บริษัท เทคโนเมดิคัล จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.34
+0.27 (+25.23%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิในงบการเงินเฉพาะกิจการเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทมีกําไรจากการขายที่ดินให้ TMNC ในขณะที่บริษัทมีขาดทุนเมื่อเทียบกับผลการดําเนินงานปี 2563 เนื่องจากยอดขายลดลง ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น เกิดการขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ทางการเงิน (ค่าเผื่อ หนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น) และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นจากกําไรขายที่ดินของบริษัทใหญ่
โดย รายได้จากการขายสินค้า 6 เดือน ลดลง 15.31 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.0 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน หากพิจารณาโครงสร้างรายได้แยกตามกลุ่ม ผลิตภัณฑ์ในปี 2564 จะพบว่าแบ่งเป็นรายได้จากการขายสินค้าในกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองร้อยละ 96 และกลุ่ม อุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ร้อยละ 4
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5944 out_tok=2021 at=2026-07-26T09:06:28 -->
# TM กำไรสุทธิ Q3/65 หดตัว 67.5% เหตุยอดขายสินค้ากลุ่มตรวจโควิดวูบ
## รายได้-กำไรหดตามปัจจัยชั่วคราว ฝ่ายบริหารชี้เงินบาทอ่อนค่ากระทบต้นทุน
บริษัท เทคโนเมดิคัล จำกัด (มหาชน) หรือ TM รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2565 มีกำไรสุทธิ 7.56 ล้านบาท ลดลง 67.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากยอดขายสินค้ากลุ่มชุดตรวจโควิดที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าส่งผลต่อต้นทุนสินค้า
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ TM ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 ลดลง 67.5% มาจาก **ยอดขายสินค้ากลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะยอดขายชุดตรวจโควิด-19 ที่หายไป ประกอบกับ **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง** จากผลกระทบของค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงอย่างมากเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและยูโร
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ยอดขายสินค้ากลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองลดลง:** สาเหตุหลักมาจากการที่บริษัทไม่ได้ขายชุดตรวจโควิด-19 ต่อในปี 2565 ซึ่งเคยเป็นรายการขายสำคัญในปี 2564 ส่งผลให้ยอดขายในกลุ่มนี้ลดลงประมาณ 63 ล้านบาท แม้ว่าสินค้าชนิดอื่นๆ เช่น สินค้าใช้แล้วทิ้งในห้องผ่าตัด และสินค้ากลุ่มที่ใช้ในธนาคารเลือดจะมียอดขายเพิ่มขึ้น 5% เนื่องจากการกลับมาดำเนินงานปกติของโรงพยาบาลหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย แต่ก็ไม่สามารถชดเชยยอดขายที่หายไปได้
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองลดลงจาก 38.6% เหลือ 36.1% เนื่องจากเงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและยูโร ซึ่งเป็นสกุลเงินหลักในการสั่งซื้อสินค้า ทำให้ต้นทุนสินค้าที่นำเข้าสูงขึ้น
* **กำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง:** ในปี 2564 บริษัทมีการรับรู้กำไรจากการโอนที่ดินสำหรับโครงการโรงพยาบาลและสถานดูแลผู้สูงอายุ ทำให้มีกำไรพิเศษจำนวนมาก ซึ่งในปี 2565 ไม่มีรายการดังกล่าว ส่งผลให้กำไรโดยรวมลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** ปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการในปีนี้คือยอดขายชุดตรวจโควิด-19 ที่หายไป ซึ่งเป็นปัจจัยชั่วคราว ฝ่ายบริหารระบุว่าสินค้าชนิดอื่นในกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองมียอดขายเพิ่มขึ้นจากการกลับมาดำเนินงานปกติของโรงพยาบาล ส่วนผลกระทบจากค่าเงินบาทอ่อนค่าเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แต่บริษัทมีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงที่เงินบาทกลับมาแข็งค่าในเดือนกุมภาพันธ์ 2565
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 7.56 ล้านบาท ลดลง 67.5% YoY**
* **รายได้จากการขายสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 472.69 ล้านบาท ลดลง 9.1% YoY**
* **ยอดขายกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองลดลง 9.0%** โดยหลักมาจากยอดขายชุดตรวจโควิด-19 ที่หายไป
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 38.6% เป็น 36.1%** จากผลกระทบเงินบาทอ่อนค่า
* **กำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 28.60 ล้านบาท** เนื่องจากปี 2564 มีกำไรพิเศษจากการโอนที่ดิน
* **บริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ TM Trading จำกัด** เพื่อดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการขายส่งสินค้าเครื่องมือแพทย์
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัท เทคโนเมดิคัล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายสุทธิ 472.69 ล้านบาท ลดลง 9.1% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลือง (96%) และกลุ่มอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ (4%) อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมลดลงจาก 38.6% เหลือ 36.1% ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 7.56 ล้านบาท ลดลง 67.5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* การกลับมาดำเนินงานปกติของโรงพยาบาล โดยเฉพาะห้องผ่าตัด ส่งผลให้ความต้องการสินค้า เช่น สินค้าใช้แล้วทิ้งในห้องผ่าตัด และสินค้ากลุ่มที่ใช้ในธนาคารเลือดเพิ่มขึ้น
* การจัดตั้งบริษัท ทีเอ็ม เทรดดิ้ง จำกัด เพื่อขยายธุรกิจเกี่ยวกับการขายส่งสินค้าเครื่องมือแพทย์
* การเตรียมเปิดสถานดูแลผู้สูงอายุภายใต้โครงการ TM Nursing Care ในไตรมาส 4 ปี 2565 ซึ่งจะเริ่มสร้างรายได้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยเฉพาะค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ส่งผลกระทบต่อต้นทุนสินค้า
* การยกเลิกสัญญาเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้ากลุ่มผ่าตัดหัวใจ ส่งผลให้ยอดขายสินค้ากลุ่มอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ลดลงอย่างต่อเนื่อง
* การแข่งขันในตลาดเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ผลประกอบการของบริษัทย่อย TM Nursing Care ที่จะเริ่มเปิดดำเนินการในไตรมาส 4 ปี 2565 และโรงพยาบาลที่จะเปิดในปี 2567
* แนวโน้มยอดขายสินค้ากลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองอื่นๆ นอกเหนือจากชุดตรวจโควิด-19
* การบริหารจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
* การดำเนินงานและผลการขายของบริษัทย่อย TM Trading จำกัด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **S<bos> S / Volume:** ยอดขายกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองลดลง 9.0% เนื่องจากยอดขายชุดตรวจโควิด-19 หายไป แต่สินค้าอื่น เช่น สินค้าใช้แล้วทิ้งในห้องผ่าตัด และสินค้ากลุ่มที่ใช้ในธนาคารเลือดมียอดขายเพิ่มขึ้น 5%
* **ราคาขาย:** ไม่ได้ระบุชัดเจน แต่การลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นบ่งชี้ถึงแรงกดดันด้านต้นทุนมากกว่าราคาขาย
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทอ่อนค่า ทำให้ต้นทุนสินค้าที่นำเข้าสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายการตลาด:** ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.1% สืบเนื่องจากการกลับมาจัดประชุมวิชาการเพื่อเพิ่มความรู้สินค้าให้ลูกค้า
* **ช่องทาง Modern Trade/ออนไลน์:** ไม่ได้ระบุข้อมูลในเอกสาร
* **สินค้าใหม่:** มีการจัดตั้งบริษัทย่อย TM Trading เพื่อขยายธุรกิจขายส่งสินค้าเครื่องมือแพทย์ และเตรียมเปิดสถานดูแลผู้สูงอายุ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 12.4% จากการเบิกเงินกู้สำหรับโครงการ TM Nursing Care และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
* **การกลับรายการขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ทางการเงิน:** ลดลง 207.8% เนื่องจากมีการรับชำระจากลูกหนี้ที่ตั้งสำรองไว้
* **ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้:** ลดลง 70.5% สอดคล้องกับกำไรก่อนภาษีที่ลดลง
## สรุปท้าย
ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2565 ของ TM ได้รับแรงกดดันจากปัจจัยชั่วคราวคือยอดขายชุดตรวจโควิด-19 ที่หายไป และผลกระทบจากค่าเงินบาทอ่อนค่าที่กระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น แม้ว่าจะมีสัญญาณบวกจากการกลับมาดำเนินงานปกติของโรงพยาบาลและแผนการขยายธุรกิจใหม่ แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TM ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
182.09
ล้านบาท
↑ 2.7% YoY
กำไรขั้นต้น
64.96
ล้านบาท
↑ 5.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
35.68
%
กำไรสุทธิ
5.97
ล้านบาท
↓ 398% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.28
%
D/E Ratio
0.94
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
182
↑ + 2.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
65
↑ + 5.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
6
↓ -398%
YoY
D/E Ratio
0.94
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.94
ROE (%)
6.93
ROA (%)
5.34
Book Value/หุ้น
1.40
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+454
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
453.80
+654.45%
|
60.15
-1,162.72%
|
-5.66
-49.51%
|
-11.21
-83.40%
|
-67.51
-389.25%
|
23.34
-84.86%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1.52
-96.37%
|
41.82
-23.94%
|
54.98
+0.66%
|
54.62
-2,944.79%
|
-1.92
-102.53%
|
75.94
-239.98%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-505.70
+614.06%
|
-70.82
+1,473.78%
|
-4.50
-91.65%
|
-53.87
-270.58%
|
31.58
-140.55%
|
-77.88
+169.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-51.36
-264.83%
|
31.16
-30.49%
|
44.83
+2,390.56%
|
1.80
-104.75%
|
-37.87
-276.96%
|
21.40
-69.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
44.22
-38.91%
|
72.39
-27.66%
|
100.07
-35.89%
|
156.09
-8.85%
|
171.24
+14.28%
|
149.84
+90.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
42.26
-4.43%
|
44.22
-38.91%
|
72.39
-27.66%
|
100.07
-35.89%
|
156.09
-8.85%
|
171.24
+14.28%
|