* **ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19:** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อยอดขายและงานบริการ เนื่องจากลูกค้าเลื่อนชะลอ หรือยกเลิกแผนการลงทุน
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** การปรับราคาของเหล็กและน้ำมันที่สูงขึ้นอย่างมาก มีผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ:** การฉีดวัคซีนที่ยังไม่ครอบคลุมเป้าหมาย และความกังวลเรื่องการแพร่เชื้อหลังเปิดประเทศ ทำให้การปรับประมาณการเศรษฐกิจยังคงจำกัด
* **ผลขาดทุนสะสม:** ผลขาดทุนจากการดำเนินงานสำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2564 ที่ 38.40 ล้านบาท ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มยอดขายในไตรมาสถัดไป ว่าจะสามารถฟื้นตัวกลับมาเติบโตได้หรือไม่ ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 และการเปิดประเทศ
* ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบที่ผันผวน
* การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงิน เพื่อลดภาระดอกเบี้ย
* การรับรู้รายได้จากสัญญาเช่าโรงงานบ้านบึง ว่าจะต่อเนื่องในระดับใด
* ผลกระทบจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายลดลง 17.02% ขณะที่ยอดขายลดลง 8.33% อาจบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ หรืออาจมีการปรับลดกำลังการผลิตลงเพื่อควบคุมสต็อก
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การที่ลูกค้าเลื่อนชะลอหรือยกเลิกแผนการลงทุน อาจส่งผลกระทบต่อการรับคำสั่งซื้อใหม่
* **ราคาวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงการปรับราคาของเหล็กและน้ำมันที่สูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการผลิต
* **GPM:** มีการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 0.45% เป็น 9.88% ซึ่งเป็นจุดเด่นของงบการเงินในไตรมาสนี้
* **การส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับการส่งออก
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทมีทรัพย์สินรวม 756.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.14% จากสิ้นปีก่อน หนี้สินรวมอยู่ที่ 425.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.21% ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 10.37% มาอยู่ที่ 331.82 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการรับรู้ผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 38.40 ล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงิน
## สรุปท้าย
TMC ในไตรมาส 3 ปี 2564 แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นพลิกฟื้นขึ้นอย่างโดดเด่น ประกอบกับรายได้อื่นจากการเช่าโรงงานที่เข้ามาสนับสนุน อย่างไรก็ตาม ความท้าทายจากยอดขายที่ยังคงลดลง และความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก เช่น การแพร่ระบาดของโควิด-19 และราคาวัตถุดิบที่ผันผวน ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางการฟื้นตัวของผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TMC ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
129.31
ล้านบาท
↑ 39.3% YoY
กำไรขั้นต้น
27.36
ล้านบาท
↑ 87.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.16
%
กำไรสุทธิ
11.32
ล้านบาท
↓ 2964.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.75
%
D/E Ratio
0.13
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
129
↑ + 39.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
27
↑ + 87.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
11
↓ -2964.8%
YoY
D/E Ratio
0.13
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TMC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.13
ROE (%)
-2.45
ROA (%)
-2.02
Book Value/หุ้น
1.25
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TMC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+10
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+31
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TMC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
9.65
+103.16%
|
4.75
-92.03%
|
59.57
-629.51%
|
-11.25
-118.51%
|
60.78
+155.16%
|
23.82
-166.37%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
31.16
-28.89%
|
43.82
-1,811.72%
|
-2.56
-100.95%
|
269.15
-8,256.06%
|
-3.30
-113.70%
|
24.08
-1,124.68%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2.28
-74.64%
|
8.99
-280.89%
|
-4.97
-97.09%
|
-170.75
+298.20%
|
-42.88
+1.80%
|
-42.12
-208.22%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
38.95
-31.97%
|
57.25
+10.50%
|
51.81
-40.45%
|
87.00
+495.08%
|
14.62
+152.94%
|
5.78
+725.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
81.98
-5.48%
|
86.73
-14.59%
|
101.55
+3,063.55%
|
3.21
-79.40%
|
15.58
+58.98%
|
9.80
+7.69%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
88.19
+7.58%
|
81.98
-5.48%
|
86.73
-14.59%
|
101.55
+3,063.55%
|
3.21
-79.40%
|
15.58
+58.98%
|