บริษัท ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
0.74
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3636 out_tok=1986 at=2026-07-26T08:25:59 -->
# TKT พลิกขาดทุนปี 63 สู่กำไร 13.59 ล้านบาทในปี 64 รับยอดขายรถยนต์ฟื้น
## รายได้โตเกือบ 20% หนุนกำไรขั้นต้นฟื้นตัว หลังคุมต้นทุนผลิตได้ดีขึ้น
บริษัท ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TKT รายงานผลประกอบการปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 13.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปี 2563 ที่ขาดทุนสุทธิ 36.56 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของยอดขายชิ้นส่วนพลาสติกรถยนต์ สอดคล้องกับการผลิตรถยนต์ในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการมีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
หัวใจสำคัญที่ทำให้ TKT พลิกกลับมามีกำไรในปี 2564 คือ **การฟื้นตัวของยอดขาย โดยเฉพาะชิ้นส่วนพลาสติกรถยนต์ ที่เติบโตตามการผลิตรถยนต์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ** ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TKT ในปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นของยอดขายสุทธิ 199.87 ล้านบาท หรือ 19.76%** เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะยอดขายชิ้นส่วนพลาสติกที่เติบโต 20.34% หรือ 179.55 ล้านบาท และยอดขายแม่พิมพ์ที่เพิ่มขึ้น 15.75% หรือ 20.32 ล้านบาท ปัจจัยนี้ส่งผลให้บริษัทพลิกจากขาดทุน 36.56 ล้านบาทในปี 2563 มามีกำไรสุทธิ 13.59 ล้านบาทในปี 2564
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของยอดขายในปี 2564 เป็นผลโดยตรงจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ โดยปริมาณการผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้นจาก 1.43 ล้านคัน เป็น 1.68 ล้านคัน หรือเพิ่มขึ้น 17.48% ซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัทฯ นอกจากนี้ แม้ต้นทุนขายและต้นทุนบริการจะเพิ่มขึ้น 146.48 ล้านบาท หรือ 16.69% แต่การเพิ่มขึ้นนี้ต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของยอดขาย เนื่องจากบริษัทฯ ได้พยายามลดต้นทุนจากการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เช่น การลดเวลาติดตั้งแม่พิมพ์ การปรับปรุงระยะเวลาผลิต และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการผลิต ทำให้สัดส่วนต้นทุนต่อยอดขายลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 53.39 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** จากการที่ยอดขายหลักมาจากชิ้นส่วนพลาสติกรถยนต์ ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการผลิตรถยนต์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น และบริษัทฯ ได้แสดงความสามารถในการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพและควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยเชิงบวกที่สามารถรักษาไว้ได้ อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ระบุถึงปริมาณ Order Book หรือแนวโน้มการผลิตรถยนต์ในอนาคตที่ชัดเจน จึงควรติดตามสถานการณ์การผลิตรถยนต์และคำสั่งซื้อใหม่ๆ อย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ:** TKT มีกำไรสุทธิ 13.59 ล้านบาทในปี 2564 เทียบกับขาดทุน 36.56 ล้านบาทในปี 2563 คิดเป็นการเติบโตมากกว่า 20%
* **ยอดขายเติบโตเกือบ 20%:** รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 199.87 ล้านบาท หรือ 19.76% เป็นผลจากการผลิตรถยนต์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น
* **กำไรขั้นต้นฟื้นตัว:** กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 53.39 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของยอดขายและการควบคุมต้นทุนการผลิตที่ดีขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายขาย-บริหารเพิ่มตามยอดขาย:** ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 19.33 ล้านบาท แต่สัดส่วนต่อยอดขายลดลงจาก 15.26% เป็น 14.34%
* **ลงทุนพัฒนาผลิตภัณฑ์:** มีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น 4.66 ล้านบาท จากการรับชิ้นงานใหม่และช่วงทดสอบผลิตภัณฑ์
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัท ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 1,209.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 199.87 ล้านบาท หรือ 19.76% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีกำไรขั้นต้น 160.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.39 ล้านบาท หรือ 49.45% จากปีก่อนหน้า ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 13.59 ล้านบาท พลิกกลับมาเป็นบวกจากที่ขาดทุน 36.56 ล้านบาทในปี 2563
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** การผลิตรถยนต์ในประเทศที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อยอดขายชิ้นส่วนพลาสติกรถยนต์
* **ประสิทธิภาพการผลิต:** ความสามารถในการปรับปรุงกระบวนการผลิตและควบคุมค่าใช้จ่ายการผลิตที่เพิ่มขึ้น ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่:** การลงทุนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และการรับชิ้นงานใหม่บ่งชี้ถึงโอกาสในการขยายฐานลูกค้าและผลิตภัณฑ์ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของการผลิตรถยนต์:** การผลิตรถยนต์ในประเทศอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น การขาดแคลนชิ้นส่วน หรือภาวะเศรษฐกิจ
* **ราคาวัตถุดิบ:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุถึงราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบพลาสติกอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์มีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาขายและส่วนแบ่งการตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการผลิตรถยนต์ในประเทศปี 2565 และคำสั่งซื้อใหม่ๆ
* ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการผลิตและบริหารจัดการค่าใช้จ่าย
* ความคืบหน้าในการพัฒนาและทดสอบผลิตภัณฑ์ใหม่
* ผลกระทบจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน (หากมีผลกระทบ)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **ยอดขาย:** ยอดขายชิ้นส่วนพลาสติกเพิ่มขึ้น 179.55 ล้านบาท คิดเป็น 20.34% และยอดขายแม่พิมพ์เพิ่มขึ้น 20.32 ล้านบาท คิดเป็น 15.75% สะท้อนการเติบโตในทั้งสองกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก
* **ต้นทุนขาย:** ต้นทุนขายและต้นทุนบริการเพิ่มขึ้น 16.69% ซึ่งต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของยอดขาย แสดงถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
* **กำไรขั้นต้น:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นมีสัดส่วนสูงกว่าต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 19.33 ล้านบาท แต่สัดส่วนต่อยอดขายลดลง แสดงถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีเมื่อเทียบกับการเติบโตของรายได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ
## สรุปท้าย
TKT แสดงผลประกอบการที่น่าพอใจในปี 2564 ด้วยการพลิกกลับมามีกำไรสุทธิจากการเติบโตของยอดขายชิ้นส่วนยานยนต์ที่สอดคล้องกับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรม และการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามแนวโน้มการผลิตรถยนต์ในประเทศและศักยภาพในการรับคำสั่งซื้อใหม่ๆ เพื่อประเมินโอกาสการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TKT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
264.78
ล้านบาท
↓ 6.4% YoY
กำไรขั้นต้น
41.13
ล้านบาท
↑ 23.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.54
%
กำไรสุทธิ
0.38
ล้านบาท
↓ 75.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.14
%
D/E Ratio
0.72
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
265
↓ -6.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
41
↑ + 23.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
0
↓ -75.9%
YoY
D/E Ratio
0.72
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TKT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.72
ROE (%)
0.30
ROA (%)
2.05
Book Value/หุ้น
1.86
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TKT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-105
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TKT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-105.20
-49.88%
|
-209.88
+171.76%
|
-77.23
-7.58%
|
-83.56
+145.76%
|
-34.00
-162.71%
|
54.22
-58.71%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2.84
-91.50%
|
33.42
+699.52%
|
4.18
-108.32%
|
-50.26
+51.29%
|
-33.22
+37.84%
|
-24.10
-40.39%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
39.97
-47.60%
|
76.28
-33.93%
|
115.46
-247.68%
|
-78.18
+63.49%
|
-47.82
-7.74%
|
-51.83
+196.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-16.76
-83.27%
|
-100.19
-336.19%
|
42.42
-131.82%
|
-133.31
+1,468.35%
|
-8.50
-60.85%
|
-21.71
-129.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
151.72
-4.48%
|
158.83
+34.17%
|
118.38
+65.50%
|
71.53
+31.46%
|
54.41
-28.52%
|
76.12
+2,708.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
106.10
-30.07%
|
151.72
-4.48%
|
158.83
+34.17%
|
118.38
+65.50%
|
71.53
+31.46%
|
54.41
-28.52%
|