บริษัท ที.เอ็ม.ซี. อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.69
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3322 out_tok=2295 at=2026-07-27T13:26:58 -->
# TMC Q2/2564: กำไรสุทธิพลิกบวกจาก GPM พุ่ง หลังปรับโครงสร้างบริหาร
## รายได้ทรงตัวแต่ GPM ก้าวกระโดด 8 เท่าตัว หนุนกำไรสุทธิพลิกฟื้น หลังฝ่ายบริหารปรับโครงสร้างองค์กร
บริษัท ที.เอ็ม.ซี. อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TMC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้ แม้ว่ายอดขายจะทรงตัวใกล้เคียงเดิม โดยปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ผลประกอบการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจากการปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากการปรับโครงสร้างการบริหารงานขาย จัดซื้อ และโรงงาน ซึ่งเริ่มมีผลตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลง และมีรายได้อื่นเข้ามาสนับสนุน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TMC ในไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ มาจากการปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่ติดลบหรือต่ำมากในปีก่อนหน้า กลายเป็นบวกถึงร้อยละ 9.60 ในไตรมาส 2 ปี 2564 เทียบกับร้อยละ 1.52 ในไตรมาส 2 ปี 2563 แม้ว่ายอดขายจะทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 105.21 ล้านบาท ลดลงเพียงร้อยละ 0.11 จาก 105.32 ล้านบาทในปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การปรับปรุง GPM ที่โดดเด่นนี้ เกิดจากการปรับโครงสร้างการบริหารใหม่ในส่วนของงานขาย งานจัดซื้อ และโรงงาน ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา การปรับโครงสร้างนี้ส่งผลให้ต้นทุนขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึงร้อยละ 8.31 จาก 103.72 ล้านบาท เหลือ 95.11 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมากถึงร้อยละ 2,013.10 เนื่องจากในปี 2564 บริษัทได้รับค่าเช่าจากโรงงานบ้านบึงเข้ามาเสริม ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลงร้อยละ 18.23 จากมาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายและการกู้ยืมที่ลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร การปรับโครงสร้างการบริหารมีผลอย่างชัดเจนต่อการเพิ่มขึ้นของ GPM และการลดลงของต้นทุนขาย ซึ่งเป็นปัจจัยเชิงบวกที่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** หากการบริหารจัดการยังคงมีประสิทธิภาพเช่นเดิม อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกสามยังคงส่งผลกระทบต่องานติดตั้งและบริการ ทำให้ลูกค้าชะลอหรือยกเลิกแผนการลงทุน ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต่อยอดขายในระยะสั้น การฟื้นตัวของยอดขายจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดและการฉีดวัคซีน รวมถึงการกลับมาลงทุนของลูกค้า
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกบวก:** TMC สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้ในไตรมาส 2 ปี 2564 หลังจากการปรับโครงสร้างการบริหาร
* **GPM ก้าวกระโดด:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากร้อยละ 1.52 ใน Q2/2563 เป็นร้อยละ 9.60 ใน Q2/2564
* **ต้นทุนขายลดลง:** ต้นทุนขายลดลงร้อยละ 8.31 จาก 103.72 ล้านบาท เหลือ 95.11 ล้านบาท หลังการปรับโครงสร้าง
* **รายได้อื่นหนุน:** รายได้อื่นเพิ่มขึ้นกว่า 20 เท่าตัว จากการรับค่าเช่าโรงงานบ้านบึง
* **ต้นทุนการเงินลดลง:** ต้นทุนทางการเงินลดลงร้อยละ 18.23 จากมาตรการควบคุมค่าใช้จ่าย
* **ยอดขายทรงตัว:** ยอดขายรวมทรงตัวอยู่ที่ 105.21 ล้านบาท ลดลงเพียงร้อยละ 0.11 จากปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัท ที.เอ็ม.ซี. อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TMC รายงานว่า ยอดขายรวมอยู่ที่ 105.21 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยร้อยละ 0.11 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 105.32 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญร้อยละ 8.31 จาก 103.72 ล้านบาท เหลือ 95.11 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 1.52 เป็นร้อยละ 9.60 นอกจากนี้ รายได้อื่นเพิ่มขึ้นอย่างมากถึงร้อยละ 2,013.10 จากการรับค่าเช่าโรงงานบ้านบึง และต้นทุนทางการเงินลดลงร้อยละ 18.23 จากมาตรการควบคุมค่าใช้จ่าย ทำให้บริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้ในงวดนี้
## โอกาส
* **การปรับโครงสร้างบริหาร:** การปรับโครงสร้างการบริหารงานขาย จัดซื้อ และโรงงานที่เริ่มมีผลตั้งแต่ต้นปี 2564 มีแนวโน้มที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและอัตรากำไรได้อย่างต่อเนื่อง หากสามารถรักษามาตรฐานไว้ได้
* **รายได้ค่าเช่า:** การรับรู้รายได้ค่าเช่าจากโรงงานบ้านบึง จะเป็นส่วนสนับสนุนรายได้อื่นให้เติบโตต่อไป
* **การควบคุมต้นทุน:** มาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายและต้นทุนที่เข้มงวด จะช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงินและต้นทุนการดำเนินงานโดยรวม
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของโควิด-19:** การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอกสามยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน โดยเฉพาะงานติดตั้งและบริการ เนื่องจากลูกค้าอาจชะลอหรือยกเลิกแผนการลงทุน
* **ความล่าช้าในการฉีดวัคซีน:** การฉีดวัคซีนที่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและการกลับมาลงทุนของภาคธุรกิจ
* **ความผันผวนของคำสั่งซื้อ:** การที่ลูกค้าเลื่อนชะลอหรือยกเลิกแผนการลงทุน อาจส่งผลให้ความแน่นอนของคำสั่งซื้อในอนาคตลดลง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มยอดขายในไตรมาสถัดไป ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19
* ประสิทธิภาพของการบริหารจัดการต้นทุนและ GPM หลังการปรับโครงสร้าง
* การกลับมาลงทุนของลูกค้า และการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม
* ความคืบหน้าของการฉีดวัคซีน และการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19
* การรับรู้รายได้จากสัญญาเช่าโรงงานบ้านบึงอย่างต่อเนื่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในส่วนของสินค้าอุตสาหกรรม TMC รายงานว่า ยอดขายในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 105.21 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้ลูกค้าชะลอการลงทุน อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างการบริหารงานขาย จัดซื้อ และโรงงาน ส่งผลให้ต้นทุนขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ GPM เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 1.52 เป็นร้อยละ 9.60 ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้ว่าเอกสารจะไม่ได้ระบุถึง utilization rate หรือ order book โดยตรง แต่การที่ GPM ปรับตัวดีขึ้นมาก บ่งชี้ว่าบริษัทอาจมีการบริหารจัดการการผลิตและต้นทุนวัตถุดิบได้ดีขึ้น หรือมีการปรับราคาขายให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงได้ดีขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทมีทรัพย์สินรวม 717.07 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 1.33 จากปีก่อน โดยมีหนี้สินรวม 377.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.80 ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงร้อยละ 8.20 เป็น 339.88 ล้านบาท การลดลงของส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนหนึ่งมาจากผลขาดทุนจากการดำเนินงานสำหรับสองไตรมาสแรกของปี 2564 จำนวน 30.34 ล้านบาท ซึ่งเป็นข้อมูลที่ระบุในเอกสาร
## สรุปท้าย
TMC สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2564 ได้อย่างน่าประทับใจ โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการปรับโครงสร้างการบริหารที่ส่งผลให้ GPM พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ายอดขายจะยังคงทรงตัวท่ามกลางความท้าทายจากสถานการณ์โควิด-19 อย่างไรก็ตาม การควบคุมต้นทุนทางการเงินและรายได้อื่นที่เข้ามาสนับสนุน ทำให้ผลประกอบการโดยรวมดีขึ้น ความต่อเนื่องของผลประกอบการจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการรักษาประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุน และการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อจากลูกค้า ซึ่งยังคงต้องจับตาปัจจัยภายนอกอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TMC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
129.31
ล้านบาท
↑ 39.3% YoY
กำไรขั้นต้น
27.36
ล้านบาท
↑ 87.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.16
%
กำไรสุทธิ
11.32
ล้านบาท
↓ 2964.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.75
%
D/E Ratio
0.13
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
129
↑ + 39.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
27
↑ + 87.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
11
↓ -2964.8%
YoY
D/E Ratio
0.13
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TMC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.13
ROE (%)
-2.45
ROA (%)
-2.02
Book Value/หุ้น
1.25
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TMC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+10
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+31
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TMC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
9.65
+103.16%
|
4.75
-92.03%
|
59.57
-629.51%
|
-11.25
-118.51%
|
60.78
+155.16%
|
23.82
-166.37%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
31.16
-28.89%
|
43.82
-1,811.72%
|
-2.56
-100.95%
|
269.15
-8,256.06%
|
-3.30
-113.70%
|
24.08
-1,124.68%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2.28
-74.64%
|
8.99
-280.89%
|
-4.97
-97.09%
|
-170.75
+298.20%
|
-42.88
+1.80%
|
-42.12
-208.22%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
38.95
-31.97%
|
57.25
+10.50%
|
51.81
-40.45%
|
87.00
+495.08%
|
14.62
+152.94%
|
5.78
+725.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
81.98
-5.48%
|
86.73
-14.59%
|
101.55
+3,063.55%
|
3.21
-79.40%
|
15.58
+58.98%
|
9.80
+7.69%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
88.19
+7.58%
|
81.98
-5.48%
|
86.73
-14.59%
|
101.55
+3,063.55%
|
3.21
-79.40%
|
15.58
+58.98%
|