บริษัท ที.เอ็ม.ซี. อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.69
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4439 out_tok=2170 at=2026-07-26T09:06:36 -->
# TMC กำไร Q3/2565 ดิ่ง 58% สวนทางรายได้ลด เหตุปริมาณขายวูบ
## รายได้-กำไรทรุดหนักจากปริมาณขายแผง MDF/Particle ลดลง YoY แม้ราคาขายเฉลี่ยปรับขึ้นเล็กน้อย
บริษัท ที.เอ็ม.ซี. อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TMC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 208.3 ล้านบาท ลดลงถึง 58% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลง 15% เป็นผลจากปริมาณการขายแผ่น MDF และแผ่น Particle ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TMC ในไตรมาส 3 ปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ปริมาณการขายที่ลดลงอย่างมาก** โดยเฉพาะแผ่น MDF ที่ลดลงถึง 37% และแผ่น Particle ลดลง 18% ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายรวมลดลง 15% หรือ 482.8 ล้านบาท แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์ทั้งสองชนิดจะปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 12% และ 5% ตามลำดับ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากปริมาณขายที่หายไปได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงถึง 58% หรือ 292.0 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของปริมาณการขายแผ่น MDF และแผ่น Particle เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรของบริษัท เอกสารไม่ได้ระบุสาเหตุต้นทางที่ชัดเจนของการลดลงของปริมาณขาย แต่การที่ราคาขายเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นอาจสะท้อนถึงต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น หรือการปรับราคาตามสภาวะตลาด อย่างไรก็ตาม การที่ปริมาณขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นถึงอุปสงค์ที่อ่อนแอลงในตลาด หรือการสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาด ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงตามไปด้วย แม้ว่าต้นทุนขายจะลดลงตามปริมาณการผลิตที่ลดลงก็ตาม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ปรากฏในเอกสาร ยัง **ไม่ชัดเจนว่าสถานการณ์ปริมาณการขายที่ลดลงนี้จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** เนื่องจากเอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มคำสั่งซื้อ (Order Book) หรือปัจจัยขับเคลื่อนตลาดในอนาคตที่ชัดเจน การที่ราคาขายเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นอาจเป็นปัจจัยบวกในระยะสั้น แต่หากปริมาณขายยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง จะเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อผลประกอบการในระยะยาว นักลงทุนจึงควรติดตามสถานการณ์ปริมาณการขายและปัจจัยที่ส่งผลต่ออุปสงค์ในตลาดอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 58% YoY:** อยู่ที่ 208.3 ล้านบาท จาก 500.3 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายลดลง 15% YoY:** อยู่ที่ 2,820.7 ล้านบาท จาก 3,303.5 ล้านบาท
* **ปริมาณขายแผ่น MDF ลดลง 37% และแผ่น Particle ลดลง 18%:** เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้รายได้หดตัว
* **ราคาขายเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้น:** แผ่น MDF +12%, แผ่น Particle +5% แต่ไม่สามารถชดเชยปริมาณขายที่ลดลงได้
* **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 706.8 ล้านบาท:** ส่วนใหญ่เป็นสินค้าสำเร็จรูป, สินค้าระหว่างทาง ขณะที่วัตถุดิบลดลง
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง:** จาก 1.87:1 เป็น 1.61:1
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาสที่ 3 ปี 2565 บริษัท ที.เอ็ม.ซี. อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 2,820.7 ล้านบาท ลดลง 482.8 ล้านบาท หรือประมาณ 15% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายต่างประเทศที่ลดลงประมาณ 19% ผลกำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 208.3 ล้านบาท ลดลง 292.0 ล้านบาท หรือ 58% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของปริมาณขายแผ่น MDF และแผ่น Particle แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะปรับเพิ่มขึ้นก็ตาม
## โอกาส
* การปรับขึ้นของราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ อาจช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ในระดับหนึ่ง หากสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดี
* การลดลงของอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น แสดงถึงการปรับปรุงโครงสร้างทางการเงินที่ดีขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความเสี่ยงด้านปริมาณขาย:** การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของปริมาณการขายแผ่น MDF และ Particle เป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไร
* **ความเสี่ยงด้านอุปสงค์:** การที่ปริมาณขายลดลงอาจสะท้อนถึงอุปสงค์ที่อ่อนแอในตลาด หรือการแข่งขันที่รุนแรง
* **การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลัง:** การที่สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาจส่งผลต่อต้นทุนการจัดเก็บ และความเสี่ยงด้านราคาในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มปริมาณการขายแผ่น MDF และ Particle ในไตรมาสถัดไป
* ปัจจัยที่ส่งผลต่ออุปสงค์ในตลาดผลิตภัณฑ์ของบริษัท
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิต
* การบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น
* ทิศทางราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) โดยตรง แต่การลดลงของปริมาณการขาย 37% (MDF) และ 18% (Particle) บ่งชี้ว่าอัตราการใช้กำลังการผลิตน่าจะลดลงตามไปด้วย
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Order Book
* **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้ระบุราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่การที่ราคาขายเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้น อาจสะท้อนถึงต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **GPM:** เอกสารไม่ได้ระบุอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) โดยตรง แต่การที่กำไรสุทธิลดลงมากกว่ารายได้ที่ลดลง บ่งชี้ว่า GPM อาจถูกกดดัน
* **ส่งออก:** รายได้จากการขายต่างประเทศลดลงประมาณ 19% ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของรายได้รวมที่ลดลง
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือรวมเพิ่มขึ้น 706.8 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นสินค้าสำเร็จรูป (เพิ่ม 721.4 ล้านบาท) ขณะที่วัตถุดิบลดลง 166.3 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 19,931.9 ล้านบาท ลดลง 369.8 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีเงินสดลดลง 896.5 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 706.8 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 12,305.7 ล้านบาท ลดลง 921.3 ล้านบาท โดยเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาวลดลง ส่วนเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้น อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 1.87:1 เป็น 1.61:1 สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 บริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 1,385.1 ล้านบาท ลดลง 575.9 ล้านบาท โดยมีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 657.7 ล้านบาท และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 1,168.8 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดคงเหลือ ณ สิ้นงวดลดลง 896.5 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีก่อน
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ TMC ในไตรมาส 3 ปี 2565 ได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากการลดลงของปริมาณการขายแผ่น MDF และ Particle ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้และกำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะปรับเพิ่มขึ้นก็ตาม การที่สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าสำเร็จรูป ประกอบกับความเสี่ยงด้านอุปสงค์ที่ยังไม่ชัดเจน ทำให้ต้องจับตาแนวโน้มปริมาณการขายและปัจจัยขับเคลื่อนตลาดอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป แม้ว่าบริษัทจะมีการปรับปรุงโครงสร้างทางการเงินที่ดีขึ้น แต่การฟื้นตัวของผลประกอบการจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการกระตุ้นยอดขายและบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TMC ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
129.31
ล้านบาท
↑ 39.3% YoY
กำไรขั้นต้น
27.36
ล้านบาท
↑ 87.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.16
%
กำไรสุทธิ
11.32
ล้านบาท
↓ 2964.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.75
%
D/E Ratio
0.13
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
129
↑ + 39.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
27
↑ + 87.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
11
↓ -2964.8%
YoY
D/E Ratio
0.13
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TMC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.13
ROE (%)
-2.45
ROA (%)
-2.02
Book Value/หุ้น
1.25
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TMC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+10
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+31
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TMC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
9.65
+103.16%
|
4.75
-92.03%
|
59.57
-629.51%
|
-11.25
-118.51%
|
60.78
+155.16%
|
23.82
-166.37%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
31.16
-28.89%
|
43.82
-1,811.72%
|
-2.56
-100.95%
|
269.15
-8,256.06%
|
-3.30
-113.70%
|
24.08
-1,124.68%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2.28
-74.64%
|
8.99
-280.89%
|
-4.97
-97.09%
|
-170.75
+298.20%
|
-42.88
+1.80%
|
-42.12
-208.22%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
38.95
-31.97%
|
57.25
+10.50%
|
51.81
-40.45%
|
87.00
+495.08%
|
14.62
+152.94%
|
5.78
+725.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
81.98
-5.48%
|
86.73
-14.59%
|
101.55
+3,063.55%
|
3.21
-79.40%
|
15.58
+58.98%
|
9.80
+7.69%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
88.19
+7.58%
|
81.98
-5.48%
|
86.73
-14.59%
|
101.55
+3,063.55%
|
3.21
-79.40%
|
15.58
+58.98%
|