บริษัท เทคโนเมดิคัล จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.34
+0.27 (+25.23%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิในงบการเงินเฉพาะกิจการเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทมีกําไรจากการขายที่ดินให้ TMNC ในขณะที่บริษัทมีขาดทุนเมื่อเทียบกับผลการดําเนินงานปี 2563 เนื่องจากยอดขายลดลง ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น เกิดการขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ทางการเงิน (ค่าเผื่อ หนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น) และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นจากกําไรขายที่ดินของบริษัทใหญ่
โดย รายได้จากการขายสินค้า 6 เดือน ลดลง 15.31 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.0 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน หากพิจารณาโครงสร้างรายได้แยกตามกลุ่ม ผลิตภัณฑ์ในปี 2564 จะพบว่าแบ่งเป็นรายได้จากการขายสินค้าในกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองร้อยละ 96 และกลุ่ม อุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ร้อยละ 4
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5907 out_tok=2543 at=2026-07-26T09:10:05 -->
# TM กำไรสุทธิ Q2/65 พุ่ง 1,499% รับผลบวกภาษี-FX - สรุป MD&A
## รายได้โต 4.5% ท่ามกลางต้นทุนสูง ฝ่ายบริหารชี้ปัจจัยบวกจากภาษีและอัตราแลกเปลี่ยนหนุนกำไรสุทธิ
บริษัท เทคโนเมดิคัล จำกัด (มหาชน) หรือ TM รายงานผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2565 มีกำไรสุทธิ 9.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 1,499% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่ลดลงอย่างมาก ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง และการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญที่ลดลง ขณะที่รายได้จากการขายสินค้าโดยรวมเติบโต 4.5%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ TM ในงวด 6 เดือนแรกปี 2565 เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 1,499% มาจาก **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้** และ **การพลิกจากขาดทุนเป็นกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน** ประกอบกับการ **ลดลงของผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ทางการเงิน** โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้จากการขายที่เติบโต 4.5%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลง:** ในปี 2564 บริษัทมีกำไรจากการขายที่ดิน 28.60 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้มีภาระภาษีเงินได้สูง แต่ในปี 2565 ไม่มีรายการดังกล่าว ทำให้ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลงอย่างมาก
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** ในงวด 6 เดือนแรกปี 2565 บริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 0.01 ล้านบาท พลิกจากที่ขาดทุน 3.16 ล้านบาทในปี 2564 เนื่องจากมีการป้องกันความเสี่ยงค่าเงินบาทในช่วงที่แข็งค่า
* **ขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ทางการเงินลดลง:** บริษัทมีการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญลดลง เนื่องจากคาดว่าจะได้รับชำระหนี้มากขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
* **รายได้จากการขายเติบโต:** รายได้จากการขายสินค้าโดยรวมเพิ่มขึ้น 4.5% เป็น 306.87 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองที่เพิ่มขึ้น 5.0% จากความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโควิด-19 เช่น ถุงมือ ชุดตรวจ และสายดูดเสมหะ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** ปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปีนี้ ส่วนใหญ่เป็นรายการที่ **มีลักษณะครั้งคราว** โดยเฉพาะอย่างยิ่งกำไรจากการขายที่ดินในปี 2564 ที่ส่งผลให้ภาระภาษีในปี 2565 ลดลงอย่างมาก และการพลิกจากขาดทุนเป็นกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนก็เป็นผลจากการบริหารความเสี่ยงที่อาจไม่เกิดขึ้นต่อเนื่องในลักษณะเดียวกัน นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของรายได้ในกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองที่เกี่ยวกับโควิด-19 อาจมีความไม่แน่นอนในระยะยาว ขึ้นอยู่กับการระบาดของโรค
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2565 เติบโต 1,499%** แตะ 9.38 ล้านบาท เทียบกับ 0.63 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายรวม 6 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 4.5%** เป็น 306.87 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) กลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองลดลง** จากผลกระทบค่าเงินบาทอ่อนค่าและค่าขนส่งที่สูงขึ้น
* **ยอดขายกลุ่มอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ลดลงต่อเนื่อง -2.9%** จากการยกเลิกสัญญาตัวแทนจำหน่าย
* **บริษัทมีแผนเปิดสถานดูแลผู้สูงอายุในช่วง Q4/2565** และโรงพยาบาลในช่วง Q1/2567 ผ่านบริษัทย่อย TM Nursing Care
* **จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ TMT** เพื่อดำเนินธุรกิจขายส่งเครื่องมือแพทย์
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัท เทคโนเมดิคัล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 306.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากยอดขายสินค้าในกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองที่เพิ่มขึ้น 5.0% ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโควิด-19 อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นในกลุ่มนี้ปรับตัวลดลง เนื่องจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ และค่าใช้จ่ายนำเข้าที่สูงขึ้น เช่น ค่าขนส่งและภาษี
ในส่วนของกลุ่มอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ ยอดขายลดลง 2.9% อย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากการยกเลิกสัญญาเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้ากลุ่มผ่าตัดหัวใจในปี 2562 แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นในกลุ่มนี้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนยอดขาย
เมื่อพิจารณากำไรสุทธิ พบว่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 1,499% เป็น 9.38 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการลดลงของค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ (เนื่องจากปี 2564 มีกำไรจากการขายที่ดิน) การพลิกจากขาดทุนเป็นกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และการลดลงของผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ทางการเงิน
## โอกาส
* **การขยายธุรกิจใหม่:** การจัดตั้งบริษัทย่อย TM Nursing Care เพื่อดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลขนาดเล็กและสถานดูแลผู้สูงอายุภายใต้โครงการ The Parents ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการสถานดูแลผู้สูงอายุในช่วงไตรมาส 4 ปี 2565 และโรงพยาบาลในช่วงไตรมาส 1 ปี 2567 ถือเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ
* **การขยายธุรกิจขายส่งเครื่องมือแพทย์:** การจัดตั้งบริษัทย่อย TMT เพื่อดำเนินธุรกิจขายส่งเครื่องมือแพทย์ เป็นการต่อยอดธุรกิจเดิมและเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้
* **ความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19:** ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2565 ความต้องการสินค้าอุปกรณ์การแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโรคโควิด-19 เช่น ชุดตรวจ และสายดูดเสมหะระบบปิด เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อยอดขายในกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลือง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นจากการนำเข้าสินค้า โดยเฉพาะในกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลือง
* **ต้นทุนนำเข้าที่สูงขึ้น:** ค่าขนส่งและภาษีนำเข้าที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **การยกเลิกสัญญาตัวแทนจำหน่าย:** การยกเลิกสัญญาเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้ากลุ่มผ่าตัดหัวใจส่งผลให้ยอดขายในกลุ่มอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ลดลงอย่างต่อเนื่อง
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19:** ความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 อาจผันผวนตามสถานการณ์การระบาด ซึ่งส่งผลต่อยอดขายในกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลือง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าโครงการ The Parents:** การเปิดดำเนินการสถานดูแลผู้สูงอายุในช่วงปลายปี 2565 และโรงพยาบาลในปี 2567 จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตในอนาคต
* **ผลการดำเนินงานของบริษัทย่อย TMT:** การขยายธุรกิจขายส่งเครื่องมือแพทย์จะสร้างรายได้และผลกำไรได้มากน้อยเพียงใด
* **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น:** การบริหารจัดการต้นทุนนำเข้าและผลกระทบจากค่าเงินบาทจะเป็นปัจจัยสำคัญต่ออัตรากำไร
* **การเปลี่ยนแปลงของความต้องการสินค้าที่เกี่ยวกับโควิด-19:** จะส่งผลต่อยอดขายในกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองอย่างไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
สำหรับกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคของ TM ซึ่งเน้นที่อุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์ พบว่ารายได้ในกลุ่มนี้เติบโต 5.0% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2565 โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการระบาดของโควิดสายพันธุ์โอไมครอนที่ทำให้ความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการรักษาเพิ่มสูงขึ้น เช่น ถุงมือ ชุดตรวจโควิด และสายดูดเสมหะระบบปิด อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นในกลุ่มนี้ลดลง เนื่องจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ประกอบกับค่าใช้จ่ายนำเข้าที่สูงขึ้น เช่น ค่าขนส่งและภาษี ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไร
ในส่วนของกลุ่มอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ มีรายได้ลดลง 2.9% ต่อเนื่องจากการยกเลิกสัญญาเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้ากลุ่มผ่าตัดหัวใจในปี 2562 แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้นจากการปรับเปลี่ยนสัดส่วนยอดขายไปสู่สินค้าที่ใช้ในธนาคารเลือด เช่น ถุงเลือด และเครื่องซีลถุงเลือด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรงในส่วน MD&A นี้
## สรุปท้าย
TM ในงวด 6 เดือนแรกปี 2565 สามารถพลิกฟื้นกำไรสุทธิให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 1,499% โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายการพิเศษที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโต 4.5% โดยได้แรงหนุนจากความต้องการสินค้าที่เกี่ยวกับโควิด-19 แต่ก็เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนนำเข้าและค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง อย่างไรก็ตาม บริษัทกำลังเดินหน้าขยายธุรกิจใหม่ทั้งในส่วนของสถานดูแลผู้สูงอายุและโรงพยาบาล รวมถึงธุรกิจขายส่งเครื่องมือแพทย์ ซึ่งจะเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตในระยะยาว แต่ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนที่สูงขึ้น รวมถึงความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19 ที่อาจส่งผลต่อยอดขายในกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลือง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TM ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
182.09
ล้านบาท
↑ 2.7% YoY
กำไรขั้นต้น
64.96
ล้านบาท
↑ 5.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
35.68
%
กำไรสุทธิ
5.97
ล้านบาท
↓ 398% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.28
%
D/E Ratio
0.94
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
182
↑ + 2.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
65
↑ + 5.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
6
↓ -398%
YoY
D/E Ratio
0.94
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.94
ROE (%)
6.93
ROA (%)
5.34
Book Value/หุ้น
1.40
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+454
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
453.80
+654.45%
|
60.15
-1,162.72%
|
-5.66
-49.51%
|
-11.21
-83.40%
|
-67.51
-389.25%
|
23.34
-84.86%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1.52
-96.37%
|
41.82
-23.94%
|
54.98
+0.66%
|
54.62
-2,944.79%
|
-1.92
-102.53%
|
75.94
-239.98%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-505.70
+614.06%
|
-70.82
+1,473.78%
|
-4.50
-91.65%
|
-53.87
-270.58%
|
31.58
-140.55%
|
-77.88
+169.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-51.36
-264.83%
|
31.16
-30.49%
|
44.83
+2,390.56%
|
1.80
-104.75%
|
-37.87
-276.96%
|
21.40
-69.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
44.22
-38.91%
|
72.39
-27.66%
|
100.07
-35.89%
|
156.09
-8.85%
|
171.24
+14.28%
|
149.84
+90.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
42.26
-4.43%
|
44.22
-38.91%
|
72.39
-27.66%
|
100.07
-35.89%
|
156.09
-8.85%
|
171.24
+14.28%
|