บริษัท เทคโนเมดิคัล จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.34
+0.27 (+25.23%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิในงบการเงินเฉพาะกิจการเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทมีกําไรจากการขายที่ดินให้ TMNC ในขณะที่บริษัทมีขาดทุนเมื่อเทียบกับผลการดําเนินงานปี 2563 เนื่องจากยอดขายลดลง ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น เกิดการขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ทางการเงิน (ค่าเผื่อ หนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น) และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นจากกําไรขายที่ดินของบริษัทใหญ่
โดย รายได้จากการขายสินค้า 6 เดือน ลดลง 15.31 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.0 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน หากพิจารณาโครงสร้างรายได้แยกตามกลุ่ม ผลิตภัณฑ์ในปี 2564 จะพบว่าแบ่งเป็นรายได้จากการขายสินค้าในกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองร้อยละ 96 และกลุ่ม อุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ร้อยละ 4
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6260 out_tok=2464 at=2026-07-26T08:55:21 -->
# TM กำไรสุทธิลดลง 200% ใน 9 เดือนแรกปี 66 รับผลขาดทุนสถานดูแลผู้สูงอายุ
## รายได้ขายโต 7.3% แต่ต้นทุนบริหารพุ่ง ฉุดกำไรสุทธิรวมหดตัวแรง
บริษัท เทคโนเมดิคัล จำกัด (มหาชน) หรือ TM รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 7.57 ล้านบาท ลดลง 15.13 ล้านบาท หรือ 200.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายสินค้าจะเติบโต 7.3% แต่การเปิดบริการสถานดูแลผู้สูงอายุที่ยังมีผู้ใช้บริการน้อย ประกอบกับค่าใช้จ่ายคงที่สูง และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมขาดทุนสุทธิ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก SSS/volume, ราคาขาย, ต้นทุนวัตถุดิบ, ค่าการตลาด, ช่องทางขาย, หรือสินค้าใหม่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ TM ในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ผลขาดทุนจากการดำเนินงานของธุรกิจสถานดูแลผู้สูงอายุ** ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพรวมผลประกอบการของบริษัท แม้ว่ารายได้จากการขายสินค้าจะเติบโตขึ้นก็ตาม โดยบริษัทมีขาดทุนสุทธิ 7.57 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 7.56 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเปิดให้บริการสถานดูแลผู้สูงอายุภายใต้โครงการ "The Parents Care" โดยบริษัท ทีเอ็ม เนิร์สซิ่ง แคร์ จำกัด (TMNC) ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2565 แต่ในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 ยังมีผู้เข้าใช้บริการจำนวนน้อย ทำให้เกิดผลขาดทุนขั้นต้นจากการให้บริการ 8.94 ล้านบาท เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายคงที่ค่อนข้างสูง เช่น ค่าเสื่อมราคาอาคาร และค่าจ้างพนักงาน นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารโดยรวมของกลุ่มบริษัทยังเพิ่มขึ้น 16.9% เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเปิดสถานดูแลผู้สูงอายุ และการเช่าคลังสินค้าเพิ่มอีก 1 แห่งเพื่อรองรับการขยายตัวของยอดขาย
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรายได้จากการขายสินค้าของ TM และ TMT มีการเติบโต 7.3% หรือ 34.30 ล้านบาท เป็น 506.99 ล้านบาท โดยเฉพาะกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองที่มียอดขายเพิ่มขึ้น 5.9% เนื่องจากห้องผ่าตัดกลับมาดำเนินงานได้ปกติ ทำให้ความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ส่วนกลุ่มอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์มียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 38.9% จากการขยายฐานลูกค้าเครื่องวัดฮีโมโกลบินและการส่งมอบเครื่องมือผ่าตัดที่ค้างจากปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการระบุว่า "ยังไม่ชัด" เนื่องจากแม้ว่าห้องผ่าตัดจะกลับมาดำเนินงานปกติและส่งผลดีต่อยอดขายเครื่องมือแพทย์ แต่การดำเนินงานของสถานดูแลผู้สูงอายุยังคงมีผู้ใช้บริการน้อยและมีผลขาดทุนขั้นต้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการรวมของกลุ่มบริษัทในระยะสั้น การที่ผู้ใช้บริการจะเพิ่มขึ้นจนถึงจุดคุ้มทุนและสร้างกำไรได้หรือไม่นั้น ยังต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 7.57 ล้านบาท:** ลดลง 200.1% YoY ในงวด 9 เดือนแรกปี 2566
* **รายได้จากการขายโต 7.3%:** เป็น 506.99 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของห้องผ่าตัดและความต้องการอุปกรณ์สิ้นเปลือง
* **ต้นทุนบริหารพุ่ง 16.9%:** สาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายสถานดูแลผู้สูงอายุและคลังสินค้าที่เพิ่มขึ้น
* **ขาดทุนขั้นต้นสถานดูแลผู้สูงอายุ 8.94 ล้านบาท:** จากผู้ใช้บริการน้อยและค่าใช้จ่ายคงที่สูง
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง:** เหลือ 1.25 ล้านบาท จาก 4.44 ล้านบาท เนื่องจากค่าเงินบาทอ่อนค่าลงน้อยกว่าปีก่อน
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 157.9%:** จากการเบิกเงินกู้เพื่อโครงการสถานดูแลผู้สูงอายุและการซื้อสินค้าเพิ่ม
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัท เทคโนเมดิคัล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายสุทธิ 506.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการกลับมาดำเนินงานปกติของห้องผ่าตัด ทำให้ความต้องการอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองเพิ่มขึ้น รวมถึงการขยายฐานลูกค้าและส่งมอบเครื่องมือผ่าตัดในกลุ่มอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นจากการขายสินค้ากลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองลดลงเล็กน้อยจากการแข่งขันด้านราคา
ในส่วนของรายได้จากการให้บริการ ซึ่งมาจากธุรกิจสถานดูแลผู้สูงอายุและโรงเรียนสอนการบริบาล มีจำนวน 6.95 ล้านบาท แต่กลับมีผลขาดทุนขั้นต้นจากการให้บริการ 8.94 ล้านบาท เนื่องจากผู้ใช้บริการสถานดูแลผู้สูงอายุยังมีจำนวนน้อย ประกอบกับค่าใช้จ่ายคงที่ที่สูง
เมื่อพิจารณารายได้อื่นลดลง 52.1% เนื่องจากปีก่อนมีกำไรจากการจำหน่ายยานพาหนะ ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง 3.19 ล้านบาท เนื่องจากค่าเงินบาทอ่อนค่าลงน้อยกว่าปีก่อน ต้นทุนในการจัดจำหน่ายลดลง 5.5% จากความพยายามลดค่าใช้จ่ายต่างๆ
แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 16.9% จากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับสถานดูแลผู้สูงอายุและการเช่าคลังสินค้าเพิ่ม ขณะที่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นถึง 157.9% จากการเบิกเงินกู้เพื่อโครงการสถานดูแลผู้สูงอายุและการซื้อสินค้าเพิ่ม รวมถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ส่งผลให้บริษัทมีขาดทุนสุทธิ 7.57 ล้านบาท ลดลง 200.1% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคบริการทางการแพทย์:** การกลับมาดำเนินงานปกติของห้องผ่าตัดในโรงพยาบาลต่างๆ เป็นปัจจัยบวกต่อยอดขายอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์
* **การขยายฐานลูกค้าเครื่องมือแพทย์:** การเพิ่มจำนวนลูกค้าเครื่องวัดฮีโมโกลบินและการส่งมอบเครื่องมือผ่าตัดที่ค้างจากปีก่อน ช่วยหนุนรายได้ในกลุ่มอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์
* **การพัฒนาสินค้าใหม่:** บริษัทมีการสรรหาสินค้าใหม่เพื่อเพิ่มยอดขาย ซึ่งอาจช่วยชดเชยแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคา
* **การเติบโตของธุรกิจบริการดูแลผู้สูงอายุ:** แม้ปัจจุบันจะยังมีผู้ใช้บริการน้อย แต่ธุรกิจนี้มีแนวโน้มเติบโตในระยะยาวตามสังคมผู้สูงอายุ
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันด้านราคา:** การแข่งขันที่รุนแรงในกลุ่มอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์ ส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ผลขาดทุนจากธุรกิจสถานดูแลผู้สูงอายุ:** การที่ผู้ใช้บริการยังน้อยและมีค่าใช้จ่ายคงที่สูง เป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการรวมของกลุ่มบริษัท
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจะลดลง แต่บริษัทยังคงมีความเสี่ยงจากการนำเข้าสินค้าเป็นหลัก
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจากการกู้ยืมและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อกำไร
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น:** การขยายธุรกิจและการดำเนินงานใหม่ๆ ทำให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารมีแนวโน้มสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **จำนวนผู้ใช้บริการสถานดูแลผู้สูงอายุ:** จะเพิ่มขึ้นจนถึงจุดคุ้มทุนและสามารถสร้างกำไรได้หรือไม่
* **กลยุทธ์การแข่งขันด้านราคา:** บริษัทจะมีแนวทางรับมือกับการแข่งขันอย่างไร เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงิน
* **แนวโน้มยอดขายสินค้าใหม่:** สินค้าใหม่ที่สรรหามาจะสามารถเพิ่มยอดขายและอัตรากำไรได้มากน้อยเพียงใด
* **การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน:** จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าและผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนอย่างไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **รายได้จากการขายสินค้า:** แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ อุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลือง (95% ของรายได้จากการขาย) และอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ (5% ของรายได้จากการขาย)
* **ยอดขายอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลือง:** เพิ่มขึ้น 5.9% เนื่องจากห้องผ่าตัดกลับมาดำเนินงานปกติ แต่กำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจากการแข่งขันด้านราคา
* **ยอดขายอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์:** เพิ่มขึ้น 38.9% จากการขยายฐานลูกค้าเครื่องวัดฮีโมโกลบินและการส่งมอบเครื่องมือผ่าตัดที่ค้างจากปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 37.9% เป็น 44.2% เนื่องจากยอดขายในปี 2565 ส่วนใหญ่มาจากสินค้ากลุ่มผ่าตัดหัวใจซึ่งมีกำไรต่ำ
* **รายได้จากการให้บริการ:** มาจากสถานดูแลผู้สูงอายุ (The Parents Care) และโรงเรียนสอนการบริบาล (TMNC) แต่มีผลขาดทุนขั้นต้นจากการให้บริการ 8.94 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรงในส่วน MD&A ที่ให้มา)
## สรุปท้าย
TM เผชิญความท้าทายจากการขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 แม้รายได้จากการขายสินค้าจะเติบโตได้ดีจากการฟื้นตัวของภาคบริการทางการแพทย์ แต่ผลขาดทุนจากการดำเนินงานของธุรกิจสถานดูแลผู้สูงอายุ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงิน เป็นปัจจัยกดดันสำคัญ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้บริการสถานดูแลผู้สูงอายุ และกลยุทธ์การบริหารต้นทุนของบริษัท เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TM ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
182.09
ล้านบาท
↑ 2.7% YoY
กำไรขั้นต้น
64.96
ล้านบาท
↑ 5.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
35.68
%
กำไรสุทธิ
5.97
ล้านบาท
↓ 398% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.28
%
D/E Ratio
0.94
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
182
↑ + 2.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
65
↑ + 5.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
6
↓ -398%
YoY
D/E Ratio
0.94
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.94
ROE (%)
6.93
ROA (%)
5.34
Book Value/หุ้น
1.40
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+454
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
453.80
+654.45%
|
60.15
-1,162.72%
|
-5.66
-49.51%
|
-11.21
-83.40%
|
-67.51
-389.25%
|
23.34
-84.86%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1.52
-96.37%
|
41.82
-23.94%
|
54.98
+0.66%
|
54.62
-2,944.79%
|
-1.92
-102.53%
|
75.94
-239.98%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-505.70
+614.06%
|
-70.82
+1,473.78%
|
-4.50
-91.65%
|
-53.87
-270.58%
|
31.58
-140.55%
|
-77.88
+169.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-51.36
-264.83%
|
31.16
-30.49%
|
44.83
+2,390.56%
|
1.80
-104.75%
|
-37.87
-276.96%
|
21.40
-69.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
44.22
-38.91%
|
72.39
-27.66%
|
100.07
-35.89%
|
156.09
-8.85%
|
171.24
+14.28%
|
149.84
+90.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
42.26
-4.43%
|
44.22
-38.91%
|
72.39
-27.66%
|
100.07
-35.89%
|
156.09
-8.85%
|
171.24
+14.28%
|