บริษัท เทคโนเมดิคัล จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.34
+0.27 (+25.23%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิในงบการเงินเฉพาะกิจการเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทมีกําไรจากการขายที่ดินให้ TMNC ในขณะที่บริษัทมีขาดทุนเมื่อเทียบกับผลการดําเนินงานปี 2563 เนื่องจากยอดขายลดลง ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น เกิดการขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ทางการเงิน (ค่าเผื่อ หนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น) และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นจากกําไรขายที่ดินของบริษัทใหญ่
โดย รายได้จากการขายสินค้า 6 เดือน ลดลง 15.31 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.0 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน หากพิจารณาโครงสร้างรายได้แยกตามกลุ่ม ผลิตภัณฑ์ในปี 2564 จะพบว่าแบ่งเป็นรายได้จากการขายสินค้าในกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองร้อยละ 96 และกลุ่ม อุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ร้อยละ 4
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5459 out_tok=2466 at=2026-07-26T09:47:52 -->
# TM กำไรสุทธิ Q1/65 พุ่ง 1,751% รับแรงหนุนรายได้อุปกรณ์การแพทย์-กำไรอัตราแลกเปลี่ยน
## รายได้-กำไร Q1/65 เติบโตโดดเด่น รับอานิสงส์โควิด-19 ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งคุมค่าใช้จ่ายบริหาร
บริษัท เทคโนเมดิคัล จำกัด (มหาชน) หรือ TM รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 5.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 1,751.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ และการพลิกมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ซึ่งช่วยชดเชยแรงกดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก SSS/volume, ราคาขาย, ต้นทุนวัตถุดิบ, ค่าการตลาด, ช่องทางขาย, หรือสินค้าใหม่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TM ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของกำไรสุทธิที่ 1,751.6%** โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลัก 2 ประการ ได้แก่ **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ** และ **การพลิกมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ** ซึ่งสามารถชดเชยการลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นในกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง:** ฝ่ายจัดการได้มีความพยายามปรับลดค่าใช้จ่ายของบริษัท โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงาน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 3.80 ล้านบาท หรือ 13% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไรสุทธิ
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 0.81 ล้านบาท พลิกจากที่ขาดทุน 1.59 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ก่อนจะอ่อนค่าอีกครั้ง ซึ่งส่งผลดีต่อต้นทุนการนำเข้าสินค้า
* **แรงกดดันจากอัตรากำไรขั้นต้น:** แม้ว่ารายได้จากการขายสินค้าในกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองจะเพิ่มขึ้น 5.8% จากความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนที่สูงขึ้น (เช่น ถุงมือ เสื้อกาวน์ ชุดตรวจโควิด) แต่อัตรากำไรขั้นต้นกลับลดลง เนื่องจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับค่าใช้จ่ายนำเข้าที่สูงขึ้น เช่น ค่าขนส่งและภาษี
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะแสดงความมุ่งมั่นในการควบคุมค่าใช้จ่ายบริหารอย่างต่อเนื่อง และมีแผนจะเพิ่มยอดขายสินค้าผ่าตัดทั่วไปซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่า แต่ปัจจัยด้านอัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวนสูง และการระบาดของโควิด-19 ที่อาจส่งผลต่อความต้องการสินค้าทางการแพทย์ก็เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นจากปัจจัยค่าเงินบาทและค่าขนส่งอาจยังคงเป็นแรงกดดันในระยะสั้น
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q1/65 พุ่ง 1,751.6% YoY** แตะ 5.74 ล้านบาท จาก 0.32 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายรวม Q1/65 เพิ่มขึ้น 4.7% YoY** อยู่ที่ 154.29 ล้านบาท
* **รายได้กลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลือง Q1/65 เพิ่ม 5.8% YoY** จากความต้องการสินค้าสู้โควิด-19
* **อัตรากำไรขั้นต้นกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลือง Q1/65 ลดลง** จากผลกระทบค่าเงินบาทอ่อนค่าและค่าขนส่งสูง
* **รายได้กลุ่มอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ Q1/65 ลดลง 16.1% YoY** จากการยกเลิกสัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้ากลุ่มผ่าตัดหัวใจ
* **พลิกมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 0.81 ล้านบาท** ใน Q1/65 จากขาดทุน 1.59 ล้านบาทในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร Q1/65 ลดลง 13% YoY** จากความพยายามควบคุมค่าใช้จ่าย
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท เทคโนเมดิคัล จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการสำหรับไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 154.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้หลักมาจากกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองถึง 96% ขณะที่กลุ่มอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์คิดเป็น 4% กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 55.43 ล้านบาท ลดลง 3.3% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 35.9% ลดลงจาก 38.5% ในปีก่อน อย่างไรก็ตาม ด้วยการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง 13% และการพลิกมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 5.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 1,751.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **ความต้องการสินค้าทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19:** การระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนในไตรมาส 1 ปี 2565 ส่งผลให้ความต้องการสินค้า เช่น ถุงมือ เสื้อกาวน์ ชุดตรวจโควิด และสายดูดเสมหะระบบปิด เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสในการเพิ่มยอดขายในกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลือง
* **การเพิ่มยอดขายสินค้าผ่าตัดทั่วไป:** บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มยอดขายสินค้ากลุ่มผ่าตัดทั่วไป ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าสินค้ากลุ่มผ่าตัดหัวใจที่บริษัทได้ยกเลิกสัญญาเป็นตัวแทนจำหน่ายไปแล้ว
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** ความพยายามในการปรับลดค่าใช้จ่ายในการบริหาร โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงาน เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรของบริษัท
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับค่าใช้จ่ายนำเข้าที่สูงขึ้น เช่น ค่าขนส่งและภาษี ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคต
* **การยกเลิกสัญญาตัวแทนจำหน่าย:** การยกเลิกสัญญาเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้ากลุ่มผ่าตัดหัวใจ ส่งผลให้ยอดขายในกลุ่มอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ลดลงอย่างต่อเนื่อง
* **การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โควิด-19:** แม้ว่าการระบาดของโควิด-19 จะเป็นโอกาสในระยะสั้น แต่หากสถานการณ์คลี่คลายลง ความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องอาจลดลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อยอดขายในกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลือง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มค่าเงินบาทและค่าขนส่งระหว่างประเทศ ว่าจะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นอย่างไร
* ความคืบหน้าในการเพิ่มยอดขายสินค้ากลุ่มผ่าตัดทั่วไป และอัตรากำไรขั้นต้นของสินค้ากลุ่มนี้
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหาร ว่าจะสามารถควบคุมให้อยู่ในระดับต่ำได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่
* ความต้องการสินค้าทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ในไตรมาสถัดไป
* ความคืบหน้าของโครงการโรงพยาบาลขนาดเล็กและสถานดูแลผู้สูงอายุ (บริษัท อัมเนิร์สซิง แคร์ จำกัด) ที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **รายได้จากการขาย:** รายได้รวม 154.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.7% YoY โดยรายได้กลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองเพิ่มขึ้น 5.8% จากความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโควิด-19 เช่น ถุงมือ เสื้อกาวน์ ชุดตรวจโควิด และสายดูดเสมหะระบบปิด ขณะที่รายได้กลุ่มอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ลดลง 16.1% เนื่องจากผลกระทบจากการยกเลิกสัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้ากลุ่มผ่าตัดหัวใจ
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงจาก 38.5% เป็น 35.9% โดยกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองมีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเนื่องจากค่าเงินบาทอ่อนค่าและค่าขนส่งที่สูงขึ้น ส่วนกลุ่มอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์มีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากการปรับเปลี่ยนสัดส่วนการขายไปสู่สินค้าที่มีมาร์จิ้นสูงกว่า
* **ค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.1% ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น แต่บริษัทพยายามลดค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายและค่าสินค้าตัวอย่าง ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 13% จากความพยายามควบคุมค่าใช้จ่ายพนักงาน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
TM ในไตรมาส 1 ปี 2565 สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการได้อย่างน่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิเติบโตกว่า 1,751% จากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เข้มงวด และการได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจากปัจจัยค่าเงินบาทและค่าขนส่งยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา ขณะที่โอกาสในการเพิ่มยอดขายสินค้าทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 และการปรับกลยุทธ์การขายสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TM ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
182.09
ล้านบาท
↑ 2.7% YoY
กำไรขั้นต้น
64.96
ล้านบาท
↑ 5.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
35.68
%
กำไรสุทธิ
5.97
ล้านบาท
↓ 398% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.28
%
D/E Ratio
0.94
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
182
↑ + 2.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
65
↑ + 5.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
6
↓ -398%
YoY
D/E Ratio
0.94
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.94
ROE (%)
6.93
ROA (%)
5.34
Book Value/หุ้น
1.40
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+454
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
453.80
+654.45%
|
60.15
-1,162.72%
|
-5.66
-49.51%
|
-11.21
-83.40%
|
-67.51
-389.25%
|
23.34
-84.86%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1.52
-96.37%
|
41.82
-23.94%
|
54.98
+0.66%
|
54.62
-2,944.79%
|
-1.92
-102.53%
|
75.94
-239.98%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-505.70
+614.06%
|
-70.82
+1,473.78%
|
-4.50
-91.65%
|
-53.87
-270.58%
|
31.58
-140.55%
|
-77.88
+169.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-51.36
-264.83%
|
31.16
-30.49%
|
44.83
+2,390.56%
|
1.80
-104.75%
|
-37.87
-276.96%
|
21.40
-69.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
44.22
-38.91%
|
72.39
-27.66%
|
100.07
-35.89%
|
156.09
-8.85%
|
171.24
+14.28%
|
149.84
+90.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
42.26
-4.43%
|
44.22
-38.91%
|
72.39
-27.66%
|
100.07
-35.89%
|
156.09
-8.85%
|
171.24
+14.28%
|