บริษัท ที.เอ็ม.ซี. อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.69
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4907 out_tok=2897 at=2026-07-26T08:55:31 -->
TMC กำไรสุทธิ Q3/2566 ดิ่ง 79.85% รับผลกระทบรายการพิเศษปีก่อน
ฝ่ายจัดการเผยรายได้และกำไรขั้นต้นลดลง เหตุยอดขายหดตัว ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายบริหารปรับลดตาม
บริษัท ที.เอ็ม.ซี. อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TMC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 15.17 ล้านบาท ลดลง 79.85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการไม่มีรายการพิเศษที่เคยบันทึกได้ในปี 2565 ขณะที่รายได้จากการขายและบริการปรับตัวลดลง 13.50% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นหดตัวตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ TMC ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การหายไปของรายการพิเศษจากการโอนกลับค่าเผื่อผลขาดทุนจากด้อยค่าสินทรัพย์จำนวน 66.79 ล้านบาท ที่เคยบันทึกได้ในไตรมาส 3 ปี 2565** ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ส่งผลให้กำไรของปีก่อนสูงผิดปกติ ประกอบกับ **ยอดขายที่ลดลง** ส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรขั้นต้นในงวดปัจจุบัน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 75.32 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรายการพิเศษจากการโอนกลับค่าเผื่อผลขาดทุนจากด้อยค่าสินทรัพย์จำนวน 66.79 ล้านบาท ทำให้กำไรปกติในงวดนั้นอยู่ที่ประมาณ 8.53 ล้านบาทเท่านั้น ในขณะที่ไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 15.17 ล้านบาท ซึ่งเป็นกำไรจากการดำเนินงานปกติ แต่เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีรายการพิเศษเข้ามาเสริม ทำให้ตัวเลขกำไรสุทธิในงวดปัจจุบันดูเหมือนลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ รายได้จากการขายและบริการในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 82.75 ล้านบาท ลดลง 13.50% จาก 95.67 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งเป็นผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 25.13% จาก 19.23 ล้านบาท เป็น 14.40 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 20.10% เป็น 17.40% โดยฝ่ายจัดการระบุว่ากำไรขั้นต้นปรับตัวลดลงเนื่องจากยอดขายที่ลดลง
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว** การลดลงของกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2566 ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในปี 2565 การที่บริษัทฯ ไม่มีรายการพิเศษดังกล่าวในปีนี้ ทำให้ตัวเลขเปรียบเทียบดูหดตัวลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง 50.03% จากการขายโรงงานและจำหน่ายทรัพย์สิน รวมถึงการไม่มีค่าใช้จ่ายทางการเงินจากการชำระหนี้ทั้งหมดแล้ว เป็นปัจจัยบวกที่อาจช่วยหนุนผลประกอบการในระยะถัดไปได้ หากยอดขายสามารถฟื้นตัวได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 อยู่ที่ 15.17 ล้านบาท ลดลง 79.85% YoY** จาก 75.32 ล้านบาทในปีก่อน
* **สาเหตุหลักเกิดจากการไม่มีรายการพิเศษ** จากการโอนกลับค่าเผื่อผลขาดทุนจากด้อยค่าสินทรัพย์ 66.79 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายและบริการ Q3/2566 อยู่ที่ 82.75 ล้านบาท ลดลง 13.50% YoY** จาก 95.67 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้น Q3/2566 อยู่ที่ 14.40 ล้านบาท ลดลง 25.13% YoY** โดยอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 17.40% ลดลงจาก 20.10% ในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 50.03% YoY** จาก 19.68 ล้านบาท เหลือ 9.83 ล้านบาท หลังจากการขายโรงงานและจำหน่ายทรัพย์สิน
* **หนี้สินรวมลดลง 17.81%** จาก 139.37 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 เป็น 114.55 ล้านบาท ณ สิ้น Q3/2566
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท ที.เอ็ม.ซี. อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 82.75 ล้านบาท ลดลง 12.92 ล้านบาท หรือ 13.50% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 95.67 ล้านบาท ต้นทุนขายและบริการลดลง 8.09 ล้านบาท หรือ 10.58% มาอยู่ที่ 68.35 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 14.40 ล้านบาท ลดลง 4.83 ล้านบาท หรือ 25.13% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 17.40% ลดลงจาก 20.10% ในปีก่อน
ในส่วนของค่าใช้จ่าย บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายในการขายคงที่ที่ 3.36 ล้านบาท แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 9.85 ล้านบาท หรือ 50.03% มาอยู่ที่ 9.83 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการลดลงของค่าเสื่อมราคาอาคารจากการขายโรงงานและการจำหน่ายทรัพย์สิน นอกจากนี้ บริษัทฯ ไม่มีค่าใช้จ่ายทางการเงินในไตรมาสนี้ เทียบกับปีก่อนที่มี 2.87 ล้านบาท เนื่องจากได้ชำระหนี้ทั้งหมดแล้ว
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณารายได้อื่นที่ลดลง 6.77 ล้านบาท และการไม่มีรายการพิเศษจากการโอนกลับค่าเผื่อผลขาดทุนจากด้อยค่าสินทรัพย์ 66.79 ล้านบาทที่เคยมีในปีก่อน ทำให้กำไรก่อนภาษีในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 9.91 ล้านบาท ลดลง 65.41 ล้านบาท หรือ 86.85% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเมื่อรวมผลกระทบจากภาษีเงินได้ที่กลับมาเป็นบวก 5.27 ล้านบาท (จากปีก่อนที่ไม่มีภาระภาษี) ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 15.17 ล้านบาท ลดลง 60.15 ล้านบาท หรือ 79.85% เมื่อเทียบกับ 75.32 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการ 234.24 ล้านบาท ลดลง 6.90% YoY และมีกำไรสุทธิ 16.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.44% YoY ซึ่งการเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากการกลับรายการค่าเผื่อผลขาดทุนจากด้อยค่าสินทรัพย์ 66.79 ล้านบาทในปีก่อนที่หักล้างกับผลขาดทุนจากการดำเนินงานปกติ
## โอกาส
* **การนำเทคโนโลยี Automatic ร่วมกับ System Integrator (SI) เป็น Cyber-Physical-System (CPS):** บริษัทฯ มีการนำเทคโนโลยี CPS มาประยุกต์ใช้เพื่อความทันสมัย ซึ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดีทั้งไลน์การผลิตปัจจุบันและไลน์การผลิตใหม่
* **การพัฒนาตามหลัก BCG Model:** บริษัทฯ มีแผนการ Transformation Technology โดยการนำวัสดุเหลือทิ้งจากครัวเรือนและภาคการเกษตรมาสร้างนวัตกรรม มุ่งเน้นการพัฒนา 3 ด้าน คือ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy), เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
## ความเสี่ยง
* **ยอดขายที่ลดลง:** รายได้จากการขายและบริการที่ปรับตัวลดลงในไตรมาส 3 ปี 2566 เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรขั้นต้น
* **การพึ่งพารายการพิเศษ:** ผลประกอบการในอดีตบางส่วนได้รับผลบวกจากรายการพิเศษ ซึ่งอาจทำให้การเปรียบเทียบผลประกอบการในแต่ละช่วงมีความผันผวนสูง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายในไตรมาสถัดไป:** การฟื้นตัวของยอดขายจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการ
* **ความคืบหน้าของการนำเทคโนโลยี CPS มาใช้:** การนำเทคโนโลยีมาปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและการตอบสนองลูกค้า
* **การพัฒนาโครงการตามหลัก BCG Model:** ความคืบหน้าในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือทิ้งและทรัพยากรชีวภาพ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การรักษาประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในส่วนของ **Utilization** และ **Order Book** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลโดยตรง อย่างไรก็ตาม การที่รายได้จากการขายและบริการลดลง อาจบ่งชี้ถึงปริมาณการผลิตหรือคำสั่งซื้อที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
สำหรับ **ราคาวัตถุดิบ** เอกสารไม่ได้ระบุถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบ แต่ต้นทุนขายและบริการที่ลดลงตามยอดขายที่ลดลง อาจสะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่สอดคล้องกับปริมาณการผลิต
**GPM (Gross Profit Margin)** ปรับลดลงจาก 20.10% ใน Q3/2565 เป็น 17.40% ใน Q3/2566 ซึ่งสอดคล้องกับที่ฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากยอดขายที่ลดลง
ในส่วนของ **การส่งออก** และ **ค่าเงิน** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
**สินค้าคงคลัง** ไม่ได้มีการกล่าวถึงในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 733.76 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.11% จากสิ้นปี 2565 หนี้สินรวมลดลง 17.81% จาก 139.37 ล้านบาท เป็น 114.55 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเจ้าหนี้การค้า ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 4.04% เป็น 619.21 ล้านบาท
อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) เพิ่มขึ้นจาก 5.65 เท่า เป็น 7.36 เท่า แสดงถึงสภาพคล่องที่ดีขึ้น อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ลดลงจาก 0.23 เท่า เป็น 0.18 เท่า บ่งชี้ถึงการลดลงของภาระหนี้สิน
อย่างไรก็ตาม อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 44.80% ในสิ้นปี 2565 เป็น 2.73% ในไตรมาส 3 ปี 2566 ซึ่งสอดคล้องกับกำไรสุทธิที่ลดลงอย่างมาก
## สรุปท้าย
TMC ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันจากกำไรสุทธิที่ลดลงอย่างมากถึง 79.85% YoY ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการหายไปของรายการพิเศษในปีก่อน ประกอบกับยอดขายที่หดตัวส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายทางการเงิน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่อาจช่วยหนุนผลประกอบการในอนาคต หากสามารถพลิกฟื้นยอดขายได้ ขณะที่การลงทุนในเทคโนโลยี CPS และการพัฒนาตามหลัก BCG Model ถือเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตในระยะยาว แต่ยังคงต้องจับตาแนวโน้มยอดขายและความคืบหน้าของโครงการเหล่านี้อย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TMC ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
129.31
ล้านบาท
↑ 39.3% YoY
กำไรขั้นต้น
27.36
ล้านบาท
↑ 87.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.16
%
กำไรสุทธิ
11.32
ล้านบาท
↓ 2964.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.75
%
D/E Ratio
0.13
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
129
↑ + 39.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
27
↑ + 87.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
11
↓ -2964.8%
YoY
D/E Ratio
0.13
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TMC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.13
ROE (%)
-2.45
ROA (%)
-2.02
Book Value/หุ้น
1.25
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TMC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+10
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+31
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TMC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
9.65
+103.16%
|
4.75
-92.03%
|
59.57
-629.51%
|
-11.25
-118.51%
|
60.78
+155.16%
|
23.82
-166.37%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
31.16
-28.89%
|
43.82
-1,811.72%
|
-2.56
-100.95%
|
269.15
-8,256.06%
|
-3.30
-113.70%
|
24.08
-1,124.68%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2.28
-74.64%
|
8.99
-280.89%
|
-4.97
-97.09%
|
-170.75
+298.20%
|
-42.88
+1.80%
|
-42.12
-208.22%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
38.95
-31.97%
|
57.25
+10.50%
|
51.81
-40.45%
|
87.00
+495.08%
|
14.62
+152.94%
|
5.78
+725.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
81.98
-5.48%
|
86.73
-14.59%
|
101.55
+3,063.55%
|
3.21
-79.40%
|
15.58
+58.98%
|
9.80
+7.69%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
88.19
+7.58%
|
81.98
-5.48%
|
86.73
-14.59%
|
101.55
+3,063.55%
|
3.21
-79.40%
|
15.58
+58.98%
|