บริษัท เทคโนเมดิคัล จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.34
+0.27 (+25.23%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิในงบการเงินเฉพาะกิจการเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทมีกําไรจากการขายที่ดินให้ TMNC ในขณะที่บริษัทมีขาดทุนเมื่อเทียบกับผลการดําเนินงานปี 2563 เนื่องจากยอดขายลดลง ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น เกิดการขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ทางการเงิน (ค่าเผื่อ หนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น) และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นจากกําไรขายที่ดินของบริษัทใหญ่
โดย รายได้จากการขายสินค้า 6 เดือน ลดลง 15.31 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.0 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน หากพิจารณาโครงสร้างรายได้แยกตามกลุ่ม ผลิตภัณฑ์ในปี 2564 จะพบว่าแบ่งเป็นรายได้จากการขายสินค้าในกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองร้อยละ 96 และกลุ่ม อุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ร้อยละ 4
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6058 out_tok=2759 at=2026-07-26T08:26:26 -->
# TM กำไรสุทธิเฉพาะกิจการพุ่ง 49.1% รับกำไรขายที่ดินหนุน – งบรวมวูบ 27.3%
## กำไรเฉพาะกิจการโตเด่นจากรายการพิเศษ ขณะที่งบรวมเผชิญแรงกดดันค่าใช้จ่ายบริหารที่เพิ่มขึ้น
บริษัท เทคโนเมดิคัล จำกัด (มหาชน) หรือ TM รายงานผลประกอบการปี 2564 โดยงบการเงินเฉพาะกิจการมีกำไรสุทธิ 62.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่งบการเงินรวมมีกำไรสุทธิ 29.73 ล้านบาท ลดลง 27.3% ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงนี้มาจากรายการพิเศษจากการขายที่ดินและการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของบริษัทย่อย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ **งบการเงินเฉพาะกิจการ** ของ TM มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น 49.1% มาจาก **กำไรจากการขายที่ดิน 28.60 ล้านบาท** ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในปี 2564 ขณะที่ **งบการเงินรวม** กลับมีกำไรสุทธิลดลง 27.3% โดยมีสาเหตุหลักมาจาก **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น** ทั้งจากค่าธรรมเนียมการโอนที่ดิน ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของบริษัทย่อย TM Holding (THM) รวมถึงค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **งบเฉพาะกิจการ:** การเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิมาจากรายการพิเศษจากการขายที่ดินของบริษัทให้กับบริษัทย่อย THM เพื่อใช้ในการก่อสร้างโรงพยาบาลและสถานดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งรายการนี้ส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิของบริษัทแม่ แม้ว่ารายได้จากการขายสินค้าจะเพิ่มขึ้น 6.9% จากความต้องการสินค้าที่เกี่ยวกับโควิด-19 เช่น ชุดตรวจ ATK และสายดูดเสมหะระบบปิด รวมถึงสินค้ากลุ่มป้องกันการติดเชื้อ แต่กำไรขั้นต้นกลับลดลงเล็กน้อยเนื่องจากต้นทุนนำเข้าสินค้าสูงขึ้นจากค่าขนส่งและค่าเงินบาทอ่อนค่า
* **งบรวม:** การลดลงของกำไรสุทธิเกิดจากค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมการโอนที่ดิน 7.86 ล้านบาท (เฉพาะกิจการ) และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของ THM เช่น ค่าพนักงาน ค่าเสื่อมราคา และค่าที่ปรึกษาโครงการ ซึ่งรวมแล้วทำให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารของงบรวมเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้น 39.2% ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันกำไรสุทธิรวม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรเฉพาะกิจการเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นในปี 2564 คือ **กำไรจากการขายที่ดิน** ซึ่งเป็นรายการพิเศษและไม่น่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในลักษณะเดียวกันนี้อีก ส่วนการเติบโตของรายได้จากการขายสินค้ากลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองที่เกี่ยวกับโควิด-19 นั้น **มีโอกาสต่อเนื่อง** ในระยะสั้นถึงกลาง ขึ้นอยู่กับการระบาดของโรคและการบริหารจัดการสต็อก แต่ก็ต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนนำเข้าที่สูงขึ้น สำหรับการลงทุนในบริษัทย่อย THM เพื่อดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลและสถานดูแลผู้สูงอายุนั้น เป็นการลงทุนระยะยาวที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2565 ซึ่งจะส่งผลต่อผลประกอบการในอนาคต แต่ในระยะสั้นยังคงเป็นภาระค่าใช้จ่าย
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเฉพาะกิจการปี 2564 เท่ากับ 62.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.1% YoY**
* **กำไรสุทธิรวมปี 2564 เท่ากับ 29.73 ล้านบาท ลดลง 27.3% YoY**
* **รายได้จากการขายสินค้าปี 2564 เท่ากับ 674.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.9% YoY**
* **กำไรจากการขายที่ดิน 28.60 ล้านบาท เป็นปัจจัยหลักหนุนกำไรเฉพาะกิจการ**
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารรวมเพิ่มขึ้น 8.2% YoY (เฉพาะกิจการ) และมีค่าใช้จ่ายของบริษัทย่อย THM เพิ่มเติมในงบรวม**
* **ยอดขายกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองเพิ่มขึ้น 12.9% YoY จากความต้องการสินค้าเกี่ยวกับโควิด-19**
* **อัตรากำไรขั้นต้นกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองลดลงเล็กน้อยจากต้นทุนนำเข้าและค่าขนส่งที่สูงขึ้น**
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัท เทคโนเมดิคัล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายสินค้า 674.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยรายได้ส่วนใหญ่ 96% มาจากกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลือง และ 4% มาจากกลุ่มอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์
ในส่วนของกำไรขั้นต้น กลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองมียอดขายเพิ่มขึ้น 12.9% จากความต้องการสินค้าที่เกี่ยวกับโควิด-19 แต่มีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยเนื่องจากต้นทุนนำเข้าที่สูงขึ้น ในขณะที่กลุ่มอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์มียอดขายลดลง 53.5% จากการยกเลิกสัญญาเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้ากลุ่มผ่าตัดหัวใจ แต่มีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากการขายสินค้าผ่าตัดทั่วไปที่มีมาร์จิ้นสูงกว่า
เมื่อพิจารณากำไรสุทธิ งบการเงินเฉพาะกิจการมีกำไรสุทธิ 62.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.1% YoY โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากกำไรจากการขายที่ดิน 28.60 ล้านบาท ในขณะที่งบการเงินรวมมีกำไรสุทธิ 29.73 ล้านบาท ลดลง 27.3% YoY เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากค่าธรรมเนียมโอนที่ดิน ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายของบริษัทย่อย THM รวมถึงค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่สูงขึ้น
## โอกาส
* **ความต้องการสินค้าเกี่ยวกับโควิด-19:** การระบาดของโควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยหนุนยอดขายสินค้ากลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองที่เกี่ยวข้อง เช่น ชุดตรวจ ATK และอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ
* **การขยายธุรกิจโรงพยาบาลและสถานดูแลผู้สูงอายุ:** โครงการโรงพยาบาลและสถานดูแลผู้สูงอายุของบริษัทย่อย THM ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2565 จะเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรในระยะยาว
* **การเพิ่มยอดขายสินค้าผ่าตัดทั่วไป:** บริษัทมุ่งมั่นที่จะเพิ่มยอดขายสินค้ากลุ่มผ่าตัดทั่วไป ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าสินค้ากลุ่มผ่าตัดหัวใจ
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนนำเข้าและค่าขนส่งที่สูงขึ้น:** ต้นทุนการนำเข้าสินค้าที่สูงขึ้นจากค่าขนส่งและค่าเงินบาทที่อ่อนค่าอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การยกเลิกสัญญาตัวแทนจำหน่าย:** การยกเลิกสัญญาเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้ากลุ่มผ่าตัดหัวใจส่งผลให้ยอดขายกลุ่มอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ลดลงอย่างต่อเนื่อง
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของบริษัทย่อย:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทย่อย THM อาจกดดันผลประกอบการรวมในระยะสั้น
* **ความล่าช้าในการชำระเงินจากลูกหนี้:** การมีหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้นและบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าของลูกหนี้โรงพยาบาลรัฐที่การชำระเงินล่าช้าเป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตาม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **สถานการณ์การระบาดของโควิด-19:** จะส่งผลต่อความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องและยอดขายของบริษัท
* **ความคืบหน้าโครงการโรงพยาบาลและสถานดูแลผู้สูงอายุ:** การก่อสร้างและการเปิดดำเนินการของ THM จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการในอนาคต
* **ต้นทุนนำเข้าและอัตราแลกเปลี่ยน:** แนวโน้มต้นทุนสินค้าและค่าเงินบาทจะส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** การควบคุมค่าใช้จ่ายของทั้งบริษัทและบริษัทย่อยจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลกำไร
* **การรับชำระหนี้จากลูกหนี้การค้า:** ความสามารถในการเรียกเก็บหนี้จากลูกหนี้ โดยเฉพาะลูกหนี้ภาครัฐ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **ยอดขายอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลือง:** เพิ่มขึ้น 12.9% YoY เป็นผลมาจากการระบาดของโควิด-19 ทำให้ความต้องการสินค้ากลุ่มชุดตรวจ ATK, สายดูดเสมหะระบบปิด และอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ เช่น เสื้อกาวน์ ถุงมือ เพิ่มสูงขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้นกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลือง:** ลดลงเล็กน้อย เนื่องจากต้นทุนนำเข้าสินค้าสูงขึ้นจากค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น และค่าเงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐและยูโร
* **ยอดขายอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์:** ลดลง 53.5% YoY สืบเนื่องจากการยกเลิกสัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้ากลุ่มผ่าตัดหัวใจในปี 2562
* **อัตรากำไรขั้นต้นกลุ่มอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์:** เพิ่มขึ้น เนื่องจากยอดขายสินค้ากลุ่มผ่าตัดหัวใจลดลง และบริษัทมียอดขายสินค้าผ่าตัดทั่วไปเพิ่มขึ้น ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่า
* **ค่าใช้จ่ายการตลาด:** ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 0.5% YoY สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น โดยมีค่าคอมมิชชั่นเพิ่มขึ้น แต่บริษัทได้พยายามลดค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายและค่าสินค้าตัวอย่าง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ลดลง 2.6% YoY เนื่องจากแนวโน้มการอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับปี 2563 มีทิศทางลดลง
* **ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ทางการเงิน:** เกิดขึ้น 0.21 ล้านบาทในปี 2564 เนื่องจากหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากลูกหนี้โรงพยาบาลรัฐที่การชำระเงินล่าช้า ในขณะที่ปี 2563 มีการกลับรายการขาดทุนจากการด้อยค่า 6.93 ล้านบาท จากการรับชำระหนี้การค้าที่ค้างชำระ
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ลดลง 31.0% YoY เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมธนาคารลดลง
## สรุปท้าย
ปี 2564 เป็นปีที่ผลประกอบการของ TM มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างงบการเงินเฉพาะกิจการที่เติบโตโดดเด่นจากรายการพิเศษอย่างกำไรจากการขายที่ดิน ขณะที่งบการเงินรวมเผชิญแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในบริษัทย่อย แม้ว่ารายได้จากการขายสินค้าจะเติบโตได้ดีจากความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 แต่ต้นทุนนำเข้าที่สูงขึ้นก็เป็นปัจจัยที่ต้องจับตา นักลงทุนควรพิจารณาถึงลักษณะของรายการพิเศษที่ส่งผลต่อกำไรเฉพาะกิจการ และติดตามความคืบหน้าของโครงการโรงพยาบาลและสถานดูแลผู้สูงอายุ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างใกล้ชิดในรอบถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TM ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
182.09
ล้านบาท
↑ 2.7% YoY
กำไรขั้นต้น
64.96
ล้านบาท
↑ 5.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
35.68
%
กำไรสุทธิ
5.97
ล้านบาท
↓ 398% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.28
%
D/E Ratio
0.94
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
182
↑ + 2.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
65
↑ + 5.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
6
↓ -398%
YoY
D/E Ratio
0.94
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.94
ROE (%)
6.93
ROA (%)
5.34
Book Value/หุ้น
1.40
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+454
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
453.80
+654.45%
|
60.15
-1,162.72%
|
-5.66
-49.51%
|
-11.21
-83.40%
|
-67.51
-389.25%
|
23.34
-84.86%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1.52
-96.37%
|
41.82
-23.94%
|
54.98
+0.66%
|
54.62
-2,944.79%
|
-1.92
-102.53%
|
75.94
-239.98%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-505.70
+614.06%
|
-70.82
+1,473.78%
|
-4.50
-91.65%
|
-53.87
-270.58%
|
31.58
-140.55%
|
-77.88
+169.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-51.36
-264.83%
|
31.16
-30.49%
|
44.83
+2,390.56%
|
1.80
-104.75%
|
-37.87
-276.96%
|
21.40
-69.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
44.22
-38.91%
|
72.39
-27.66%
|
100.07
-35.89%
|
156.09
-8.85%
|
171.24
+14.28%
|
149.84
+90.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
42.26
-4.43%
|
44.22
-38.91%
|
72.39
-27.66%
|
100.07
-35.89%
|
156.09
-8.85%
|
171.24
+14.28%
|