บริษัท เทคโนเมดิคัล จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.34
+0.27 (+25.23%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิในงบการเงินเฉพาะกิจการเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทมีกําไรจากการขายที่ดินให้ TMNC ในขณะที่บริษัทมีขาดทุนเมื่อเทียบกับผลการดําเนินงานปี 2563 เนื่องจากยอดขายลดลง ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น เกิดการขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ทางการเงิน (ค่าเผื่อ หนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น) และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นจากกําไรขายที่ดินของบริษัทใหญ่
โดย รายได้จากการขายสินค้า 6 เดือน ลดลง 15.31 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.0 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน หากพิจารณาโครงสร้างรายได้แยกตามกลุ่ม ผลิตภัณฑ์ในปี 2564 จะพบว่าแบ่งเป็นรายได้จากการขายสินค้าในกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองร้อยละ 96 และกลุ่ม อุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ร้อยละ 4
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5893 out_tok=2727 at=2026-07-26T09:22:14 -->
# TM กำไรสุทธิปี 65 หด 62.7% รับยอดขาย ATK หาย-บาทอ่อนฉุด GPM
## รายได้-กำไรสุทธิปี 65 ลดลง YoY เหตุยอดขาย ATK หายกระทบหนัก ขณะที่ต้นทุนการเงินพุ่ง-บาทอ่อนฉุด GPM
บริษัท เทคโนเมดิคัล จำกัด (มหาชน) หรือ TM รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 11.08 ล้านบาท ลดลง 18.66 ล้านบาท หรือ 62.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายสินค้า 642.86 ล้านบาท ลดลง 4.6% สาเหตุหลักมาจากยอดขายชุดตรวจโควิด Antigen Kit (ATK) ที่หายไป ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจากผลของค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงอย่างมาก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ TM ในปี 2565 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ **การหายไปของยอดขายสินค้ากลุ่มชุดตรวจโควิด Antigen Kit (ATK)** ซึ่งเคยเป็นรายได้สำคัญในปี 2564 และ **การอ่อนค่าของเงินบาท** ที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) โดยตรง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ยอดขาย ATK หายไป:** ในช่วงไตรมาส 3-4 ปี 2564 บริษัทมียอดขายจาก ATK เป็นจำนวนมาก แต่ในปี 2565 บริษัทไม่ได้มีการขายสินค้าดังกล่าว ทำให้ยอดขายสินค้ากลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองลดลงไปประมาณ 70 ล้านบาท แม้ว่าสินค้าชนิดอื่นในกลุ่มนี้ เช่น สินค้าใช้แล้วทิ้งในห้องผ่าตัด และสินค้ากลุ่มที่ใช้ในธนาคารเลือด จะมียอดขายเพิ่มขึ้นประมาณ 6% เนื่องจากการกลับมาดำเนินงานปกติของโรงพยาบาลหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย แต่ก็ไม่สามารถชดเชยยอดขาย ATK ที่หายไปได้ทั้งหมด
* **ค่าเงินบาทอ่อนค่ากระทบ GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองลดลงจาก 38.2% ในปีก่อนหน้า เหลือ 35.4% ในปี 2565 โดยฝ่ายจัดการระบุว่ามีสาเหตุหลักมาจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงอย่างมากเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและยูโร ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการนำเข้าสินค้า
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ ได้แก่:
* **กำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง:** ลดลง 28.60 ล้านบาท เนื่องจากในปี 2564 มีการรับรู้กำไรจากการโอนที่ดินสำหรับโครงการโรงพยาบาลและสถานดูแลผู้สูงอายุ
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น:** เพิ่มขึ้น 1.25 ล้านบาท หรือ 24.9% เนื่องจากมีการเบิกเงินกู้สำหรับก่อสร้างโครงการสถานดูแลผู้สูงอายุ และอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น:** เพิ่มขึ้น 9.18 ล้านบาท หรือ 8.5% จากการเปิดให้บริการโครงการสถานดูแลผู้สูงอายุ ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เช่น ค่าเสื่อมราคาอาคารและค่าจ้างพนักงาน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้ม **มีโอกาสต่อเนื่อง** ในบางส่วน
* **ยอดขาย ATK:** การหายไปของยอดขาย ATK เป็นปัจจัยที่ **มีลักษณะครั้งคราว** เนื่องจากเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์เฉพาะกิจ (การระบาดของโควิด-19) และไม่น่าจะกลับมามีนัยสำคัญในอนาคต
* **ค่าเงินบาทอ่อนค่า:** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าค่าเงินบาทกลับมาแข็งค่าในไตรมาส 4 ปี 2565 แต่แนวโน้มค่าเงินบาทในระยะยาวยังมีความผันผวน การอ่อนค่าของเงินบาทที่ส่งผลกระทบต่อ GPM จึงเป็นปัจจัยที่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** และต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
* **ต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายบริหาร:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการบริหารจากการลงทุนในโครงการใหม่ (สถานดูแลผู้สูงอายุ) เป็นการลงทุนระยะยาว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างต้นทุนของบริษัทต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 ลดลง 62.7%** อยู่ที่ 11.08 ล้านบาท จาก 29.74 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายปี 2565 ลดลง 4.6%** อยู่ที่ 642.86 ล้านบาท จาก 674.14 ล้านบาทในปีก่อน
* **ยอดขายกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองลดลง 5.1%** สาเหตุหลักจากการยกเลิกการขาย ATK
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) กลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองลดลง** จาก 38.2% เป็น 35.4% จากผลของค่าเงินบาทอ่อนค่า
* **กำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 28.60 ล้านบาท** เนื่องจากปี 2564 มีการรับรู้กำไรจากการโอนที่ดิน
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 24.9%** จากการเบิกเงินกู้โครงการสถานดูแลผู้สูงอายุ และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 8.5%** จากการเปิดโครงการสถานดูแลผู้สูงอายุ
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัท เทคโนเมดิคัล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 642.86 ล้านบาท ลดลง 4.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีกำไรขั้นต้นรวม 233.35 ล้านบาท ลดลง 11.7% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมลดลงจาก 38.2% ในปีก่อนหน้า เหลือ 36.3% (ข้อมูลจากงบการเงินรวม หน้า 1 ระบุ GPM รวม 226.59/624.24 = 36.3% ซึ่งแตกต่างจากที่ระบุในหน้า 3 ที่ระบุ GPM กลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองลดลงจาก 38.2% เป็น 35.4%)
เมื่อหักค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ค่าใช้จ่ายทางการเงิน และภาษีเงินได้แล้ว บริษัทมีกำไรสุทธิสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 11.08 ล้านบาท ลดลง 62.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
## โอกาส
* **การกลับมาของความต้องการสินค้าทางการแพทย์:** การที่โควิด-19 ถูกประกาศให้เป็นโรคประจำถิ่น ส่งผลให้การดำเนินงานในโรงพยาบาล โดยเฉพาะห้องผ่าตัด เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และความต้องการสินค้าที่ใช้ในห้องผ่าตัดและธนาคารเลือดเริ่มกลับมา
* **การขยายธุรกิจสู่ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ:** การเปิดให้บริการสถานดูแลผู้สูงอายุภายใต้โครงการ The 8th Floor ของบริษัทย่อย M Nursing Care จำกัด เป็นการขยายธุรกิจสู่ตลาดที่มีศักยภาพในระยะยาว
* **การปรับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์:** การหันมาเน้นขายสินค้ากลุ่มที่มีกำไรดีขึ้น เช่น อุปกรณ์ที่ใช้ในธนาคารเลือด และเครื่องฟอกอากาศ ในกลุ่มอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นของบริษัท เนื่องจากต้องนำเข้าสินค้าเป็นหลัก
* **การแข่งขันในตลาด:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่การแข่งขันในธุรกิจเครื่องมือแพทย์และวัสดุสิ้นเปลืองยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
* **การพึ่งพิงสินค้าบางประเภท:** การที่ยอดขาย ATK หายไปส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความเสี่ยงจากการพึ่งพิงรายได้จากสินค้าบางประเภท
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การที่อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มค่าเงินบาท:** การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาทจะส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นของบริษัท
* **ผลประกอบการของธุรกิจสถานดูแลผู้สูงอายุ:** การดำเนินงานและผลกำไรของโครงการ The 8th Floor จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต
* **การฟื้นตัวของยอดขายสินค้ากลุ่มอื่น:** การกลับมาของความต้องการสินค้าที่ใช้ในโรงพยาบาล โดยเฉพาะห้องผ่าตัด จะช่วยชดเชยยอดขาย ATK ที่หายไปได้มากน้อยเพียงใด
* **กลยุทธ์การบริหารต้นทุน:** บริษัทจะมีมาตรการในการบริหารจัดการต้นทุนการนำเข้าสินค้าท่ามกลางค่าเงินบาทที่ผันผวนอย่างไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **รายได้จากการขาย:** ปี 2565 อยู่ที่ 642.86 ล้านบาท ลดลง 4.6% จากปีก่อน โดยรายได้หลักมาจากกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลือง (95%) และกลุ่มอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ (5%)
* **กลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลือง:** ยอดขายลดลง 5.1% จากการยกเลิกการขาย ATK แม้ว่าสินค้าอื่น เช่น สินค้าใช้แล้วทิ้งในห้องผ่าตัด และสินค้ากลุ่มธนาคารเลือด จะมียอดขายเพิ่มขึ้น 6% จากการกลับมาดำเนินงานปกติของโรงพยาบาล
* **กลุ่มอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์:** ยอดขายเพิ่มขึ้น 12% จากการหันมาขายสินค้าที่ให้กำไรดีขึ้น เช่น อุปกรณ์ธนาคารเลือด เครื่องฟอกอากาศ
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):**
* กลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลือง ลดลงจาก 38.2% เป็น 35.4% เนื่องจากค่าเงินบาทอ่อนค่า
* กลุ่มอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ เพิ่มขึ้นจาก 31.7% เป็น 38.0% จากการลดลงของยอดขายสินค้ากลุ่มผ่าตัดหัวใจซึ่งมีกำไรต่ำ
* **ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่าย:** เพิ่มขึ้น 1.4% จากการกลับมาจัดประชุมวิชาการเพื่อเพิ่มความรู้สินค้าให้ลูกค้า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรงในส่วนนี้ มีเพียงการกล่าวถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการเบิกเงินกู้สำหรับโครงการสถานดูแลผู้สูงอายุ และการกลับรายการขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ทางการเงิน)
## สรุปท้าย
ปี 2565 ถือเป็นปีที่ท้าทายสำหรับ TM โดยกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากปัจจัยหลักคือการหายไปของยอดขาย ATK และผลกระทบจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง อย่างไรก็ตาม การกลับมาของความต้องการสินค้าทางการแพทย์หลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย และการขยายธุรกิจสู่ตลาดดูแลผู้สูงอายุ เป็นโอกาสสำคัญที่บริษัทจะใช้ขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต การบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และการควบคุมต้นทุนทางการเงิน จะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูผลประกอบการของบริษัทต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TM ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
182.09
ล้านบาท
↑ 2.7% YoY
กำไรขั้นต้น
64.96
ล้านบาท
↑ 5.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
35.68
%
กำไรสุทธิ
5.97
ล้านบาท
↓ 398% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.28
%
D/E Ratio
0.94
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
182
↑ + 2.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
65
↑ + 5.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
6
↓ -398%
YoY
D/E Ratio
0.94
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.94
ROE (%)
6.93
ROA (%)
5.34
Book Value/หุ้น
1.40
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+454
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
453.80
+654.45%
|
60.15
-1,162.72%
|
-5.66
-49.51%
|
-11.21
-83.40%
|
-67.51
-389.25%
|
23.34
-84.86%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1.52
-96.37%
|
41.82
-23.94%
|
54.98
+0.66%
|
54.62
-2,944.79%
|
-1.92
-102.53%
|
75.94
-239.98%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-505.70
+614.06%
|
-70.82
+1,473.78%
|
-4.50
-91.65%
|
-53.87
-270.58%
|
31.58
-140.55%
|
-77.88
+169.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-51.36
-264.83%
|
31.16
-30.49%
|
44.83
+2,390.56%
|
1.80
-104.75%
|
-37.87
-276.96%
|
21.40
-69.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
44.22
-38.91%
|
72.39
-27.66%
|
100.07
-35.89%
|
156.09
-8.85%
|
171.24
+14.28%
|
149.84
+90.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
42.26
-4.43%
|
44.22
-38.91%
|
72.39
-27.66%
|
100.07
-35.89%
|
156.09
-8.85%
|
171.24
+14.28%
|